Location

0 7567 3000

ข่าวเด่น

นักวิจัยมวล.เผยผลวิจัยพบน้องหมาไทย มีปัญหาพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ค่อนข้างสูง

24/11/2566

748

ทีมนักวิจัย ม.วลัยลักษณ์ เผยผลวิจัย 5 อันดับแรก ปัญหาพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ 'น้องหมา' ไทย ที่พบได้มากกว่า 80% พร้อมแนะการให้อาหารสุนัขด้วยของเล่นที่ใส่อาหาร จะช่วยลดความเครียด รวมทั้งมีเวลาเล่นกับสุนัข พาไปเดินเล่น ให้รางวัล ไม่ลงโทษ

ปัจจุบันแนวโน้มความต้องการเลี้ยงสุุนัขเพิ่มขึ้นทุกปี แต่หากสุนัขถูกเลี้ยงดูแบบไม่ถูกต้อง และไม่ได้รับการเอาใจใส่อย่างเพียงพอ ก็จะทำให้น้องหมาเกิดปัญหาพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ หรือมีปัญหาสุขภาพจิต  ก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆตามมาได้ เช่น การทิ้งน้องหมา การทำทารุณกรรมสัตว์ คนถูกกัด และอุบัติเหตุจากการเลี้ยงสัตว์ ที่สำคัญความรู้เกี่ยวกับปัญหาพฤติกรรมน้องหมาในประเทศไทยนั้นยังขาดแคลน

ทีมวิจัยพฤติกรรมสัตว์และความสัมพันธ์กับมนุษย์ วิทยาลัยสัตวแพทยศาสตร์อัครราชกุมารี (นานาชาติ) มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) จึงได้ทำวิจัยสำรวจพฤติกรรมของสุนัขและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ผ่านเจ้าของสุนัขทั่วประเทศไทย โดยใช้แบบสอบถามออนไลน์ โดยมีสุนัขที่ถูกประเมินพฤติกรรมกว่า 2,000 ตัว

ผลการวิจัยพบว่า เจ้าของน้องหมาเป็นผู้หญิงมากถึง 88% อยู่ในเจเนอเรชันวายอายุ 23 - 40 ปี 64% น้องหมาส่วนใหญ่อยู่ที่ภาคกลาง 61% โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ 30% นนทบุรี 8% และสมุทรปราการ 4% ตามลำดับ โดยพบว่า 75% ของผู้เลี้ยงสุนัขอยู่บ้านเดี่ยว ขณะที่น้องหมาที่อาศัยอยู่คอนโดมิเนียมมีเพียง 3% ส่วนอาหารที่นิยมใช้เลี้ยงสุนัขเป็นส่วนใหญ่ คือ อาหารสำเร็จรูป 69% ถึงแม้จะมีราคาแพงกว่าอาหารสดหรืออาหารทำเองแต่เจ้าของก็ยินยอมจ่ายเนื่องจากมีความรักน้องหมาเหมือนสมาชิกในครอบครัว

ส่วนสายพันธุ์ที่นิยมเลี้ยงในประเทศไทย คือสุนัขพันธ์ผสม 29% อาจเพราะเลี้ยงง่าย ฉลาด และทนโรค ส่วนพันธุ์แท้ที่นิยมเลี้ยง 3 อันดับแรก ได้แก่ พันธุ์โกลเด้นรีทีฟเวอร์ 10%, สุนัขพันธุ์ชิวาว่า 8% และพันธุ์ปอมเมอเรเนี่ยน 7% โดยเพศผู้และเมียมีจำนวนพอกัน

