หลักสูตร

สำนักวิชารัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ หลักสูตรรัฐศาสตร์

ชื่อหลักสูตร

                        ภาษาไทย                    รัฐศาสตรบัณฑิต

                        ภาษาอังกฤษ                Bachelor of Political Science Program

   ชื่อปริญญา

ภาษาไทย                     รัฐศาสตรบัณฑิต

                                                            ร.บ.

                        ภาษาอังกฤษ                 Bachelor of Political Science

                                                            B.Pol.Sc.

 

วิชาเอก

1. การเมืองการปกครอง (Government)

2. รัฐประศาสนศาสตร์ (Public Administration)

3. ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (International Relations)

 

ปรัชญาหลักสูตรและวัตถุประสงค์

            หลักสูตรรัฐศาสตร์พิจารณาการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยและสังคมโลกนับตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1980 เป็นต้นมาเป็นบริบทสำคัญในการจัดเนื้อหาการเรียนรู้ของหลักสูตร โดยเฉพาะการเกิดขึ้นของกระแสโลกาภิวัฒน์ ซึ่งส่งผลให้สังคมไทยทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศถูกผนวกเข้ากับเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมวัฒนธรรมยุคโลกาภิวัตน์อย่างลึกซึ้ง และส่งผลให้สังคมการเมืองไทยในปัจจุบันมีความแตกต่างหลากหลายและซับซ้อนทั้งในเชิงปรากฏการณ์ ตัวแสดง กระบวนการ และความสัมพันธ์เชิงอำนาจกว่าที่เคยเป็นมาในอดีต

            ในขณะเดียวกันนับตั้งแต่ทศวรรษ 1980 เป็นต้นมา การศึกษารัฐศาสตร์ของโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก กล่าวคือ วงการรัฐศาสตร์ได้เคลื่อนออกจากการศึกษารัฐศาสตร์แบบอเมริกัน มาสู่การศึกษารัฐศาสตร์ยุคหลังพฤติกรรมศาสตร์ (post-behavioral political science) ที่ผนวกรวมญาณวิทยา (epistemology) จากหลากหลายสาขาวิชาเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาด้านรัฐศาสตร์ จนทำให้ขอบเขต ทฤษฎีและวิธีการศึกษาขยายไปกว้างไกลและมีลักษณะเป็นสหวิทยาการ (multi-disciplinary) มากขึ้น

            ดังนั้นเพื่อสร้างกำลังคนให้มีคุณลักษณะสอดคล้องกับสถานการณ์ดังกล่าว หลักสูตรรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จึงใช้กระบวนทัศน์ทางรัฐศาสตร์ใหม่ อันประกอบด้วยแนวคิด วิธีการศึกษาปรากฏการณ์ที่ทันสมัย ข้ามพ้นข้อจำกัดของศาสตร์วิชาใดวิชาหนึ่ง และเปิดพื้นที่การเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนอย่างกว้างขวาง รอบด้าน สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ตลอดจนสร้างจิตสำนึกให้แก่ผู้เรียนในการรับใช้สังคมและประเทศชาติ โดยมีวัตถุประสงค์ต่อไปนี้

1. เพื่อสร้างบัณฑิตที่รอบรู้และเข้าใจต่อองค์ความรู้ทางรัฐศาสตร์อย่างครอบคลุม ลึกซึ้ง สามารถวิเคราะห์ปรากฏการณ์ทางการเมืองได้หลากหลายมิติ เข้าใจพลวัต ความหลากหลาย และความซับซ้อน ทั้งที่ปรากฏออกมาเป็นการเมืองภายใต้แบบแผนทางอำนาจของรัฐ และที่เป็นการเปลี่ยนแปลงซึ่งส่งผลสั่นคลอนต่อแบบแผนทางอำนาจดังกล่าว รวมถึงมีทักษะทางวิชาการอันหนักแน่นเป็นฐานสำหรับการศึกษาในระดับสูงขึ้นต่อไปได้

2. เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีความชำนาญเฉพาะด้านตามสาขาความเชี่ยวชาญ สามารถตอบสนองความต้องการของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดยเฉพาะโครงการต่างๆ ที่ต้องการกำลังคนเพื่อพัฒนาสังคมในมิติใหม่ๆ อันจะส่งเสริมความเท่าเทียมให้แก่สังคมในทุกระดับ

4. เพื่อสร้างบัณฑิตที่มีจิตสำนึกสาธารณะ มุ่งทำงานให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม สามารถออกไปปฏิบัติงานทั้งในภาครัฐ ภาคเอกชน และทำงานร่วมกับคนทุกกลุ่มได้อย่างมีความสุข และในขณะเดียวกันก็สามารถรักษาจุดยืนทางวิชาการและคุณธรรมของตนไว้ได้

5. เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีความคิดเชิงวิพากษ์และสร้างสรรค์ กล้าคิด กล้าตั้งคำถาม มีความใฝ่ฝันและพร้อมสร้างสังคมแห่งความเท่าเทียม

 

จุดเด่นของหลักสูตร 

1. เป็นหลักสูตรรัฐศาสตร์แนวใหม่ที่จะช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจประเด็นทางรัฐศาสตร์อย่างครอบคลุมรอบด้าน ในขณะเดียวกันผู้เรียนก็จะมีความชำนาญเฉพาะด้านตามสาขาวิชาเอกที่ตนเลือกศึกษา ได้แก่ การเมืองการปกครอง รัฐประศาสนศาสตร์ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพื่อตอบสนองความต้องการของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน

