ข่าวเด่น

ตัน ภาสกรนที บุคคลต้นแบบแนวคิด “ธุรกิจแบบไม่ตัน” กับการสร้างโอกาสแบบไม่ “ตัน”



หลักสูตรบริหารธุรกิจ สำนักวิชาการจัดการ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จัดงาน WMS Business Best Pratice Sharing ในหัวข้อ “จุดประกายแนวคิด ธุรกิจแบบไม่ตัน” โดย “คุณตัน ภาสกรนที” ต้นแบบการเป็นผู้ประกอบการการใช้กลยุทธ์การตลาดแบบนอกกรอบ และการบริหารธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2555 ณ หอประชุมใหญ่ อาคารไทยบุรี ซึ่งมี ดร. กีร์รัตน์ สงวนไทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นประธานเปิดงาน และ รองศาสตราจารย์ ดร.สมนึก เอื้อจิระพงษ์พันธ์ คณบดีสำนักวิชาการจัดการ กล่าวรายงาน การจัดกิจกรรมดังกล่าวเป็นการตอบสนองต่อภารกิจของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ในการเป็นอุทยานการศึกษาแห่งการสร้างโอกาสที่มุ่งเน้นการผลิตบัณฑิต วิจัยและบริการวิชาการ โดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการจัดเรียนการสอนแบบเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ส่งเสริมให้นักศึกษาได้มีโอกาสเรียนรู้จากบุคคลภายนอก ประกอบกับวันที่ 29 มีนาคม 2555 ที่จะถึงนี้ เป็นวันครบรอบวันสถาปนามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ปีที่ 20 อาจารย์รัชฎาทิพย์ อุปถัมภ์ประชา อาจารย์ประจำหลักสูตรบริหารธุรกิจ สำนักวิชาการจัดการ หัวหน้าคณะทำงานจัดกิจกรรมในครั้งนี้ จึงจัดบรรยายพิเศษเพื่อร่วมเฉลิมฉลองในวาระพิเศษนี้ โดยได้เชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคธุรกิจ เพื่อมาถ่ายทอดประสบการณ์ แนวคิดทางธุรกิจให้กับคณาจารย์ และนักศึกษา ให้สามารถประยุกต์ความรู้ทางทฤษฎีไปใช้ในการปฏิบัติ และได้รับการถ่ายทอดแนวคิดและกลยุทธ์ทางธุรกิจสมัยใหม่ภายใต้บริบทของการแข่งขันในปัจจุบัน


ดร. กีร์รัตน์ สงวนไทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้กล่าวในพิธีเปิดว่า คุณตัน ภาสกรนที เป็นบุคคลตัวอย่างในวงการธุรกิจที่แสดงถึงความสำเร็จจากประสบการณ์การดำเนินธุรกิจ ผ่านกระบวนการปฏิบัติจริงและเรียนรู้จากชีวิตจริง จนกลายเป็นนักธุรกิจดีเด่นและมีชื่อเสียงทางด้านกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ มีความรับผิดชอบต่อสังคม และดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานความพอเพียง นอกจากนั้นยังเป็นผู้นำที่มีความหลากหลายพร้อมที่จะถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้กับนักศึกษาและบุคคลทั่วไปให้เป็นที่ประจักษ์ จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่ผู้เข้าร่วมฟังบรรยายในวันนี้จะได้เพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ด้านธุรกิจก่อนที่จะก้าวไปสู่เส้นทางสายอาชีพ เป็นประโยชน์ต่อคณาจารย์ที่จะได้นำแนวคิดและความรู้ใหม่ๆ เพื่อการพัฒนาให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลง และทำให้เกิดนวัตกรรมทางการเรียนการสอนที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น