อย่างไรก็ตามปัญหาพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ สามารถพบได้มากกว่า 80% ของสุนัขที่เลี้ยงในประเทศไทย 5 อันดับแรก ประกอบด้วย 1) พฤติกรรมตื่นเต้นมากเกินไป เช่น การกระโดดใส่เจ้าของ เอาเล็บข่วนที่ขาเจ้าของ ส่งเสียงดังเมื่อดีใจหรือตื่นเต้น ซึ่งมักเกิดขึ้นได้กับสุนัขทำหมันแล้ว อายุน้อย อาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้น และกินอาหารดิบ 2) พฤติกรรมติดเจ้าของหรือการเรียกร้องความสนใจ มักเกิดขึ้นได้กับสุนัขเด็ก การให้อาหารต่อวันบ่อย และยังไม่ได้ทำหมัน 3) พฤติกรรมชอบวิ่งไล่ พฤติกรรมนี้อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุบนถนนและการทำร้ายกันได้ 4) พฤติกรรมก้าวร้าว (ดุ) โดยผลการวิจัยพบตัวผู้ก้าวร้าวกว่าตัวเมีย สุนัขตัวเล็กมักมีความก้าวร้าวมากกว่าตัวใหญ่ ถึงแม้สายพันธุ์อาจมีผลต่อความก้าวร้าวบ้างแต่การดูแลเลี้ยงดูมีผลมากกว่า และ5) พฤติกรรมหวาดกลัว เช่น กลัวเสียงดัง กลัวคนหรือสัตว์แปลกหน้า พบมากในสุนัขพันธุ์เล็ก สุนัขอายุมาก เพศเมีย

รองศาสตราจารย์ ดร.น.สพ.เติมพงศ์ วงศ์ตะวัน หัวหน้าสถานวิจัยวิทยาลัยสัตวแพทยศาสตร์ฯ มวล. กล่าวว่า ตนพร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สพ.ญ.วรกาญจน์ บุญเหาะ และทีมงานนักวิจัยได้ร่วมกันทำการทดลองเพื่อหาวิธีป้องกันและลดปัญหาพฤติกรรมดังกล่าว โดยผลการทดลองพบว่า การให้อาหารสุนัขด้วยของเล่นที่ใส่อาหาร จะช่วยลดความเครียดของน้องหมา ลดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ดังที่กล่าวมาแล้ว โดยเฉพาะพฤติกรรมตื่นเต้นและยังเป็นการส่งเสริมการออกกำลังกายของน้องหมาทำให้มีสุขภาพดีขึ้น

 

นอกจากนี้ยังพบว่าการที่เจ้าของสุนัขอยู่ด้วยขณะให้อาหาร การมีเวลาเล่นกับสุนัข การพาไปเดินเล่น การฝึกสุนัขโดยให้รางวัลและไม่ลงโทษ สามารถเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสุนัขและเจ้าของด้วย  ก็จะช่วยป้องกันการเกิดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ได้

“ที่สำคัญขณะนี้ทางทีมวิจัยฯได้ออกแบบของเล่นใส่อาหารสุนัขทำมาจากยางพารา กลิ่นวนิลา ซึ่งผ่านการทดลองวิจัยแล้วว่ามีความแข็งแรง ปลอดภัย และเป็นที่ชื่นชอบของน้องหมา เพื่อช่วยในการขัดฟัน ออกกำลังกาย และยังมีประสิทธิภาพสูง ช่วยลดปัญหาพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ได้ ” รองศาสตราจารย์ ดร.น.สพ.เติมพงศ์ กล่าว

ทั้งนี้หากสุนัขของท่านมีปัญหาทางพฤติกรรมสามารถปรึกษาออนไลน์ ได้ที่ Facebook “คนน่ารักสัตว์เลี้ยงนิสัยดี” https://www.facebook.com/goodpetandhuman หรือนัดมาตรวจรักษาได้ที่ คลินิกจิตเวชสัตว์เลี้ยง โรงพยาบาลสัตว์เล็ก ม.วลัยลักษณ์ ที่เพจ https://www.facebook.com/AnimalhosWU/ เพื่อทำการประเมินสุขภาพจิตสัตว์เลี้ยงก่อนพบคุณหมอ สอบถามเพิ่มเติมที่โทร. 075-673902 , 075-673904