2. มีปรัชญาและวัตถุประสงค์ ที่เหมาะสมต่อการสร้างบัณฑิตและผู้นำทางความคิดที่มีความเข้าใจลึกซึ้งในประเด็นเกี่ยวกับการเมืองในทุกมิติ เป็นบัณฑิตที่มีจิตสำนึกสาธารณะ 

3. เป็นหลักสูตรที่เน้นทั้งกระบวนการเรียนรู้ทางทฤษฎีและการปฏิบัติจริง  เพื่อให้นักศึกษามีความรู้และประสบการณ์ที่จะออกไปทำงานได้อย่างรอบด้านและมีคุณภาพ สอดคล้องกับความต้องการของสังคมในยุคปัจจุบัน  

 

ลักษณะการเรียนการสอน  

            1. เป็นหลักสูตรที่จัดการเรียนการสอนรัฐศาสตร์ที่สอดคล้องกับยุคสมัย  เพื่อให้ผู้เรียนได้ทำความเข้าใจปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นภายใต้บริบทการเปลี่ยนแปลงอันสลับซับซ้อนของเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมจากหลากหลายมิติ  มีความรู้และประสบการณ์ที่เป็นรูปธรรมในด้านการเมือง โดยมุ่งให้ความสำคัญต่อการเสริมสร้างบรรยากาศแห่งความใฝ่รู้ และกระตุ้นให้นักศึกษาเป็นผู้มีจิตสำนึกเชิงวิพากษ์   ในขณะเดียวกันก็เป็นบัณฑิตที่พร้อมรับฟังความคิดเห็นและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้

            2. มุ่งผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขาวิชารัฐศาสตร์ มีจิตสำนึกสาธารณะ และมีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยหลักสูตรออกแบบการเรียนการสอนที่มุ่งให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้และดำเนินกิจกรรมร่วมกับชุมชน  เพื่อให้รู้จักชุมชน มีจิตสำนึกในการทำงานเพื่อชุมชนและเป็นสะพานเชื่อมต่อระหว่างชุมชน องค์กรรัฐ สถาบันการศึกษาและทุกภาคส่วนของสังคม เพื่อสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกันและกันได้อย่างสมดุล

            3. มีการจัดกระบวนการทางการเรียนการสอนที่เน้นการค้นคว้า ผู้เรียนได้คิดวิเคราะห์และวิพากษ์วิจารณ์ คณาจารย์มีกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมในด้านความรู้เชิงวิชาการ และมีกระบวนการเรียนการสอนโดยเน้นการทำงานเป็นกลุ่ม

 

คุณลักษณะของบัณฑิตเมื่อสำเร็จการศึกษา

           1. บัณฑิตของหลักสูตรสามารถออกไปปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐและภาคธุรกิจในตำแหน่งต่างๆ  ได้เช่นเดียวกับบัณฑิตหลักสูตรรัฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยอื่นๆ

           2. บัณฑิตของหลักสูตรสามารถออกไปปฏิบัติงานในองค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรภาคประชาชน ทั้งที่เป็นองค์กรในประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ ที่ทำงานเกี่ยวกับการแก้ปัญหาและการสนับสนุนการเคลื่อนไหวของประชาชนกลุ่มต่างๆ ให้มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายสาธารณะและแก้ปัญหาของตนเอง ซึ่งในโลกยุคปัจจุบันงานในลักษณะนี้มีความสำคัญมากขึ้นเป็นลำดับ

           3. บัณฑิตของหลักสูตรสามารถปฏิบัติงานในองค์กรทางการเมืองระดับต่างๆ ที่ปัจจุบันต้องปรับตัวและต้องการคนที่มีความคิดและแนวทางสร้างปฏิบัติการใหม่ๆ เข้าไปช่วยทำงานอย่างมาก

           4. บัณฑิตของหลักสูตรสามารถเป็นนักวิจัยในโครงการวิจัยทางสังคมที่ต้องการมุมมองที่เข้าใจความหลากหลายและความซับซ้อนของสังคม ซึ่งปัจจุบันนักวิจัยลักษณะนี้ยังขาดแคลน

           5. บัณฑิตของหลักสูตรสามารถออกไปเป็นนักการเมืองระดับต่างๆ ที่มีคุณภาพ ปฏิบัติงานด้วยความเข้าใจสังคมในทุกมิติ และมีอุดมคติที่จะสร้างสรรค์ความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมไทย

 

แนวทางการประกอบอาชีพ

บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาในหลักสูตรสามารถประกอบอาชีพได้อย่างกว้างขวางและหลากหลายซึ่งเชื่อมโยงกับการเรียนการสอนโดยตรง ได้แก่

1. บุคลากรด้านการปกครอง 

2. บุคลากรในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

3. บุคลากรทางการเมือง

4. บุคลากรในองค์กรอิสระ

5. บุคลากรในองค์กรเอกชนทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ

6. บุคลากรในองค์กรที่ทำงานเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระพหว่างประเทศ

7. บุคลากรในโครงการวิจัยและโครงการพัฒนา

8. บุคลากรด้านการสื่อสารมวลชน เป็นต้น

Link : สำนักวิชารัฐศาสตร์และนิติศาสตร์


TOP