วลัยลักษณ์วิชาการ

ดร.ชมพูนุท นันทเมธี : รักและมีความสุขกับงานสอนนักศึกษาและทำวิจัย

ดร. ชมพูนุท นันทเมธี อาจารย์ประจำสำนักวิชาวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มีความสุขทุกครั้งที่สอนนักศึกษาด้วยตระหนักเสมอว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นมีความสำคัญเพราะนักศึกษาคือกำลังพลที่พร้อมจะเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติให้ก้าวหน้าต่อไป ด้านงานวิจัยที่ทำควบคู่กันกับการสอน เป็นงานที่ทำเพื่อพัฒนาตนเองให้ก้าวไปพร้อมกับโลกในยุคปัจจุบันและเพื่อนำไปใช้พัฒนาการเรียนการสอนให้แก่นักศึกษา

ดร. ชมพูนุท นันทเมธี จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ จังหวัดสงขลา หลังจากนั้นได้รับทุนในโครงการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ (ทุนเรียนดีวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย) เพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาตรี สาขาวิชาเคมี ณ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ หลังจากจบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งในปี พ.ศ. 2551 ได้รับทุนจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตามความต้องการของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอก สาขาวิชาเคมี ณ มหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ โดยระหว่างที่ศึกษาอยู่นั้น ได้ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยสอนในรายวิชาเคมีของวัสดุที่มีรูพรุนระดับนาโน เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้านการและนำมาประยุกต์ใช้กับการทำงานจริงเมื่อสำเร็จการศึกษา

หลังจากสำเร็จการศึกษาในปี 2556 ได้กลับมาเป็นอาจารย์ที่สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดย ดร. ชมพูนุท ได้เล่าว่า ตนนั้นสนุกและมีความสุขทุกครั้งที่เข้าสอนนักศึกษา เพราะตระหนักเสมอว่า สิ่งที่ทำอยู่นั้นเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากเพียงไร นักศึกษาที่นั่งอยู่ตรงหน้าทุกคนคือกำลังสำคัญที่จะผลักดันประเทศชาติให้ก้าวหน้าต่อไป ส่วนงานวิจัยนั้น นอกจากจะทำเพราะอยากรู้ ทำเพราะรักที่จะทำแล้ว อีกเหตุผลหนึ่ง คือทำเพื่อพัฒนาตนเอง เพื่อกระตุ้นตนเองให้ก้าวไปพร้อมกับโลกยุคใหม่และยังหวังจะนำประสบการณ์ที่ได้มาถ่ายทอดให้นักศึกษาเรียนรู้ต่อไป

เมื่อถามถึงมุมมองด้านงานวิจัยว่า ดร. ชมพูนุท ได้กล่าวว่างานวิจัยเป็นการค้นหาคำตอบของสิ่งที่สงสัยและนำองค์ความรู้ใหม่ที่ได้เผยแพร่ให้แก่ผู้อื่น ซึ่งถือเป็นการทำงานที่ได้ประโยชน์สองทางคือได้ทั้งตนเองและผู้อื่น โดยรู้จักคำว่า “วิจัย” มาตั้งแต่ยังเป็นเด็กจากภาพยนตร์ฮอลลีวูด ในตอนนั้น ตนคิดว่านักวิจัยนั้นเป็นผู้มีความสามารถและเป็นหนึ่งในอาชีพที่มีความสำคัญต่อมวลมนุษย์ เมื่อเริ่มเข้าเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นก็เริ่มคุ้นเคยกับโครงงานวิทยาศาสตร์และนั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของความสนใจในการวิจัยอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

เนื่องจากงานวิจัยในระดับปริญญาเอกของ ดร.ชมพูนุท เกี่ยวข้องกับการศึกษาการตอบสนองต่อความร้อนในระดับโครงสร้างของวัสดุโครงข่ายโลหะอินทรีย์โดยใช้เทคนิคการเลี้ยวเบนของรังสีเอกซ์ (X-ray diffraction techniques) จึงมีความชอบและความเชี่ยวชาญทางด้านนี้ ทั้งยังมีความรู้และความเข้าใจในเรื่องการศึกษากลไกการปลูกผลึกในระดับโมเลกุล (crystal growth) อันเป็นผลมาจากการเป็นผู้ช่วยสอนในระหว่างศึกษาต่อปริญญาเอกอีกด้วย

ขณะเดียวกัน ก็มีความสนใจเป็นพิเศษเกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์วัสดุที่มีรูพรุนระดับนาโนเมตร ทั้งวัสดุที่ประกอบไปด้วยสารอนินทรีย์ทั้งหมด อาทิ Zeolites/Zeotypes และวัสดุโครงข่ายโลหะอินทรีย์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ Metal Organic Frameworks (MOF) ความมีรูพรุนเป็นสมบัติที่น่าสนใจและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในด้านต่างๆได้มากมาย ตัวอย่างเช่น ใช้เป็นตัวเก็บหรือแยกแก๊ส ใช้เป็นตัวนำส่งยาและใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา เป็นต้น

ดร.ชมพูนุท เล่าถึงหลักการเรียนและการทำงานว่า การจะทำอะไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นด้านการเรียน การสอน หรืองานวิจัย ทุกอย่างต้องทำด้วยใจและมีความสุข สนุกไปกับสิ่งที่ทำ หากเราทำสิ่งเหล่านั้นด้วยความรู้สึกว่าต้องทำ ทำเพราะคาดหวังผลประโยชน์อื่นหรือทำเพราะไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่า เราก็จะทุกข์ เครียด ผลที่ตามมาคือ สิ่งที่ทำออกมาก็จะไม่มีประสิทธิภาพหรืออาจส่งผลให้สุขภาพร่างกายและจิตใจแย่ลง ดร.ชมพูนุท มีเคล็ดลับในการกระตุ้นตนเอง โดยการตั้งเป้าหมายเล็กๆเอาไว้เพื่อเป็นกำลังใจในการทำงาน โดยในขั้นแรกนี้ตั้งใจจะเป็นครูที่ “ดี” ทั้งในแง่ของการเรียนการสอนและด้านอื่นๆ มุ่งที่จะพัฒนากระบวนการสอนให้ทันสมัย ตรงใจผู้เรียนและตรงกับวิถีและความชอบผู้สอนด้วย ส่วนงานวิจัย เริ่มจากการทำงานวิจัยเล็กๆที่ตนเองสนใจให้ประสบผลสำเร็จ

เมื่อถามถึงสิ่งที่ภาคภูมิใจ ดร. ชมพูนุท กล่าวสั้นๆเพียงว่า ทุกวันนี้ตนภูมิใจที่ได้ทำให้พ่อแม่ภาคภูมิใจและมีความสุข ซึ่งถือว่า เป็นความสำเร็จที่ใหญ่ยิ่งสำหรับคนเป็นลูก นอกจากนี้ยังภาคภูมิใจที่ได้เป็นครู งานที่ตนใฝ่ฝันและอยากจะทำ ซึ่งบัดนี้เป็นจริงแล้ว

ประวัติและผลงาน


สมพร อิสรไกรศีล เรียบเรียง


TOP