ข่าวเด่น

สกว.-มวล. จับมือ จัด ABC สัญจร สู่นครเข้มแข็ง

 

  
  
 
 
          สกว. ร่วมกับ มวล. จัด “ABC สัญจร สู่นครเข้มแข็ง : ฐานอาชีพ ฐานทรัพยากร ฐานชุมชน”  ผลักดันงานวิจัยเชิงพื้นที่ต่อยอดสู่การนำไปใช้ประโยชน์ให้เกิดกับประชาชนอย่างแท้จริง
 
         เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)  ร่วมกับ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) จัดโครงการ “ABC สัญจร สู่นครเข้มแข็ง : ฐานอาชีพ ฐานทรัพยากร ฐานชุมชน” โดยมี นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานเปิดงาน รองศาสตราจารย์ ดร.มนตรี อิสรไกรศีล  รองอธิการบดีฝ่ายปฏิบัติการบริการกลาง ม.วลัยลักษณ์ กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม ซึ่งมาจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชน สื่อมวลชนและผู้สนใจทั่วไป ประมาณ 300 คน ณ อาคารปฏิบัติการเทคโนโลยีและพัฒนานวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช  
 
 
         นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม  กล่าวว่า จังหวัดนครศรีธรรมราชให้ความสำคัญกับการพัฒนาเรื่องต่างๆ บนฐานความรู้ โดยปัจจุบันได้นำเอาผลการวิจัย/นวัตกรรมใหม่ในหลายๆ เรื่องที่ก่อประโยชน์กับประชาชนไปใช้เพื่อพัฒนาจังหวัด  ทั้งนี้ ในอดีตการลงพื้นที่เก็บข้อมูลงานวิจัย มักจะเกิดคำถามตามมาว่าประชาชนจะได้อะไร งานวิจัยจะสามารถใช้ประโยชน์ได้จริงหรือไม่ การทำความเข้าใจกับประชาชนถือเป็นเรื่องสำคัญ แต่หากมัวแต่ใช้อำนาจตามระบบสั่งโดยผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็สามารถทำได้แต่จะไม่ได้ข้อมูลที่แท้จริง  
            นายทรงพล  ยังกล่าวอีกว่า การพัฒนาต่างๆ ต้องอยู่บนฐานของความรู้ ซึ่งมาจากงานวิจัยและอีกหลายๆ ส่วน ทำอย่างไรให้งานวิจัยเกิดประโยชน์กับประเทศและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน  โดยการฟังความคิดเห็นของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ อย่างไรก็ตามต้องอยู่บนฐานของความรู้ที่แท้จริงไม่ใช่เพียงแค่ความรู้สึกเท่านั้น   ในส่วนการงานวิจัยไปสู่การปฏิบัติจริงสำหรับจังหวัดนครศรีธรรมราช ต้องอยู่บนพื้นฐานความรู้และข้อมูลหลายๆ ส่วนผสมผสานกัน ทั้งนี้หากมองไปที่ศักยภาพของจังหวัดจะพบว่ามีปัจจัยต่างๆ อาทิ การมีปัจจัยพื้นฐานต่างๆที่ส่งเสริมต่อการพัฒนา  มีสถาบันการศึกษาจำนวนมาก มีองค์ความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวบ้านอยู่จำนวนมาก ตลอดจนมีภาคเอกชนที่เข้มแข็ง ทำอย่างไรให้สิ่งต่างๆเหล่านี้ได้เชื่อมโยงและได้มาทำงานร่วมกัน หากสามารถอาศัยพลังความร่วมมือ พลังองค์ความรู้รวมถึงพลังการบริหารจัดการที่ดีก็จะเป็นจุดสำคัญสำหรับการพัฒนา  
 
