ข่าวเด่น

มวล.-กฟภ. เอ็มโอยูประหยัดพลังงาน เพื่อลดการใช้ไฟฟ้าในระยะยาว

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) ลงนามความร่วมมือโครงการบริหารจัดการเพื่อการประหยัดพลังงานในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เพื่อร่วมกันบริหารจัดการการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้ในระยะยาว



ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์(มวล.) และนายสมพงษ์ ปรีเปรม รองผู้ว่าการวางแผนและพัฒนาระบบไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการบริหารจัดการเพื่อการประหยัดพลังงานในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ระหว่างมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยมี อาจารย์ ดร.นุกูล สุขสุวรรณ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหาร และนายเลิศชาย แก้ววิเชียร ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กฟภ. ลงนามเป็นพยาน ท่ามกลางผู้บริหาร มวล.และกฟภ. ร่วมเป็นสักขีพยาน เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 ณ ห้องประชุมโมคลาน อาคารบริหาร

ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ กล่าวว่า โครงการบริหารจัดการเพื่อการประหยัดพลังงานมีเป้าหมายเพื่อสร้างความร่วมมือส่งเสริมสนับสนุนการบริหารจัดการพลังงาน โดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมมาปรับใช้ ทั้งในด้านบริหารจัดการและพัฒนาเทคโนโลยีให้เกิดผลประหยัดแก่หน่วยงานอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงสามารถสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องคุณค่าของพลังงาน รู้จักวิธีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมีภูมิคุ้มกันด้านพลังงาน และสามารถลดภาวะโลกร้อนได้ด้วย

“โครงการประหยัดพลังงานเป็นส่วนหนึ่งในโครงการมหาวิทยาลัยสีเขียว ซึ่งหลังจากที่ได้ดำเนินการโครงการไประยะหนึ่งแล้วพบว่าสามารถประหยัดไฟฟ้าลงได้ประมาณ 10 % และในอนาคตวลัยลักษณ์จะมีหน่วยงานที่จะใช้ไฟฟ้ามากขึ้นก็คือโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ฯ ซึ่งความต้องการการใช้ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นอีก 6 ถึง 7 เท่าของที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นหากมีมาตรการประหยัดไฟฟ้าไว้ก่อน เมื่อถึงเวลานั้นก็จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายของมหาวิทยาลัยได้มากทีเดียว”ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ กล่าว

ด้านนายสมพงษ์ ปรีเปรม กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างมวล.และกฟภ. ในการบริหารจัดการการใช้พลังงานของมหาวิทยาลัยให้มีการใช้ให้มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญสามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้ในระยะยาวและยั่งยืน ซึ่งคาดว่าในอนาคตจะสามารถลดการใช้ไฟฟ้าให้มหาวิทยาลัยได้อย่างน้อย 15 เปอร์เซ็นต์ และหากโครงการนี้ประสบความสำเร็จจะมีการขยายผลไปยังหน่วยงานอื่นๆด้วย



“มวล. และ กฟภ.ต่างตระหนักดีว่า พลังงานเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชน การบริหารจัดการเพื่อการประหยัดพลังงาน จึงเป็นหนึ่งภารกิจสำคัญของรัฐบาล และคนไทยทุกคนสามารถช่วยชาติได้ด้วยการประหยัดพลังงาน เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่ประเทศต้องสูญเสียไปอย่างมากมายมหาศาลในแต่ละปี” นายสมพงษ์ กล่าว

ประมวลภาพ

ข่าวและภาพโดยนายธีรพงศ์ หนูปลอด ส่วนสื่อสารองค์กร

TOP