ข่าวเด่น

ปมพันล้านศูนย์การแพทย์วลัยลักษณ์ ถึงเวลาต้องช่วยนำพาให้พ้นกับดักผลประโยชน์ : ผู้จัดการออนไลน์



เกือบ 2 ปีแล้วที่ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มูลค่าหลายพันล้านบาท กำลังถูกผลักดันให้เดินต่อไปข้างหน้าให้ได้ เพื่อเป็นโรงพยาบาลเชี่ยวชาญขนาดใหญ่ที่สุดในภาคใต้ตอนบน แหล่งเรียนรู้ฝึกปรือผลิตบุคลากรแพทย์ออกสู่สังคม แต่แม้ว่าพยายามผลักดันอย่างไรก็ตามแต่ ยังไม่พ้นปัญหาที่ต้องตามแก้ ตามล้างกันแทบรายวัน และดูเหมือนว่าแต่ละปัญหาจะมากันเป็นแผงพร้อมกันทั้งภายในภายนอกราวกันนัดกันไว้ หลายปัญหาถูกหยิบนำมาเปิดเผยผ่านสื่อสารมวลชนระลอกแล้วระลอกเล่า โดยถูกหยิบเอาเฉพาะบางช่วงบางตอน ตัดตอนเอาชุดข้อมูลที่เห็นว่า “เป็นประโยชน์” สำหรับบางคนเท่านั้น เพียงเพื่อได้ทำลายความน่าเชื่อถือ สร้างความชอบธรรม
นับแต่การประกาศยกเลิกสัญญาโครงการก่อสร้างครั้งแรกกับบริษัทร่วมค้าที่เข้ามารับเหมาจัดซื้อจัดจ้างแบบวิธีพิเศษ ด้วยเหตุการณ์ใช้เอกสารค้ำประกันทางการเงินปลอม และนำเอกสารปลอมนั้นมาประกอบสัญญาต่อทางราชการ ตรรกะแค่นี้กลับถูกขยายความไปในทิศทางที่ตัวเองต้องการได้ประโยชน์ไปได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

ในเมื่อเอกสารปลอมถูกนำมาประกอบสัญญาต่อทางราชการ นิติกรรมสัญญาย่อมไม่ชอบมาตั้งแต่ต้น เสมือนไม่เคยมีนิติกรรมสัญญานั้นเกิดขึ้น” แค่นี้คือหลักการที่สำคัญของการทำนิติกรรมสัญญา แต่กระนั้นเรื่องราวถูกขยายความไปอย่างไม่รู้จบ และฝ่ายตรวจตรวจสอบบางหน่วยงานไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยลงมือตรวจสอบเรื่องนี้ ท้ายที่สุดแล้วดูเหมือนว่าจะกลายเป็นขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่ เหลาลงไปกลายเป็นบ้องกัญชาไปเสียนั่น



ปมพันล้านศูนย์การแพทย์วลัยลักษณ์ ถึงเวลาต้องช่วยนำพาให้พ้นกับดักผลประโยชน์

แต่สิ่งที่น่าเสียใจมากกว่านั้น ครอบครัวของชาววลัยลักษณ์หลายพันชีวิตที่กินเงินเดือนจากภาษีของประชาชนอยู่ที่นั่น แม้ว่าส่วนใหญ่แล้วจะเป็นผู้ที่นำพาซึ่งประโยชน์ของนักศึกษา และประชาชนที่พึงได้รับตาม แต่บางคนแม้เป็นคนในวลัยลักษณ์เองกลับกลายเป็น “กบฏ” ชักศึกเข้าบ้าน เอื้อต่อความไม่ปกติ ไม่ชอบมาพากล ที่รู้ดีเพียงเพื่อผลประโยชน์บางประการ เศษเล็กชิ้นน้อย กลายเป็นหนอนบ่อนไส้ตัวเอง เป็นเครื่องมือของบางกลุ่มทำลายเกียรติภูมิของ สถาบันที่เป็นหม้อข้าวเลี้ยงครอบครัวตัวเอง ทำอย่างไรได้เพียงแค่ให้ได้กลุ่มผลประโยชน์เก่าที่ถูกยกเลิกสัญญาไปกลับคืนมาทำงานในพื้นที่นี้ให้ได้ ด้วยเม็ดเงินที่หล่นเรี่ยราดจากกลุ่มผลประโยชน์บางกลุ่ม เป็นรีโมตคอนโทรลสั่งการในระยะไกล

กระนั้นความพยายามในการขับเคลื่อนโครงการนี้ต่อไปข้างหน้าให้ได้ บริษัทผู้รับเหมารายใหม่เข้ามาก่อสร้างโครงการ ปัญหาใช่ว่าจะจบสิ้น ด้วยการถมดินที่เกิดขึ้นแล้วจากสัญญาเก่าที่ถูกยกเลิกไป หลายส่วนถูกบางคนบิดเบือนอย่างน่าใจหาย ความเดือดร้อน ปัญหานี้ถูกหยิบมาแก้ไขหาช่องทางเพื่อให้ทุกอย่างเดินไปไปได้ เนื่องจากผู้รับเหมาถมดินเป็นคู่สัญญากับบริษัทรับเหมารายเก่า ไม่ใช่กับมหาวิทยาลัย ปัญหาจึงมีความซับซ้อน จนกระทั่งมีการประเมินราคาได้ วงเงิน 21 ล้านบาทเศษ เตรียมที่จะเข้าช่องความรับผิดชอบ แต่ทว่า กลับมีผู้รับเหมาช่วงอีกกลุ่มเข้ามาแสดงตนพร้อมเรียกร้องวงเงินใกล้เคียงกัน คือ ราว 21 ล้านบาทเศษเช่นกัน ปัญหาจึงไม่จบ ผู้รับเหมาแย่งกันอ้างผลงาน กระบวนการที่เป็นทางการจึงเริ่มขึ้นอีกครั้ง ในการนี้ นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ต้องเข้ามาเป็นประธาน เตรียมเรียกผู้รับเหมาทั้งหมดอย่างน้อย 8 กลุ่มชื่อเสียงเรียงนามแต่ละกลุ่มล้วนไม่ธรรมดา