การบรรยายของคุณตัน ภาสกรนที ในครั้งนี้ได้ถ่ายทอดประสบการณ์การมีจิตสำนึกสาธารณะที่มุ่งเน้นช่วยเหลือสังคม แม้ว่าตนเองจะเดือดร้อนและเป็นผู้ประสบภัยเช่นเดียวกัน รวมไปถึงผลลัพธ์ที่ดีของการมีจิตใจดี และทำดีด้วยการหยิบยกสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในกรุงเทพและปริมณฑลเมื่อเดือนตุลาคม 2554 ที่คุณตันต้องเผชิญกับการเป็นผู้ประสบภัยที่ขาดทุนมหาศาลแต่ยังยืนหยัดให้ความช่วยเหลือคนอื่น แต่ในขณะเดียวกันผลของการทำดีก็ส่งผลให้คุณตันสามารถกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว การบรรยายในครั้งนี้เป็นการถ่ายทอดข้อคิดและมุมมองการดำเนินชีวิตและการทำงานให้ประสบความสำเร็จที่ให้ความสำคัญกับส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตนให้กับผู้เข้าร่วมฟังบรรยาย ซึ่งเป็นนักศึกษา คณาจารย์ บุคลากรของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ผู้ประกอบการ นักธุรกิจและผู้สนใจกว่า 1,500 คน ด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเองและสนุกสนาน


คุณตันได้ฝากข้อคิดเตือนใจทุกคนดีว่าสถานการณ์หรือสิ่งที่ไม่คาดคิดสามารถเกิดขึ้นได้ในพริบตาและในทุกสถานการณ์ทำให้เกิดการเรียนรู้ ผู้บริหารจะต้องชัดเจนในด้านการสั่งการและการเป็นผู้นำการปฏิบัติ ไม่ทิ้งลูกน้องยามยากลำบากเพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานมีกำลังใจและสามารถปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมายได้ และในภาวะวิกฤตผู้บริหารต้องให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานและอย่ากลัวความรับผิดชอบหรือแม้แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้น ขอให้มั่นใจว่า สิ่งที่ทำเป็นไปเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ซึ่งการทำสิ่งดีๆ ให้รีบทำทันที ส่วนสิ่งที่ไม่ดีจะต้องคิดให้มาก คิดหน้า คิดหลัง ก่อนจะทำ แล้วจะได้รับผลลัพธ์ที่ดี ในการทำงานจะต้องติดตามผลการดำเนินงานจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายถึงจะเรียกว่า เสร็จภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ที่สำคัญการปฏิบัติงานใดๆ อย่าลืมมองตัวเองและคนใกล้ชิด อย่าคิดถึงคนอื่นจนลืมคนใกล้ตัว ต้องให้ตนเองยืนได้อย่างมั่นคงก่อนที่จะไปช่วยเหลือคนอื่น


มุมมองและวิธีคิดเป็นเรื่องสำคัญ วิธีทำเพื่อให้บรรลุผลมีหลากหลายวิธีขึ้นอยู่กับสถานการณ์และประสบการณ์ของแต่ละคน แต่ละปัญหามีทางแก้ไข เมื่อเจอปัญหา อย่าหนีปัญหา ทุกอย่างสามารถจัดการได้ จะต้องมีการฝึกฝน และทำประจำอย่างต่อเนื่องจนเป็นนิสัย อย่างเช่น ความซื่อสัตย์ การประหยัดหรือการให้ ต้องทำจนเสมือนหนึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติทันที และนึกถึง “ใจเขา ใจเรา” จะต้องร่วมมือร่วมใจกัน ทุกคนมีความสำคัญเท่ากัน การทำงานจึงจะประสบความสำเร็จ


ในส่วนของการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ คุณตันบอกว่าจะต้องมีการทุ่มเท ลงมือปฏิบัติและใส่ใจกับทุกรายละเอียด และที่สำคัญต้องสอบถามความต้องการของลูกค้าอย่าไปคิดแทนลูกค้า ต้องทำสินค้าให้แตกต่างจากคู่แข่งและมีคุณค่า และต้องทำทุกวัน ที่สำคัญต้องกล้าทำ ยกตัวอย่างเช่นในการโฆษณาหรือทำตลาด ต้องทำให้สุด ๆ เต็มที่ ทำเพียงเล็กน้อยหรือครึ่งเดียวจะทำให้เป็นเสียเงินเปล่าไม่เกิดผลอันใด อย่ามัวแต่กังวลว่าต้นทุนการดำเนินงานจุสูงขึ้น แต่ถ้าทำเต็มที่แม้ว่าจะมีต้นทุนสูงแต่ผลที่ได้รับกลับมาจะมหาศาล ดังเช่นตัวอย่างการทำธุรกิจในอดีตของคุณตันที่ประสบความสำเร็จเพราะกล้าทำ และทำเต็มที่ คุณตันได้กล่าวว่าหากต้องการประสบความสำเร็จ ต้องมองทุกอย่างเป็นการเรียนรู้ ต้องมีความมุมานะในการฝึกฝนและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ซึ่งประสบการณ์จะเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ในการทำธุรกิจหรือการดำเนินชีวิตจะต้องมีการเตรียมการด้านการเงินไว้ในภาวะฉุกเฉิน เปรียบเสมือนการมีล้อที่ 5 ของชีวิต


