ข่าวเด่น

นักศึกษาต่างชาติจาก 21 ประเทศทั่วโลก ร่วมค่ายวัฒนธรรมนานาชาติ ที่ ม.วลัยลักษณ์



มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดค่ายวัฒนธรรมนานาชาติวลัยลักษณ์ ครั้งที่ 1 ภายใต้แนวคิด “พระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่มีต่อปวงชนชาวไทย” โดยมีนักศึกษาต่างชาติจาก 43 สถาบัน 4 ทวีป 21 ประเทศทั่วโลกและนักศึกษามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เข้าร่วมกิจกรรม ระหว่างวันที่ 25 มิถุนายน-1 กรกฎาคม 2560 ณ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช และเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 26 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ รักษาการแทนอธิการบดี ม.วลัยลักษณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดค่ายวัฒนธรรมนานาชาติวลัยลักษณ์ ครั้งที่ 1 ซึ่งศูนย์กิจการนานาชาติจัดขึ้น ภายใต้แนวคิด “พระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่มีต่อปวงชนชาวไทย” ระหว่างวันที่ 25 มิถุนายน-1 กรกฎาคม 2560 ณ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราชและเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี มีนักศึกษาชาวต่างชาติ จาก 4 ทวีป 21 ประเทศ 43 มหาวิทยาลัยจากทั่วโลกเข้าร่วม จำนวน 70 คน และนักศึกษาทุกสำนักวิชาจาก ม.วลัยลักษณ์ อีก จำนวน 40 คน รวม 110 คน เข้าร่วม โดยได้รับเกียรติจากคุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชนภายในจังหวัดนครศรีธรรมราช คณะผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่และนักศึกษา ม.วลัยลักษณ์ ให้การต้อนรับ ด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง ณ บริเวณลาน WU Square ด้านหน้าอาคารไทยบุรี

ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ กล่าวในพิธีเปิดว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีวิสัยทัศน์ที่ว่า "เป็นองค์การธรรมรัฐ เป็นแหล่งเรียนรู้ เป็นหลักในถิ่น เป็นเลิศสู่สากล" ซึ่งการจัดค่ายวัฒนธรรมนานาชาติฯ ในครั้งนี้ถือเป็นการจัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับการก้าวสู่ความเป็นสากลให้มากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างโอกาสให้นักศึกษาของ ม.วลัยลักษณ์ และนักศึกษาจากนานาประเทศ ได้มีโอกาสเรียนรู้และเข้าใจวิถีวัฒนธรรมที่หลากหลายและบ่มเพาะความสัมพันธ์ที่ดีในหมู่เยาวชนโลก เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่ทางมหาวิทยาลัยจัดเตรียมไว้ ภายใต้แนวคิด “พระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่มีต่อปวงชนชาวไทย” พระมหากษัตริย์ผู้ที่ทรงอุทิศพระองค์ตลอดพระชนม์ชีพเพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ และความสุขที่ยั่งยืนให้แก่ประชาชนชาวไทย

“เราอยากให้นักศึกษาต่างชาติรู้จักมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ให้มากยิ่งขึ้น โดยการจัดกิจกรรมต่างๆ มากมายให้เกิดความประทับใจและเข้าใจในวัฒนธรรม วิถีชีวิตของคนไทยและสร้างบรรยากาศความเป็นสากลให้เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ทั้งนี้ ม.วลัยลักษณ์จะเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้มหาวิทยาลัยของเราเป็นที่รู้จักของนานาประเทศมากยิ่งขึ้น” ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ กล่าว

ด้าน อาจารย์ ดร.พงศธร เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้กำกับดูแลศูนย์กิจการนานาชาติ ม.วลัยลักษณ์ กล่าวว่า ในปีนี้มีนักศึกษาสนใจสมัครเข้าร่วมจำนวนกว่า 300 คน โดยได้ทำการคัดเลือกเหลือ 110 คน จาก 21 ประเทศทั่วโลก จากทวีปเอเชีย อเมริกาใต้ ตะวันออกกลาง และยุโรป จำนวน 43 มหาวิทยาลัย โดยระยะเวลา 1 สัปดาห์ที่อยู่ในเมืองไทย นักศึกษาต่างชาติและนักศึกษาไทยจะได้แลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และเรียนรู้ที่จะยอมรับความต่าง เรียนรู้ที่จะศึกษาซึ่งกันและกัน



ที่สำคัญนักศึกษาต่างชาติได้มีโอกาสศึกษาเรียนรู้ ศักยภาพของมหาวิทยาลัย ได้เยี่ยมชมศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา ห้องเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ห้องปฏิบัติการต่างๆ ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และยังมีการเดินทางไปกราบสัการะพระบรมธาตุ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ศึกษาประวัติศาสตร์ เรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรม ความเชื่อ ความศรัทธา เยี่ยมชมโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อเรียนรู้ถึงพระอัจฉริยภาพและพระวิริยะอุตสาหะของพระองค์ท่านในด้านการจัดการน้ำเพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช รวมถึงร่วมกิจกรรมการจำลองประเพณีสงกรานต์ การรดน้ำดำหัวขอพรผู้สูงอายุในชุมชนวลัยลักษณ์พัฒนา ตลอดจนการเดินทางไปสำรวจพื้นที่สำคัญในเมืองนครศรีธรรมราชและเกาะสมุยอีกด้วย

“ปัจจุบันโลกของเราไม่มีอีกแล้วคำว่าพรมแดน สิ่งสำคัญคือคนทุกเชื้อชาติต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน ทำงานร่วมกันทำให้สังคมและโลกน่าอยู่ การทำค่ายวัฒนธรรมนานาชาติ ณ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ครั้งนี้จะเป็นสิ่งที่จะหลอมรวมคนที่อยู่คนละประเทศที่ต่างกันมาพบกัน แลกเปลี่ยนกัน สร้างเครือข่ายกัน เพื่อร่วมกันสร้างโลกที่ดีกว่าสำหรับพวกเราและชนรุ่นหลังต่อไป โอกาสนี้ขอขอบคุณ ผู้บริหาร คณะกรรมการจัดงาน บุคลากร นักศึกษา มวล. บริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) บริษัท จี สตีล จำกัด (มหาชน) และผู้แทนจากทุกภาคส่วน รวมทั้งประชาชนชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่กรุณาช่วยเหลือตลอดเวลาที่ผ่านมา” ดร.พงศธร เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา กล่าวในที่สุด

ประมวลภาพ

ข่าวและภาพโดยนายธีรพงศ์ หนูปลอด ส่วนสื่อสารองค์กร

TOP