นั่นเป็นเพียงแค่ปัญหาที่เกิดขึ้นแม้ว่าจะติดหล่มอยู่ในวังวนกับดัก “ต้องได้กู หรือพวกกูเท่านั้น” ปัญหาที่ยังฝังรากอยู่ในสันดานหลายคนที่ยากจะขุดออก กระบวนการตรวจสอบโดยมีกฎหมายเป็นเครื่องมือ ตลอดกว่า 1 ปี มีกระบวนการตรวจสอบเกิดขึ้นที่นี่ แต่เป็นที่น่าเหลือเชื่ออีกว่าคดีความเกิดขึ้นระหว่างผู้ตรวจสอบกับฝ่ายผู้ถูกตรวจสอบผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด กระบวนการตรวจสอบยังไม่รู้ว่าจะจบลงเมื่อไหร่ ผละจากเรื่องนั้นไปเรื่องนี้ ต่อด้วยเรื่องโน้น และดูเหมือนว่าจะมาอีกเรื่อยๆ ไม่รู้จบสิ้น

ปมพันล้านศูนย์การแพทย์วลัยลักษณ์ ถึงเวลาต้องช่วยนำพาให้พ้นกับดักผลประโยชน์

บางตรรกะในการตรวจสอบก้าวไปถึงขั้นการเบิกจ่ายเงินตามการตั้งเบิกของผู้รับเหมา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์กลับถูกกล่าวหาว่า จ่ายเงินไปไม่ได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการจ้างงาน สืบเนื่องจากเหตุผู้รับเหมาบริหารการเงินของบริษัท เสมือนหนึ่งว่า ผู้จ้างจ่ายเงินให้ผู้รับจ้าง เพื่อทำงานแต่เมื่อผู้จ้างจ่ายเงินไปแล้วจะต้องตามไปตรวจสอบด้วยว่า ผู้รับจ้างจะต้องใช้จ่ายเงินที่เบิกไปเพื่อเจตนารมณ์ในการก่อสร้างเท่านั้น มันย้อนแย้งต่อการตรวจสอบตามเจตคติ และเจตนารมณ์ที่ควรเป็นไปอยู่ไม่น้อย ถ้าผู้รับจ้างใช้เงินในบัญชีอื่นของเขามาหมุนเวียนในโครงการผู้รับจ้างคงผิดไปด้วยเพราะไม่ได้ใช้ธนบัตรจากเช็คที่เบิกจ่ายไป กระนั้นถ้าผู้รับจ้างทำเงินหล่นตรงไหนคงต้องไปแจ้งความดำเนินคดีต่อคนเก็บได้ด้วยกระมังตรรกะนี้คงไม่ผิด

“บางคนถึงกับเอ่ยว่า เขาตรวจสอบเพื่อหาอะไร ถ้าหาฝูงควายของลุงไข่ฝูงสุดท้ายของนครศรีธรรมราช พบแน่นอนอยู่ที่ข้างมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ แต่ถ้าต้องการหาหนวดเต่าเจริญงอกงามอยู่บนเขากระต่าย มาหาที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ คงต้องใช้เวลาตลอดทั้งชีวิตคงยังจะไม่เจอ”


คดีความหลายคดีที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ที่ฝ่ายมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ตกเป็นจำเลยถ้าติดตามกันอย่างต่อเนื่องจะเห็นได้ว่า คำพิพากษากำลังทยอยออกมาทุกคดีที่ออกมาแล้วคือ ยกฟ้องวิธีการที่เร็วที่สุด คือทำอย่างไรต้อง “โค่น” ผู้บริหารลงให้ได้ และหวังว่าเมื่อโค่นได้แล้วสิ่งที่ได้กระทำการตามอำนาจหน้าที่ที่ผ่านมาจะเป็นโมฆะ ทุกอย่างจะลงร่องลงรอยเช่นเดิม

กระบวนการใช้อำนาจ และการยืมอำนาจทั้งบนดิน ใต้ดิน จึงมีให้เห็นเป็นระยะๆ มีแค่ไม่กี่สิบคนที่ติดอยู่ในกับดักผลประโยชน์บ่วงอิทธิพล อำนาจมืด แต่ที่ผ่านมา สร้างความล่าช้าให้แก่ศูนย์การแพทย์แห่งนี้ ทั้งที่เป็นของทุกคนจะได้พึ่งพาอาศัย เมื่อถึงวันนั้น คนที่เป็นตัวปัญหาในวันนี้คงได้เข้ามาใช้บริการแพทย์ พยาบาล ที่นี่คงใช้มาตรฐานระดับมืออาชีพในการดูแลไม่แตกต่างจากยาจก ยากดี มีจน ที่จะเข้ามารับการดูแลเช่นเดียวกัน พลังของคนวลัยลักษณ์ พลังของประชาชน ย่อมหูตาไวในการตรวจสอบกว่าใคร ถึงเวลาที่ทุกคนต้องมีส่วนร่วมกันนำพามหาวิทยาลัยแห่งนี้เดินต่อไปข้างหน้าให้ได้ และให้เร็วกว่านี้



โดย...นักข่าวชายขอบ

ข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์ http://manager.co.th

รายละเอียดเพิ่มเติม : http://manager.co.th/South/ViewNews.aspx?NewsID=9590000021428

TOP