วลัยลักษณ์วิชาการ

แนะนำนักวิจัย มวล. : ดร.วาริท ทำวิจัยบนพื้นฐานโจทย์วิจัยที่สังคมต้องการและบูรณาการเข้ากับการเรียนการสอน

ดร.วาริท เจาะจิตต์ อาจารย์ประจำหลักสูตรอนามัยสิ่งแวดล้อม สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์ เชื่อว่า การทำวิจัยที่เหมาะสมที่สุดในบทบาทของการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย คือการทำวิจัยบนพื้นฐานของโจทย์วิจัยที่เป็นที่ต้องการของสังคม และสามารถนำมาบูรณาการเข้ากับการเรียนการสอน เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อสังคมและนักศึกษา

ดร.วาริท จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาเคมีการเกษตร และปริญญาโท สาขาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จากนั้นไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอก สาขา Environmental Sciences, Wageningen University ประเทศเนเธอร์แลนด์

ในช่วงต้นของการเริ่มทำงานวิจัย ดร. วาริท เล่าให้ฟังว่า ได้ทำวิจัยในหัวข้อเฉพาะที่ตนเองสนใจ เมื่อมีโอกาสมาทำงานกับภาคอุตสาหกรรมและหน่วยงานต่างๆ มากขึ้น จึงพบว่า อุตสาหกรรมมักจะเป็นจำเลยสำคัญในการก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ผู้ประกอบการจึงมีความเคยชินกับการจัดการแก้ไขปัญหามลพิษที่เกิดขึ้นมากกว่าที่จะเน้นการป้องกันไม่ให้เกิดมลพิษ ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงในการจัดการมลพิษ ดังนั้น งานวิจัยที่ทำจึงเกี่ยวข้องกับนิเวศวิทยาอุตสาหกรรม (Industrial Ecology) หรือ อุตสาหกรรมสีเขียว โดยใช้เครื่องมือทางสิ่งแวดล้อมต่างๆ ในการประเมินประสิทธิภาพการดำเนินงานทางสิ่งแวดล้อม เพื่อให้อุตสาหกรรมมีกระบวนการผลิต และผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ที่สำคัญเป็นการวิจัยการจัดการและเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อ “ป้องกัน” ปัญหาที่ต้นเหตุ (Source reduction) หรือป้องกันมลพิษมากกว่าการศึกษาเรื่องการ “บำบัด” ของเสียหรือมลพิษที่ปลายเหตุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมยาง ซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมหลักของภาคใต้ เช่น “การประเมินก๊าซเรือนกระจกจากอุตสาหกรรมยางของประเทศไทย” “การประเมินวัฏจักรชีวิตทางสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ถุงมือแพทย์ และถุงยางอนามัย” ซึ่งข้อมูลที่ได้จากการวิจัยเหล่านี้สามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการปรับปรุงการดำเนินงานทางสิ่งแวดล้อมของผู้ประกอบการได้

จากความมุ่งมั่นในการทำงานวิจัยบนพื้นฐานของโจทย์วิจัยที่เป็นที่ต้องการของสังคม และสามารถนำมาบูรณาการเข้ากับการเรียน การสอนได้ เพื่อให้การเรียนการสอนไม่น่าเบื่อ หรือจำเจ โดยเฉพาะการวิจัยทางสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะมีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดร. วาริท จึงได้นำการวิจัยที่ทำมาบูรณาการกับการเรียนการสอนและบริการวิชาการในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษา เช่น “โครงการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของเทศบาลตำบลท่าศาลา” โดยนักศึกษาในวิชาโครงงานวิทยาศาสตร์อนามัยสิ่งแวดล้อม หรือโครงการวิจัยที่ดำเนินการในรายวิชาสหกิจศึกษาของนักศึกษา เรื่อง “การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ปลาทูน่ากระป๋อง” ชนะเลิศอันดับที่ 1 ในการประกวดโครงการสหกิจศึกษาของเครือข่ายอุดมศึกษาภาคใต้ ซึ่งปัจจุบัน “คาร์บอนฟุตพริ้นท์” เป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม และมีการศึกษากันมากถึงปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากการดำเนินกิจกรรมขององค์กร หน่วยงานต่างๆ เพื่อให้ทราบว่า มีกิจกรรมใดบ้างที่ดำเนินการและมีส่วนในการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก อันจะนำไปสู่การวางแผนลดก๊าซเรือนกระจกเหล่านั้น เพื่อพัฒนาเป็นองค์กร หรือ หน่วยงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ ในฐานะผู้มีความเชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม ดร.วาริท เจาะจิตต์ ยังได้ผู้เป็นประสานงานโครงการ “Towards Environmentally Sustainable and Equitable Palm Oil” ในประเทศไทยอีกด้วย

ดร.วาริท ได้พูดถึงสิ่งที่เป็นความสำเร็จและความภาคภูมิใจของการทำงานในบทบาทของนักวิจัยว่า หากภาคอุตสาหกรรม หน่วยงาน และชุมชน สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้จริงๆ จะมีความภูมิใจมากยิ่งกว่าการได้รับการตีพิมพ์ผลงานในวารสารต่างๆ อาทิเช่น ผลการประเมินวัฏจักรชีวิตทางสิ่งแวดล้อมของของเล่นจากไม้ยางพารา ทำให้บริษัทสามารถนำข้อมูลจากการวิจัยไปเป็นพื้นฐานในการยื่นคำขอติด “ฉลากคาร์บอน” ให้กับผลิตภัณฑ์ หรือ ผลการวิจัยคุณภาพน้ำและอากาศที่ท่าเรืออำเภอกันตัง จังหวัดตรัง นำไปสู่การปรับปรุงระบบควบคุมมลพิษทางอากาศของบริษัทที่รับผิดชอบในการขนส่ง เป็นต้น

ในอนาคตจะดำเนินงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับชุมชนมากยิ่งขึ้น เช่น ประเด็นสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของชุมชน เพื่อประโยชน์โดยรวมของสังคมและประเทศชาติ ดร.วาริท กล่าวในตอนท้าย

ประวัติและผลงาน



สมพร อิสรไกรศีล เรียบเรียง


TOP