ข่าวทั่วไป

ขอเชิญทุกท่านร่วมบริจาคโลหิต

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดนครศรีธรรมราช ขอเชิญทุกท่านร่วมบริจาคโลหิต เนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในวันพุธที่ 6 และวันพุธที่ 13 มิถุนายน 2555 เวลา 09.00 - 12.00 น. ณ โถงล่างอาคารไทยบุรี
ทั้งนี้ผู้ที่มาร่วมบริจาคโลหิตในวันดังกล่าว จะได้รับสมุดบันทึก walailak for all จากงานเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กร

 

คุณสมบัติของผู้บริจาคโลหิต
1.อายุระหว่าง 17-60 ปีบริบูรณ์
2.น้ำหนัก 45 กิโลกรัมขึ้นไป สุขภาพทั่วไปสมบูรณ์ดี
3.ไม่มีประวัติเป็นโรคตับอักเสบ หรือดีซ่าน ตัวเหลือง ตาเหลือง
4.ไม่เป็นไข้มาเลเรียมาในระยะ 3 ปี ที่ผ่านมาและไม่เป็นกามโรค โรคติดเชื้อต่างๆ ไอเรื้อรัง ไอมีโลหิต โลหิตออกง่ายผิดปกติ โรคเลือดต่างๆ โรคหอบหืด โรคภูมแพ้ โรคลมชัก โรคผิวหนังเรื้อรัง โรคหัวใจ โรคไต โรคเบาหวาน โรคไทรอยด์
5.ไม่อยู่ในระหว่างทานยาแก้อักเสบในระยะ 7 วันที่ผ่านมา
6.ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์ หรือสำส่อนทางเพศ ไม่มีประวัติติดยาเสพติด
7.งดการบริจาคโลหิตภายหลังผ่าตัด คลอดบุตรหรือแท้งบุตร 6 เดือน (ถ้ามีการรับโลหิตมาต้องงดบริจาคโลหิต 1 ปี)
8.สตรีไม่อยู่ในระหว่างมีประจำเดือน หรือตั้งครรภ์

 

ดูแลตัวเองก่อนมาบริจาคโลหิต
- ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมง
- ควรมีสุขภาพสมบูรณ์ดีทุกประการ ไม่เป็นไข้หวัด
- ควรรับประทานอาหารมาก่อน และเป็นอาหารที่ย่อยง่ายไม่มีไขมัน
- งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ก่อนมาบริจาคอย่างน้อย 24 ชม.
- งดสูบบุหรี่ก่อนและหลังบริจาคโลหิต 1 ชั่วโมงเพื่อให้ปอดฟอกโลหิตได้ดี

 

ข้อควรปฏิบัติหลังบริจาคโลหิต
1.นอนพักบนเตียงสักครู่ ห้ามลุกจากเตียงทันทีจะเวียนศีรษะเป็นลมได้
2.ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีบริการให้ และดื่มน้ำมากกว่าปกติเป็นเวลา 1 วัน
3.ไม่ควรรีบร้อนกลับควรนั่งพักจนแน่ใจว่าเป็นปกติ หากเวียนศีรษะให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทราบทันที
4.รับประทานยาธาตุเหล็กที่ได้รับวันละ 1 เม็ด จนหมดเพื่อป้องกันการขาดธาตุเหล็ก
5.หลีกเลี่ยงการใช้กำลังแขนข้างที่เจาะเป็นเวลา 12 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการบวมช้ำ
6.งดกิจกรรมที่ใช้กำลังและเสียเหงื่อที่ทำให้อ่อนเพลีย

 

ผู้บริจาคโลหิตโปรดทราบ ท่านที่มีประวัติดังต่อไปนี้ ควรงดการบริจาคโลหิตคือ
- มีเพศสัมพันธ์กับบุคคลที่ไม่ใช่คู่ของตน
- เคยเป็นผู้ที่เสพยาเสพติดโดยใช้เข็มฉีดยา
- รู้ตัวว่าติดเชื้อเอดส์
หลังจากร่างกายได้บริจาคโลหิตออกไปแล้ว ไขกระดูกจะเป็นส่วนสำคัญในการสร้าง เม็ดโลหิตขึ้นมาทดแทนให้มีปริมาณโลหิตในร่างกาย เท่าเดิม ซึ่งทิ้งระยะไว้เพียง 3 เดือน ผู้บริจาคโลหิตก็จะสามารถทำการบริจาคโลหิตได้อีกครั้งหนึ่ง
สอบถามรายละเอียดได้ที่ คุณสุนีย์ หยาหยัน งานบริการสุขภาพ โทร.075-673122-4


TOP