ข่าววิชาการ-วิจัย-สัมมนา

อาศรมวัฒนธรรมวลัยลักษณ์จัดฝึกสัมมนาเข้ม อ่าน เขียน ขับร้อง ร้อยกรองทำนองไทย โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ


เมื่อวันที่ ๖-๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ อาศรมวัฒนธรรมวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้จัดโครงการสัมมนาฝึกอ่าน เขียน ร้อยกรองทำนองไทย โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรระดับชาติ ซึ่งวิทยากรในการฝึกเขียนร้อยกรอง ได้แก่ อาจารย์ศักด์ศิริ มีสมสืบ (กิตติศักดิ์ มีสมสืบ) กวีซีไรต์ วิทยากรในด้านการอ่าน ได้แก่ ดร.วัฒนะ สำนักวรรณกรรม กรมศิลปากร และดร.เทวี บุญจับ นักอ่านทำนองเสนาะระดับชาติ และวิทยากรในการขับร้อง ได้แก่ อาจารย์ชินกร ไกรลาศ ศิลปินแห่งชาติ ทั้งนี้ได้รับเกียรติจากอาจารย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ที่เป็นที่ยอมรับของสังคมด้านภาษาไทย คือ ผศ.ดร.นิพนธ์ ทิพย์ศรีนิมิต อาจารย์สมใจ สมคิด ผู้รับรางวัลแว่นแก้ว และพานแว่นฟ้า ซึ่งการจัดสัมมนาครั้งนี้มีนักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ และผู้สนใจ เข้าร่วมจำนวน 140 คน



ผศ.ดร.มารวย เมฆานวกุล รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา ศิลปะและวัฒนธรรม ในฐานะประธานเปิดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ได้กล่าวว่า “การจัดสัมมนาปฏิบัติการ "อ่าน เขียน ขับร้องร้อยกรองทำนองไทย" ในครั้งนี้เป็นความตั้งใจที่จะฟื้นฟู อนุรักษ์ และส่งเสริมร้อยกรองไทย ต้องการให้คนไทยได้เรียนรู้เรื่องการเขียนร้อยกรอง การอ่านทำนองเสนาะได้ถูกต้องไพเราะ ชวนฟัง เกิดคุณค่าทั้งแก่ตนเอง ผู้อื่น และประเทศชาติ”



การจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ ได้จัดรูปแบบเป็นเวทีเสวนาและห้องฝึกปฏิบัติ โดยเวทีเสวนาประกอบด้วย ๓ หัวข้อหลัก คือหัวข้อ “อ่านทำนองเสนาะให้ไพเราะได้อย่างไร” โดยวิทยากร ดร.วัฒนะ บุญจับ และ ดร.เทวี บุญจับ ดำเนินการเสวนาโดย ผศ.ดร.นิพนธ์ ทิพย์ศรีนิมิต เสวนาในหัวข้อ “การเขียนร้อยกรอง อย่างไรให้ติดใจผู้อ่าน” วิทยากร อาจารย์ศักดิ์สิริ มีสมสืบ ดำเนินการเสวนาโดย อาจารย์สมใจ สมคิด และเสวนาในหัวข้อ “การอ่าน การร้อง ร้องกรองไทย” วิทยากร ชินกร ไกรลาศ ดำเนินการเสวนาโดย รศ.ดร.สืบพงศ์ ธรรมชาติ
ส่วนในช่วงของกิจกรรมฝึกปฏิบัติ มีการแบ่งกลุ่มผู้เข้าร่วมสัมมนาออกเป็น ๓ กลุ่มย่อย เพื่อลงไปฝึกภาคปฏิบัติในการฝึกอ่าน เขียน ขับร้อง ร้องกรองทำนองไทย โดยผู้เข้าสัมมนาได้มีโอกาสฝึกภาคปฏิบัติแบบใกล้ชิดกับวิทยากรและซักถามเพิ่มเติมได้อย่างทั่วถึง

อนึ่ง การจัดสัมมนาในครั้งนี้ รศ.ดร.สืบพงศ์ ธรรมชาติ ผู้อำนวยการอาศรมวัฒนธรรมวลัยลักษณ์ ได้กล่าวว่า “...สังเกตได้ว่า คนไทยภาคใต้ยังมีความรัก ห่วงใย ภาษาไทยอยู่ไม่จืดจาง แม้จะมีการจัดสัมมนาแบบนี้ทุกปี ก็มีผู้ให้ความสนใจเพิ่มขึ้น และไม่มีท่าทีจะลดแต่ประการใด ทั้งๆ ที่มีการเก็บค่าลงทะเบียนสัมมนา”

ประมวลภาพ


รายละเอียดเพิ่มเติม : http://cultural.wu.ac.th/

TOP