สิ่งสำคัญในชีวิตของคุณตัน คือ ครอบครัว เพื่อนและผู้ร่วมงาน ซึ่งทำให้ประสบความสำเร็จเช่นทุกวันนี้ และย้ำว่า อย่าลืมให้กำลังใจและรับกำลังใจซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ ความเชื่อเป็นเรื่องสำคัญมาก พลังของคนเรามีมากมายอยู่ในใจและสามารถเรียกขึ้นมาได้อยู่ตลอดเวลา “คิดอะไร ได้อย่างนั้น ทำอะไร ได้อย่างนั้น” ทุกวันพูดตอกย้ำ ต้องฝึกฝน และมุ่งมั่นทำให้สุดๆ สุดชนิดที่เรียกว่า “เลือดตาแทบกระเด็น” จึงจะประสบความสำเร็จ และความเชื่อนี้ต้องเป็นความเชื่อในเชิงบวกหรือพลังบวก หากเราเชื่อว่าทำได้ ไม่ว่าจะมีปัญหาอุปสรรคใด ๆ เราก็สามารถฝ่าฟันไปได้ดังตัวอย่างของการกลับคืนสู่ปกติของโรงงานผลิตอิชิตันที่ใช้เวลาฟื้นฟูน้อยกว่ากำหนด ทั้งนี้เนื่องมาจากการคิดพลังบวกและความเชื่อมั่นในสิ่งที่ดี หากเราคิดด้านลบ หรือคิดแต่ด้านไม่ดีก็จะทำให้เราขาดพลังที่จะต่อสู้หรือพัฒนางานต่อไป ดังนั้น เมื่ออยู่ที่ไหนจะมามัวแต่โทษคนรอบข้าง โทษสถานการณ์ โทษผู้บริหาร การมุ่งไปสู่ความสำเร็จคงจะหาได้ยาก แต่ถ้าอยากประสบความสำเร็จต้องคิดบวก


นอกจากนี้ คุณตันได้เปรียบเทียบความรู้เหมือนคลอง คลองยิ่งใหญ่ ยิ่งสามารถรับน้ำได้มากฉันใด เหมือนกับความรู้ที่จะต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจากการอ่าน การดู การฟัง ยิ่งสะสมความรู้ไว้มาก แม้ว่าจะไม่เกี่ยวกับการเรียน การงานหรือธุรกิจที่ทำ ก็อย่ารังเกียจที่จะเรียนรู้ เพราะเมื่อเกิดปัญหาขึ้นสามารถนำความรู้เหล่านั้นมาดัดแปลงใช้ในการแก้ปัญหาได้ โดยได้ยกตัวอย่าง กรณีที่ดูรายการกอล์ฟ ทั้งที่เป็นคนที่ไม่เล่นกอล์ฟ แต่สามารถนำความรู้จากการดูกอล์ฟแก้ไขปัญหาในช่วงที่เกิดน้ำท่วมโรงงานได้ เป็นต้น


ในช่วงท้ายก่อนจบการบรรยาย คุณตันได้แนะวิธีการสร้างพลังเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่หวังไว้ โดยให้ตัวแทนนักศึกษาพูดบนเวทีตอกย้ำเป้าหมายของตนเพื่อให้เกิดเป็นพลังความเชื่อต่อผู้เข้าร่วมฟังบรรยาย ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณตันได้ให้ผู้ร่วมงานปฏิบัติทุกเช้าเพื่อให้การปฏิบัติงานแต่ละวันมีความมุ่งมั่นไปสู่เป้าหมาย พร้อมทั้งตอบข้อซักถามของนักธุรกิจและนักศึกษาอีกด้วย ทั้งนี้ค่าตอบแทนจากการบรรยายพิเศษ คุณตัน ภาสกรนทีได้มอบให้กับมูลนิธิตันปัน ทั้งหมดเพื่อนำเงินไปใช้ในสาธารณประโยชน์

ประมวลภาพ

TOP