ข่าวเด่น

อธิการบดี ม.วลัยลักษณ์นำทีมผู้บริหาร เข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช หารือทิศทางการพัฒนาการศึกษา พร้อมรายงานความก้าวหน้าการก่อสร้างศูนย์การแพทย์ฯ

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2559 ที่ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ประกอบด้วย รักษาการแทนรองอธิการบดี รักษาการแทนผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายต่างๆ เข้าร่วมประชุมหารือการกำหนดทิศทางการพัฒนาการศึกษาของจังหวัดนครศรีธรรมราชและการพัฒนาพื้นที่ชุมชนรอบมหาวิทยาลัยลัยลักษณ์ ร่วมกับ นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้นำชุมชนรายรอบมหาวิทยาลัยเข้าร่วม โดยก่อนการประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีกับศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ในโอกาสเข้ารับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์คนใหม่ด้วย



ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ กล่าวในการหารือดังกล่าวว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีคณาจารย์ผู้เชียวชาญในด้านต่างๆจำนวนมาก พร้อมที่จะให้ความร่วมมือและสนับสนุนจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะในการจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด การจัดทำผังเมือง ด้านการจัดการและการตลาด นอกจากนี้ตนได้มีการแต่งตั้งผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายชุมชนเพิ่มอีก 1 ตำแหน่ง เพื่อทำหน้าที่ในการดูแลประสานงานและการพัฒนาชุมชนซึ่งอยู่รายรอบมหาวิทยาลัยด้วย พร้อมทั้งมีการรายงานผลความคืบหน้าการก่อสร้างศูนย์การแพทย์ให้ทางจังหวัดทราบทุกเดือน

อย่างไรก็ตามในส่วนการก่อสร้างศูนย์การแพทย์ฯ ซึ่งได้มีการยกเลิกสัญญาจ้างบริษัทเดิมนั้นขณะนี้กระบวนการทางศาลได้สิ้นสุดแล้ว และมหาวิทยาลัยได้ผู้รับจ้างรายใหม่แล้วคือบริษัท เพาเวอร์ไลน์ จำกัด โดยกำหนดแล้วเสร็จในปีพ.ศ.2562 และจะมีการส่งมอบงานจำนวน 3 งวดในเดือนกันยายนนี้ ส่งมอบงาน 10 งวดในปี 2561 และอีก 10 งวดในปี 2562 และหลังจากการก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2563 จะมีการติดตั้งครุภัณฑ์ และเตรียมความพร้อมบุคลากรทางด้านการแพทย์และบุคลากรในด้านอื่นๆรวมกว่า 14 สาขาความเชี่ยวชาญ

ทั้งนี้คาดว่าจะมีการเปิดให้บริการเฟสแรกได้จำนวน 350 เตียง โดยจะมีผู้ใช้บริการประมาณ 5 แสน คนต่อปี และเมื่อเปิดบริการเต็มโครงการจะมีจำนวน 750 เตียง จะมีผู้ใช้บริการประมาณ 1 ล้านคนต่อปี ซึ่งจะมีบุคลากรทางการแพทย์และด้านต่าง ๆ เกือบ 4,000 คน โดยมีเป้าหมายการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ของภาคใต้ตอนบน และเป็นความภาคภูมิใจของจังหวัดนครศรีธรรมราชอีกด้วย



ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ กล่าวต่ออีกว่า ในส่วนของปัญหาเรื่องการถมดินการก่อสร้างศูนย์การแพทย์ของผู้รับเหมาช่วงจากบริษัทเดิมที่ถูกยกเลิกสัญญานั้น ทางมหาวิทยาลัย ได้ขอความร่วมมือจากศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช ในการเข้าไปสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อหาทางเยียวยาต่อไป ซึ่งทาง มหาวิทยาลัย ไม่สามารถจ่ายเงินเยียวยาให้ได้เนื่องจากไม่มีกฎหมายมารองรับ ส่วนที่ผู้รับเหมาช่วงถมดินไปฟ้องศาลแพ่งนั้นก็ไม่ถือว่าเป็นอุปสรรค แต่ถือว่าเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่เป็นทางออก หากศาลสั่งมาอย่างไรก็จะปฏิบัติตาม นอกจากนี้หากได้หลักฐาน ข้อมูลที่ชัดเจนแล้ว ทางมหาวิทยาลัยก็พร้อมที่จะเสนอไปยังกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อขอให้คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้จ่ายเงินค่าเยียวยาแก่ผู้รับเหมาถมดิน และหาก ครม.มีมติออกมาแล้ว ก็จะจ่ายเงินดังกล่าวทันที

ด้านนายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า มีความเชื่อมั่นว่า ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ จะสามารถแก้ไขปัญหาศูนย์การแพทย์ และพัฒนามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ให้มีความเจริญก้าวหน้าไปได้ เมื่อศูนย์การแพทย์แล้วเสร็จบริบทของจังหวัดนครศรีธรรมราชจะเปลี่ยนไป จึงขอฝากให้ผู้บริหารท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้ช่วยกันดูแลและพัฒนาพื้นที่รอบ ๆ มหาวิทยาลัยไปพร้อม ๆ กันด้วย

ประมวลภาพ

ภาพและข่าวโดยนายธีรพงศ์ หนูปลอด ส่วนประชาสัมพันธ์

TOP