ข่าววิชาการ-วิจัย-สัมมนา

สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มวล.จัดเสวนา"อนาคตปาล์มน้ำมันไทย" ในงานวลัยลักษณ์เกษตรแฟร์




เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2555 ที่ผ่านมา สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) จัดเสวนาหัวข้อ "อนาคตปาล์มน้ำมันไทย" โดยมี คุณกฤษดา ชวนะนันท์ กรรมการผู้จัดการบริษัท วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออย จำกัด คุณธนารักษ์ พงศ์เพตรา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทักษิณปาล์มน้ำมัน (2521) จำกัด คุณชัยชนะ จริยพงศ์เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันในจังหวัดนครศรีธรรมราช และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พจมาลย์ สุรนิลพงศ์ อาจารย์สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร ม.วลัยลักษณ์ ร่วมเวทีเสวนา ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคารปฏิบัติการเทคโนโลยีและพัฒนานวัตกรรม ซึ่งได้รับความสนใจจากเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชและใกล้เคียงเข้าร่วมกว่า 300 คน
 
การสัมมนาดังกล่าวได้รับเกียรติจาก ดร.กีร์รัตน์ สงวนไทร อธิการบดี ม.วลัยลักษณ์ กล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ โดยได้กล่าวว่า ปาล์มน้ำมันถือเป็นพืชเศรษฐกิจของภาคใต้ นอกจากจะสามารถนำมาแปรรูปทำเป็นน้ำมันปาล์มประกอบอาหารแล้ว ยังสามารถนำมาเป็นพลังงานทางเลือกและเป็นส่วนผสมของสารเคมีได้อีกด้วย ด้วยเหตุที่ปาล์มน้ำมันมีประโยชน์ในหลายๆทางดังกล่าว และความต้องการการใช้ปาล์มน้ำมันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นด้วย จะทำอย่างไรเพื่อให้สามารถมีผลผลิตที่มากขึ้น ในส่วนของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ยินดีและพร้อมที่จะเป็นหุ้นส่วนร่วมในการศึกษาวิจัยและพัฒนาปาล์มน้ำมันร่วมกับเกษตรกร
 
ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พจมาลย์ สุรนิลพงศ์ กล่าวรายงานถึงการจัดเสวนาในครั้งนี้ว่า จัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบปีที่ 20 แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และเป็นส่วนหนึ่งในงานวลัยลักษณ์เกษตรแฟร์ 2555 โดยความร่วมมือระหว่างสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตรกับฟาร์มมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ในส่วนของผลผลิตปาล์มน้ำมัน ณ วันนี้มีปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาดลดลง เกิดปัญหาขาดแคลนผลปาล์มและน้ำมันปาล์มดิบ ส่งผลกระทบกับโรงงานอุตสาหกรรมและผู้บริโภค เพราะราคาน้ำมันปาล์มและปาล์มน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นมาก และในช่วงปีที่ผ่านมาปริมาณปาล์มน้ำมันของโลกเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 6.41 ต่อปี โดยในอินโดนีเซียมีปริมาณการผลิต 21 ล้านตัน มาเลเซีย 18 ล้านตัน รวมทั้ง 2 ประเทศคิดเป็นร้อยละ 86.66 ของปริมาณการผลิตน้ำมันปาล์มของโลก สำหรับประเทศไทยผลิตได้ 1.35 ล้านตัน คิดเป็นร้อยละ 2.99 ของปริมาณการผลิตน้ำมันปาล์มของโลก ขณะที่ความต้องการการปาล์มน้ำมันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 7.63 ต่อปี หรือประมาณ 44.94 ล้านตัน อย่างไรก็ตามความต้องการใช้น้ำมันปาล์มในประเทศไทย มีแนวโน้มสูงขึ้นในอัตราเฉลี่ยร้อยละ 0.13 ต่อปี นอกจากนี้ราคาผลปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มของประเทศ ปรับตัวเพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมันในตลาดโลก จึงเป็นสัญญาณว่าแนวโน้มปริมาณความต้องการใช้ปาล์มน้ำมันจะเพิ่มสูงขึ้นด้วยในอนาคต
 
คุณกฤษดา ชวนะนันท์ กล่าวบนเวทีการเสวนาว่า หากจะเปรียบเทียบดูราคาน้ำมันที่มาจากพืชต่างๆ ทั้งหมด น้ำมันที่มาจากปาล์มถือว่ามีปริมาณที่มากที่สุด และเมื่อดูต้นทุนในการผลิตจะต่ำที่สุด โอกาสในการทำกำไรยังสูงอีกด้วย โดยในประเทศไทยมีการปลูกปาล์มไปแล้วประมาณ 4 ล้านไร่ ถือเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากอันดับ 1 คืออินโดนีเซียและอันดับ 2 มาเลเซีย แต่ผลผลิตของปาล์มไทยยังน้อยกว่ามาเลเซียอยู่ประมาณ 10 เท่า ซึ่งผลผลิตมาจากเกษตรกรรายย่อยประมาณร้อยละ 75-90 ส่วนผลผลิตเกษตรกรรายใหญ่เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ทำให้ทั่วโลกกำลังหันมาสนใจผลิตผลปาล์มน้ำมันจากประเทศไทยมากขึ้น เพราะจะก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้างต่อเกษตรกรรายย่อยมากกว่า ซึ่งต่างกับประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซียที่มีเกษตรกรรายใหญ่เป็นเจ้าของสวนปาล์ม ทั้งนี้หากถามว่าการปลูกปาล์มจะมีอนาคตดีหรือไม่ สามารถตอบได้ว่า ดีและสดใสอย่างแน่นอน แต่ทั้ง 3 ภาคส่วน คือ เกษตรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน โรงงานสกัดปาล์มน้ำมันและโรงงานกลั่นน้ำมัน ต้องร่วมมือและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หากพบข้อบกพร่องหรือข้อเสียในกระบวนการใดควรปรึกษาหารือและแก้ไขร่วมกันเพื่อให้ปาล์มน้ำมันออกมามีคุณภาพดีที่สุด
 
ทางด้านคุณธนารักษ์ พงศ์เพตรา และคุณชัยชนะ จริยพงศ์ ได้กล่าวถึงประโยชน์ของปาล์มน้ำมันที่นอกจากจะเป็นน้ำมันปาล์มเพื่อการบริโภคยังใช้ในเรื่องของพลังงาน และเป็นส่วนประกอบในสารเคมีบางตัวอีกด้วย นอกจากนี้ยังกล่าวถึง ความเหมาะสมของผลผลิตปริมาณปาล์มน้ำมันต่อพื้นที่การปลูก 1 ไร่ ลักษณะพื้นที่ที่เหมาะสมกับการปลูกปาล์มน้ำมัน การคัดเลือกพันธุ์ปาล์มน้ำมันที่เหมาะสม การให้น้ำ การให้ปุ๋ย การวิเคราะห์ใบเพื่อตรวจสุขภาพปาล์มน้ำมัน การวิเคราะห์ดิน ศัตรูพืชในสวนปาล์ม ฯลฯ ทั้งนี้ ทั้งนี้ ในช่วงท้ายของการเสวนา วิทยากรทั้ง 4 ท่าน ได้เปิดเวทีเพื่อแลกเปลี่ยน และร่วมกันตอบข้อซักถามของเกษตรกร ด้วย

ประมวลภาพ

ภาพและข่าวโดย นายธีรพงศ์ หนูปลอด ส่วนประชาสัมพันธ์

TOP