ข่าวเด่น

อธิการบดีให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน กรณีก้อนน้ำมันลอยเกลื่อนแนวชายหาดจังหวัดนครศรีฯ



เมื่อเร็วๆนี้ ดร.กีร์รัตน์ สงวนไทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พร้อมด้วยอาจารย์สุธีระ ทองขาว อาจารย์ประจำสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร คุณพีรดา ภักดีพิน นักวิทยาศาสตร์ประจำศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน กรณีมีก้อนน้ำมันสีดำลักษณะเหนียวข้น ถูกคลื่นซัดเข้าสู่ชายหาด กระจายเกลื่อนตามแนวชายหาดจังหวัดนครศรีธรรมราช ณ ห้องประชุม 15/3 อาคารบริหาร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยมีผู้สื่อข่าว สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 โมเดิร์นไนน์ทีวี สถานีโทรทัศน์สทท.11 นครศรีธรรมราช หนังสือพิมพ์มติชน หนังสือพิมพ์ข่าวสด หนังสือพิมพ์และสื่อในเครือเนชั่น เข้าร่วม

ดร.กีร์รัตน์ สงวนไทร กล่าวว่า ความคืบหน้าหลังจากมีก้อนน้ำมันจำนวนมาก ถูกคลื่นซัดเข้ามากองเต็มแนวหาดทรายใน อ.สิชล อ.ขนอม อ.ท่าศาลา และ อ.เมืองนครศรีธรรมราช ทำให้หลายฝ่ายวิตกกังวลอย่างมากถึงที่มาของก้อนน้ำมันจำนวนมากเหล่านี้ และอาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล ซึ่งก่อนหน้านี้มีปลาโลมาตายอย่างต่อเนื่อง บริเวณชายหาดจังหวัดนครศรีธรรมราชเพราะพิษของน้ำมัน โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ พร้อมกับทีมงานจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้เข้าเก็บตัวอย่างก้อนน้ำมันที่พบตามแนวชายหาดของ อ.สิชล และ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช และนำไปวิเคราะห์ทางเคมี โดยใช้กระบวนการแกสโครมาโตกราฟี (Gas Chromatography) หรือ (GC/FID) ซึ่งผลการวิเคราะห์ทางเคมีพบว่า องค์ประกอบทางเคมีของตัวอย่างที่เก็บได้นั้น เป็นน้ำมันดิบที่ผ่านกระบวนการบางอย่าง ทำให้โมเลกุลบางตัวหลุดหายไปและมีความหนาแน่นเพิ่มมากขึ้นจนมีคุณลักษณะจมน้ำ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศหน้าดิน โดยส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำที่ไปสัมผัส หรือกินเข้าไป และมีโอกาสเป็นไปได้ว่า โลมาที่ตายอาจได้รับผลกระทบจากสิ่งนี้ โดยผลสรุปที่ออกมาใกล้เคียงกับน้ำมันดิบมากที่สุด ส่วนการวิเคราะห์น้ำทะเลนั้นยังไม่พบค่าความเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติ ซึ่งจะต้องสืบค้นต่อไปว่าที่มานั้นมาจากไหน เนื่องจากพบว่ามีการกระจายตัวของก้อนน้ำมันนี้ พบตั้งแต่ชายฝั่งชุมพร สุราษฎร์ธานี เกาะสมุย และนครศรีธรรมราช

ทั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์ได้ตั้งข้อสังเกตและสมมุติฐานว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่ก้อนน้ำมันจะปล่อยมาจากเรือ เนื่องจากมีปริมาณมากและกินพื้นที่กว้างขวาง ซึ่งโอกาสเป็นไปได้สูงว่าอาจเป็นน้ำมันดิบที่เกิดจากการรั่วไหลและถูกใช้สารเคมีทำให้มีความหนาแน่นเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้น้ำมันดิบจมลงไปในทะเล และจับเป็นก้อนจนถูกกระแสคลื่นลมพัดมาขึ้นฝั่งในภาคใต้

ประมวลภาพ

TOP