         “การดำเนินงานทางด้านการวิจัยในระดับจังหวัดนับว่าไปได้เยอะพอสมควรและการนำเอาผลการวิจัยไปใช้เป็นรูปธรรมนั้นมีมากขึ้น หลังจากนี้ต้องดูกันต่อไปว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร ต้องทำอะไรเพื่อขยายผลการวิจัยให้เกิดประโยชน์ นอกจากนี้การนำหลักคิดเรื่องการสร้างชุมชนเข้มแข็ง เศรษฐกิจฐานรากเชื่อมโยงกับแผนพัฒนาจังหวัด ทำอย่างไรให้ประชาชนเห็นว่าถ้าทำแล้วจะได้ประโยชน์จริงๆ โดยรุกจากชุมชนฐานล่าง ทั้งนี้พื้นฐานสำคัญของการพัฒนาที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ต้องเริ่มจากการวิเคราะห์ตัวเอง มีข้อมูลจากภาคเอกชน ข้อมูลจากส่วนต่างๆมาประกอบ  รวมถึงข้อมูลจากผลวิจัยมาผสมผสานกับหลักคิดของตัวเอง และเมื่อมีทิศทางที่ชัด รัฐก็พร้อมสนับสนุนเพื่อให้เดินไปสู่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน” นายทรงพล กล่าวในช่วงท้าย
 
 
         ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.มนตรี อิสรไกรศีล กล่าวว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีนโยบายที่มุ่งเน้นการวิจัยเชิงพื้นที่  เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาที่ตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนท้องถิ่นภาคใต้ตอนบนเป็นหลัก ภายใต้การสนับสนุนอย่างดีจาก สกว.  โดย สกว. และ มวล.ได้มีการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือร่วมกันในการเชื่อมโยงการทำงานวิจัยของนักวิชาการในมหาวิทยาลัย กับการเคลื่อนไหวของชุมชนท้องถิ่นและเครือข่าย ตลอดจนเป็นการสนับสนุนการสร้างองค์ความรู้และพัฒนานักวิจัยเพื่อตอบโจทย์การแก้ปัญหาในพื้นที่ นอกจากนี้มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ยังมีความตั้งใจ ที่จะขับเคลื่อนงานวิจัยของมหาวิทยาลัย ด้วยระบบและกลไกการสนับสนุนที่หลากหลาย โดยมุ่งเน้นให้สามารถนำข้อค้นพบจากงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้จริงอีกด้วย
 
 
         ขณะที่ ดร.สีลาภรณ์  บัวสาย รองผู้อำนวยการ สกว. กล่าวว่า องค์ประกอบ 2 ส่วนของงาน ABC (Area-Based Collaborative Research For Development : การวิจัยเพื่อการพัฒนาพื้นที่)  คือ กลไกขับเคลื่อนการเชื่อมต่อองค์ประกอบ และความรู้เพื่อแก้ปัญหา/พัฒนาเฉพาะด้านในมิติทางด้านเศรษฐกิจ ทรัพยากร สังคมและการเมืองการปกครอง ซึ่งความรู้เหล่านี้ต้องไปต่อกับกลไกการจัดการในพื้นที่และต้องพัฒนาไปด้วยกันให้ได้ โดยงานวิจัยที่ สกว.สนับสนุนในจังหวัดนครศรีธรรมราชนั้น ในมิติทางด้านเศรษฐกิจกระแสหลักที่เป็นพืชเศรษฐกิจ ได้แก่ ยางพารา ปาล์ม ข้าว ส้มโอ เงาะ มังคุด หรือไม้ผล พืชผักต่างๆ  สิ่งเหล่านี้ต้องการความรู้เชิงเทคนิคช่วยตอบคำถามพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือคุณภาพสูงเพื่อให้เป็นที่ต้องการของตลาด เช่น การยืดอายุผลผลิตได้อย่างไร การรักษาคุณภาพในระหว่างการขนส่งไปยังตลาดได้อย่างไร อีกทั้งยังมีเรื่องการท่องเที่ยว เรื่องการทำนากุ้งซึ่งอยู่ในกลุ่มเศรษฐกิจกระแสหลักด้วย  อีกกลุ่มอยู่ในเรื่องของเศรษฐกิจชุมชน การสร้างระบบเศรษฐกิจในชุมชน การสร้างความแข็งแรงของคนในพื้นที่ ซึ่งเป็นระบบที่เชื่อมโยงเรื่ององค์กรการเงินชุมชน ระบบสวัสดิการ เงินกู้เพื่อประโยชน์ต่างๆ วิสาหกิจชุมชน ฯลฯ 
 
