ผลงานและรางวัล

สุดปัง! ทีมนักวิจัย ม.วลัยลักษณ์ คว้ารางวัล Gold Award จากมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2565 (Thailand Reseach Expo 2022)

ทีมนักวิจัย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เจ้าของชุดโครงการ “เทคโนโลยีวัสดุแปลงพลังงานแสงอาทิตย์ และการกักเก็บพลังงาน” ภายใต้การสนับสนุนของฝ่ายวิจัย Fundamental Fund มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ คว้ารางวัล Gold Award พร้อมเงินรางวัล 70,000 บาท จากงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2565 (Thailand Reseach Expo 2565) "วิจัยเพื่อพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน" เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร
     

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อุเทน ทับทรวง (หัวหน้าชุดโครงการและหัวหน้าโครงการวิจัยย่อยที่ 3) อาจารย์ประจำหลักสูตรปิโตรเคมีและพอลิเมอร์ สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า งานวิจัยเรื่อง“เทคโนโลยีวัสดุแปลงพลังงานแสงอาทิตย์และการกักเก็บพลังงาน” เป็นชุดโครงการวิจัยที่มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อุเทน ทับทรวง เป็นหัวหน้าชุดโครงการ โดยมีโครงการวิจัยย่อย 4 โครงการ ประกอบด้วย 

 
     
     โครงการวิจัยย่อยที่ 1 “การเพิ่มประสิทธิภาพการแปลงพลังงานของเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดสีย้อมไวแสงโดยการใช้ขั้วไฟฟ้ารับแสงที่ได้จากวัสดุโครงข่ายโลหะอินทรีย์” โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชมพูนุท นันทเมธี สาขาวิชาเคมี สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ (หัวหน้าโครงการวิจัยย่อยที่ 1) 
     
     โครงการวิจัยย่อยที่ 2 “การพัฒนาวัสดุคอมพอสิทเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการถ่ายเทความร้อนและมวลสำหรับวัสดุกักเก็บความเย็นจากพลังงานแสงอาทิตย์” โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กมล ถิ่นสุราษฎร์ สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี (หัวหน้าโครงการวิจัยย่อยที่ 2) โดยมีผู้ร่วมวิจัยคือ รองศาสตราจารย์ ดร.สุรัสวดี กุลบุญ ก่อเกื้อ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิราพร ศักดิ์พรหม 
     
     โครงการวิจัยย่อยที่ 3 “การพัฒนาคาร์บอนรูพรุนจากชีวมวลเพื่อใช้เป็นอิเล็กโทรดสำหรับตัวเก็บประจุไฟฟ้ายิ่งยวด” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อุเทน ทับทรวง สาขาวิชาปิโตรเคมีและพอลิเมอร์ สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี (หัวหน้าโครงการวิจัยย่อยที่ 3)  โดยมีผู้ร่วมวิจัยคือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เกศรา เสนีย์ศรีสกุล และ รองศาสตราจารย์ ดร.พรรณนิภา เชาวนะ 
     
      โครงการวิจัยย่อยที่ 4 “การเตรียมคาร์บอนที่มีรูพรุนจากยางธรรมชาติสำหรับประยุกต์ใช้เป็นขั้วอิเล็กโทรดสำหรับการกักเก็บประจุไฟฟ้า โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประชิด สระโมฬี สาขาวิชาปิโตรเคมีและพอลิเมอร์ สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี (หัวหน้าโครงการวิจัยย่อยที่ 4) โดยมีผู้ร่วมวิจัยคือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เกศรา เสนีย์ศรีสกุล และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อุเทน ทับทรวง  
     
      โดยมีนายนพรัตน์ แสงทอง นายวิกรม เรศน์ประดิษฐ์ ผู้ช่วยวิจัย VDO โดย ผศ.ดร.กัมปนาท สุขมาก สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีร่วมออกแบบและวางแผนงานศิลปะโดย คณะผู้วิจัย อาจารย์กิตติ เชาวะ สำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป และ คุณฐิติกร ทองเอียด สถาบันส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรมสู่ความเป็นเลิศ

     ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อุเทน กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า คณะผู้วิจัยมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ผลงานวิจัยได้รับรางวัล Gold Award พร้อมเงินรางวัลมูลค่า 70,000 บาทในครั้งนี้ โดยตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของการวิจัยทางด้านพลังงานสะอาด เทคโนโลยีวัสดุสำหรับการแปลงและกักเก็บพลังงานเพื่อความยั่งยืน และคณะผู้วิจัยมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนางานทางด้านนี้ให้มีความก้าวหน้ามากขึ้นในอนาคต โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพของวัสดุด้วยกระบวนการที่ไม่ซับซ้อนและมีต้นทุนที่ถูกลง ทั้งนี้คณะผู้วิจัยขอขอบคุณการสนับสนุนจากฝ่ายวิจัย Fundamental Fund มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นอย่างสูง

     ทั้งนี้งานวิจัยเรื่อง “เทคโนโลยีวัสดุแปลงพลังงานแสงอาทิตย์และการกักเก็บพลังงาน” เป็นงานวิจัยที่พัฒนา วัสดุรูพรุนประสิทธิภาพสูงชนิดคาร์บอนรูพรุนจากพอลิเมอร์และชีวมวล และชนิดไททาเนียมไดออกไซด์ จากโครงข่ายโลหะอินทรีย์เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร โดยทำการพัฒนาวัสดุโครงข่ายโลหะอินทรีย์เพื่อเป็นสารตั้งต้นสำหรับการสังเคราะห์ไททาเนียมไดออกไซด์ สารที่สังเคราะห์ได้จะมีโครงสร้างรูพรุนต่อเนื่องกันเป็นระเบียบ ขนาดรูพรุนเหมาะสม และสามารถดูดซับสีย้อมไวแสงได้ดี เมื่อนำสารมาใช้ประกอบเป็นเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดสีย้อมก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการแปลงพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าได้มากขึ้น ในขณะเดียวกันระหว่างที่เซลล์แสงอาทิตย์แปลงพลังงานก็เกิดความร้อนส่วนเกินขึ้น ซึ่งจะถูกดึงออกเพื่อรักษาอุณหภูมิของเซลล์แสงอาทิตย์ไม่ให้สูงเกินไปและทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์แสงอาทิตย์สม่ำเสมอ โดยความร้อนที่เก็บเกี่ยวออกมานั้นจะถูกนำไปใช้ประโยชน์ในวัฏจักรความเย็นสำหรับระบบปรับอากาศในอาคารที่อยู่อาศัย วัฏจักรความเย็นแบบดูดซับเป็นวัฏจักรที่ใช้เกลือโลหะทำปฏิกิริยากับสารทำความเย็น โดยใช้วัสดุรูพรุนเพื่อช่วยในการกระจายตัวของเกลือโลหะ จากนั้นพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จะถูกกักเก็บโดยใช้ตัวเก็บประจุไฟฟ้ายิ่งยวดที่มีอิเล็กโทรดที่ทำมาจากคาร์บอนรูพรุนจากชีวมวลประเภทขี้เลื่อยไม้ยางพาราและยางธรรมชาติ ซึ่งมีมากในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย โดยคาร์บอนรูพรุนที่สังเคราะห์ได้จะมีรูพรุนหลากหลายระดับสำหรับการเคลื่อนที่ของไอออนและการถ่ายเทประจุ และมีพื้นที่ผิวสูงสำหรับการกักเก็บประจุไฟฟ้า จากภาพรวมกล่าวได้ว่าผลงานวิจัยนี้จะช่วยส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ให้แพร่หลายมากขึ้นในราคาที่ถูกลงเพื่อความยั่งยืนทางด้านพลังงานและความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ข่าวโดย ชลธิชา ลิมปิติ ส่วนสื่อสารองค์กร
ภาพโดย สถาบันส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรมสู่ความเป็นเลิศ
ขอบคุณข้อมูลประกอบข่าว ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อุเทน ทับทรวง  สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี


TOP