ข่าววิชาการ-วิจัย-สัมมนา

บรรยายพิเศษ เรื่อง “ทิศทางการปรับตัวของเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน มังคุด ในภาคใต้เพื่อรองรับไทยแลนด์ 4.0 ” โดยเกษตรกรดีเด่นประจำปี 2559



ศูนย์สมาร์ทฟาร์ม (ฟาร์มมหาวิทยาลัย) จัดกิจกรรมบรรยายพิเศษ ภายใต้หัวข้อ “ทิศทางการปรับตัวของเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน มังคุด ในภาคใต้ เพื่อรองรับไทยแลนด์ 4.0” โดยได้รับเกียรติจากคุณฉัตรกมล มุ่งพยาบาล ปราชญ์เกษตรกรดีเด่น สภาเกษตรกรแห่งชาติประจำปี 2559 หนึ่งตัวอย่างของเกษตรกรที่มีใจรักอาชีพชาวไร่ ชาวสวน เป็นผู้มาให้ความรู้แก่เกษตรกรที่เข้าร่วมฟังการบรรยาย ณ ศูนย์สาธิตและพัฒนานวัตกรรมเกษตรเทิดพระเกียรติ ร.9 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ในวันที่ 28 มีนาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 10.00 ถึง 12.00 น.

ไทยแลนด์ 4.0 ทิศทางการปรับตัวของเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน มังคุด โดย คุณฉัตรกมล มุ่งพยาบาล อายุ 48 ปี ปัจจุบันท่านทำฟาร์มฉัตรกมลเกี่ยวกับสวนผลไม้ อาทิ ทุเรียน มังคุด ส้มโชกุน และดำรงตำแหน่งทางการเกษตรเป็นรองสถาบันทุเรียนไทย และได้รับรางวัลต่างๆ มากมาย เกี่ยวกับการเกษตรดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2559 สาขาอาชีพพืชสวน รางวัลปราชญ์เกษตรกรต้นแบบเพื่อการส่งออกและรางวัลปราชญ์เกษตรดีเด่นสาขาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

คุณฉัตรกมล มุ่งพยาบาล กล่าวว่า วันนี้สิ่งที่ผมยึดเหนี่ยวมาตลอด 20 ปี สิ่งแรก คือ ศาสตร์พระราชา และสิ่งที่สอง คือ ปรัชญา ได้แก่ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กับ ปรัชญาชุนวู ถ้าเป็นศาสตร์ของในหลวง ร.9 ว่า ทุนทางปัญญา ทุนทางทรัพยากร ทุนทางสังคม ถ้าหากรวมกันก็คือ ทุนทางบริบท นั่นก็คือทรัพยากร หรือว่าทุนสิ่งแวดล้อม แล้วสามารถต่อยอดมาเป็นทุนทางเศรษฐกิจ การที่เราจะประสบความสำเร็จได้ เราต้องเรียนรู้ในเรื่องของพฤติกรรม เรื่องของเทคโนโลยี เรื่องของภูมิศาสตร์ เรื่องของฐานข้อมูลการผลิต เรื่องของเครือข่ายและเรื่องของระบบการตลาด นั้นหมายความว่า เราสามารถประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก ซึ่งในนโยบายของท่านนายกประยุทธ์ จันทร์โอชา เกษตรกรจะต้องเป็นเกษตรกรไทยแลนด์ 4.0 เพื่อให้เกษตรกรได้ใช้เทคโนโลยีสามารถผลิตได้ครบทุกวงจร และพัฒนาให้เป็นรูปแบบเพื่อตอบโจทย์ในอาชีพ

นอกจากนี้ คุณฉัตรกมล ย้ำว่า การที่จะเรียนรู้พฤติกรรมทุเรียนและมังคุดนั้น เราจะต้องมีการจดบันทึกและสังเกต ตั้งแต่การแตกยอดอ่อน การออกดอก การติดผล ซึ่งทุเรียนและมังคุดจะมีการติดผล การเก็บเกี่ยวที่แตกต่างกัน มังคุดจะมีระยะเวลาให้ผลได้เร็วกว่าทุเรียน จึงส่งผลให้ผลผลิตของทุเรียนและมังคุดในแต่ละช่วงฤดูกาลที่ต่างกัน ดังนั้นเกษตรกรที่ปลูกทุเรียนและมังคุดมักจะประสบกับปัญหาหรือวิกฤตเหล่านี้ เพราะฉะนั้นเกษตรกรจึงจำเป็นต้องมีการเรียนรู้ปัญหา ศึกษาหาสาเหตุ วิธีแก้ไขปัญหาและการป้องกัน รวมถึงการทำความเข้าใจปัญหาได้อย่างถ่องแท้ เหมือนดั่งที่ในหลวง ร.9 ได้บอกว่า ความคิดที่มาจากข้างใน ถ้าใช้วิธีการจดบันทึกนั้นหมายถึงเราได้มีบัญชีฟาร์มซึ่งสามารถรู้ปัญหาและสามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด ก็จะได้ทุเรียนและมังคุดที่ให้ผลผลิตที่ดี ขนาดใหญ่ มีคุณภาพ เป็นที่ต้องการของตลาด

ประมวลภาพ

ข่าวโดย พิมพ์ชณก เลขอาวุธ
ภาพโดย กมลทิพย์ บูลภิบาล จิตติมา วงศ์น้อย
นักศึกษาช่วยงาน ส่วนประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

TOP