Location

0 7567 3000

ข่าวเด่น

ม.วลัยลักษณ์ จัดประชุมวิชาการนานาชาติ "International Timber Engineering Education and Research Symposium"

07/02/2567

764

 

วันนี้ (7 ก.พ. 2567) มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยศูนย์ความเป็นเลิศด้านไม้และวัสดุชีวภาพและสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี จัดประชุมวิชาการนานาชาติภายใต้หัวข้อ "International Timber Engineering Education and Research Symposium" เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางด้านการศึกษาและวิจัยการใช้ประโยชน์จากไม้ในงานโครงสร้างอาคารสมัยใหม่ ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในต่างประเทศ สอดรับกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ ณ ห้องประชุมภัทรธรรมาภรณ์ ชั้น 9 อาคาร B โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน รองศาสตราจารย์ ดร. สุธน ศรีวะโร อาจารย์ประจำหลักสูตรปิโตรเคมีและพอลิเมอร์ สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวรายงาน และได้รับเกียรติจาก ดร. กณพ เกตุชาติ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “การพัฒนาเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ"

 

ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการและพัฒนามหาวิทยาลัยให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ขององค์การสหประชาชาติหรือ SDGs ซึ่งที่ผ่านมามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้รับการจัดให้อยู่ในอันดับที่ 401-600 ของโลก จากการจัดอันดับผลงานด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (SDGs) โดยTimes Higher Education Impact Rankings ปี 2023  โดยผลงานด้าน SDG2 ,SDG6 ,SDG11 และSDG14 สามารถทำคะแนนติดอันดับ Top 100 ของโลก จากผลงานดังกล่าวทำให้มหาวิทยาลัยมุ่งมั่นในการส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการก่อสร้างสิ่งต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง การสนับสนุนการใช้วัสดุไม้ในการก่อสร้างจึงเป็นเป้าหมายที่สอดคล้องกับความตั้งใจของมหาวิทยาลัยในการเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียวเพื่อมีส่วนช่วยในการสร้างสังคมสีเขียวอย่างยั่งยืนให้แก่ประเทศ ล่าสุดมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นอันดับ 1 มหาวิทยาลัยสีเขียวของภาคใต้ติดต่อกัน 4 ปีซ้อน จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยสีเขียวโลก เมื่อปี 2023 โดย UI GreenMetric World University Rankings 

งานประชุมวิชาการนานาชาติในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นเวทีที่สร้างชื่อเสียงในระดับโลกในด้านการวิจัยเชิงนวัตกรรมให้กับมหาวิทยาลัยแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การสร้างเครือข่ายการวิจัยระดับนานาชาติ และเป็นเวทีในการสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมให้กับทั่วโลกอีกด้วย

 

 

ด้านรองศาสตราจารย์ ดร. สุธน ศรีวะโร กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้กลายเป็นปัญหาที่น่ากังวลระดับโลก จึงได้รับความสนใจจากภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างเป็นอย่างมาก เนื่องจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิด “ภาวะโลกร้อน” ดังนั้น “ไม้” จึงกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการก่อสร้างอาคาร เนื่องจากไม้เป็นวัสดุที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนฟุตพริ้นท์น้อยกว่าวัสดุก่อสร้างอื่นๆ การวิจัยด้านวิศวกรรมไม้ จึงมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันสามารถยกระดับอาคารไม้ให้สูงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนได้มากกว่า 8 ชั้น และสอดคล้องกับการส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมของแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติอีกด้วย

รองศาสตราจารย์ ดร. สุธน กล่าวอีกว่า การประชุมวิชาการนานาชาติในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางด้านการศึกษาและวิจัยด้านวิศวกรรมไม้ ทั้งในประเทศแคนาดา เกาหลีใต้ นิวซีแลนด์ที่วัสดุไม้ประสบความสำเร็จในการเจาะตลาดการก่อสร้างอาคารระดับกลางถึงสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งศักยภาพของพันธุ์ไม้ที่มีอยู่ในประเทศไทยและในประเทศเขตร้อน ซึ่งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้ทำการวิจัยอย่างจริงจังในเรื่องนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการสัมมนาในครั้งนี้ จะช่วยสร้างความตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นของการศึกษาและการวิจัยด้านวิศวกรรมไม้ในประเทศไทย และเป็นการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรไม้ที่มีอยู่ให้มากขึ้นและนำไปสู่ความร่วมมือระหว่างนักวิชาการ ภาคอุตสาหกรรม และรัฐบาล และช่วยให้อุตสาหกรรมไม้ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากสามารถเข้าถึงอุตสาหกรรมการก่อสร้างได้มากขึ้น อันจะส่งผลดีต่อประเทศทั้งในด้านวิชาการ เศรษฐกิจ และสังคมต่อไป

การประชุมวิชาการนานาชาติ “International Timber Engineering Education and Research Symposium” จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กับมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล ประเทศเกาหลีใต้ และมหาวิทยาลัยแคนเทอร์เบอรี่ ประเทศนิวซีแลนด์ ภายในงานมีผู้สนใจจากสมาคมไม้ไทย และภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับไม้ อุตสาหกรรมก่อสร้าง หน่วยงานภาครัฐและเอกชน นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย นักศึกษาปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก เข้าร่วมกว่า 100 คน

 

ข่าวและภาพ :  ชลธิชา ลิมปิติ ส่วนสื่อสารองค์กร