         นอกจากนี้  งานวิจัยในมิติทางด้านทรัพยากร ซึ่งทำร่วมกับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ คือ โครงการวิจัยเพื่อพัฒนาลุ่มน้ำปากพนัง  ซึ่งเป็นชุดโครงการที่ทำกันมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการจัดการน้ำทั้งเรื่องน้ำท่วมและภัยแล้ง การเตรียมรับมือภัยพิบัติ ในส่วนงานวิจัยด้านสังคมวัฒนธรรม มีการทำเครือข่ายศิลปินพื้นบ้าน การศึกษา ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และงานวิจัยในมิติทางด้านการเมืองการปกครอง มีงานซึ่งเกี่ยวเกี่ยวกับฐานข้อมูลตำบล โครงการความร่วมมือบัญชีครัวเรือน โครงการบำบัดทุกข์บำรุงสุข เป็นต้น 
 
         รองผู้อำนวยการ สกว. กล่าวต่อไปถึงผลผลิตและผลลัพธ์ที่สำคัญในการทำงานวิจัยว่า บางคนอาจคิดว่าเป็นความรู้  แต่ที่สำคัญมากกว่าคือเครือข่าย เพราะเครือข่ายจะไปเชื่อมโยงกับกลไกการพัฒนาพื้นที่ โดยเครือข่ายที่เกิดขึ้น เช่น ตำบลนำร่อง/ตำบลต้นแบบ โรงเรียนต้นแบบ ซึ่งเกิดขึ้นแล้วจำนวนมาก ดังนั้นการขับเคลื่อนและเปลี่ยนแปลงการเรียนรู้ในพื้นที่จึงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม อย่างไรก็ตาม สกว.ให้ความสำคัญกับทั้ง 2 ส่วน ทั้งความรู้ ต้นแบบและเครือข่ายที่นำความรู้ไปเชื่อมต่อและขยายผลได้ 
จากนั้นเป็นการนำเสนองานวิจัย โครงการการสังเคราะห์ข้อมูลจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยอาจารย์บุณฑรี จันทร์กลับ อาจารย์ประจำสำนักวิชาการจัดการ ม.วลัยลักษณ์ ต่อด้วยการเสวนาในหัวข้อ “การสร้างนครเข้มแข็งบนฐานความรู้” โดยมี นายบุญทวี ริเริ่มสุนทร ประธานหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช  นายวิชม ทองสงค์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และรองศาสตราจารย์ ดร.ก้าน จันทร์พรหมมา รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและเครือข่ายสังคม ม.วลัยลักษณ์ เป็นผู้ร่วมเวทีเสวนา  โดยหนังตะลุงนายหนัง บุญธรรม  เทิดเกียรติชาติ ร่วมสรุปสังเคราะห์การเสวนาดังกล่าว               
 
         นอกจากนี้ในช่วงบ่ายของวันดังกล่าวยังมีการประชุมกลุ่มย่อย โดยแบ่งเป็นฐานต่างๆประกอบด้วย ฐานอาชีพ : เกษตรบนฐานชีวิตและการสร้างมูลค่าเพิ่ม , เกษตรอุตสาหกรรม กรณีปาล์มน้ำมันและยางพารา ฐานทรัพยากร : การจัดการน้ำและภัยพิบัติ  และฐานชุมชนเข้มแข็ง
 
         สำหรับวัตถุประสงค์ของการประชุม ABC สัญจรฯ จัดขึ้นเพื่อนำเสนอรูปธรรมแนวคิด เครื่องมือและกระบวนการในการพัฒนา  โดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งบนฐานความรู้และความร่วมมือ รวมทั้งเพื่อเผยแพร่ให้กับหน่วยงาน  องค์กรประชาชนในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เห็นถึงแนวทางในการดำเนินงานหลากหลายภายใต้บริบทพื้นที่  โดยเน้นการนำเสนอรูปธรรมของงานวิจัยที่เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด  
 
 
 
ภาพและข่าวโดย นายธีรพงศ์ หนูปลอด ส่วนประชาสัมพันธ์
 

 


TOP