ข่าววิชาการ-วิจัย-สัมมนา

ม.วลัยลักษณ์ จัดทำโครงการแม่พันธุ์และโคขุน(ศรีวิชัย)ประชารัฐ ส่งเสริมเกษตรกรเลี้ยงโคขุนอย่างมืออาชีพ



อาจารย์ ดร.ไพโรจน์ นวลนุ่ม รักษาการแทนผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายชุมชนและประชาสังคม เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดทำ “โครงการแม่พันธุ์และโคขุน (ศรีวิชัย) ประชารัฐ” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคในพื้นที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ไปสู่การเป็นผู้เลี้ยงแม่พันธุ์และโคขุนมืออาชีพ เพื่อให้มีรายได้เลี้ยงครอบครัวอย่างยั่งยืน ตามหลักการเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวร่วมกับ 4 ภาคส่วน ได้แก่ 1) กรมปศุสัตว์ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นต้น 2) มหาวิทยาลัยในฐานะผู้จัดโครงการ 3) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ในฐานะผู้ให้สินเชื่อ และ 4) เกษตรกรผู้เลี้ยงโคขุน โดยที่ผ่านมามหาวิทยาลัยได้จัดเวทีหารือและสำรวจความต้องการของเกษตรกรชุมชนสาธิตวลัยลักษณ์พัฒนาและชุมชนรายรอบมหาวิทยาลัย ซึ่งมีผู้สนใจแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการกับมหาวิทยาลัยจำนวนมาก

ทั้งนี้ เมื่อเร็วๆนี้ โครงการชุมชนสาธิตวลัยลักษณ์พัฒนาและการแก้ไขปัญหาที่ดินโครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกับ สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร ได้นำเกษตรกรผู้สนใจเลี้ยงโคแม่พันธุ์และโคขุนจากชุมชนสาธิตวลัยลักษณ์พัฒนาและชุมชนรายรอบมหาวิทยาลัยจำนวน 50 คน เดินทางไปศึกษาดูงาน “การเลี้ยงโคขุน” ณ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มออมทรัพย์ผู้เลี้ยงโคขุนตำบลทุ่งปรัง และ“การเลี้ยงโคแม่พันธุ์” ณ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มออมทรัพย์ผู้เลี้ยงโคตำบลทุ่งใส อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคในพื้นที่มหาวิทยาลัยเป็นผู้เลี้ยงแม่พันธุ์และโคขุนอย่างมืออาชีพ

อาจารย์ ดร.ไพโรจน์ นวลนุ่ม กล่าวต่อไปถึงการดำเนินงานโครงการดังกล่าวในขั้นต่อไปอีกว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จะได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดพื้นที่โครงการและจัดอบรมเกษตรกรให้มีความรู้ความเข้าใจในการเลี้ยงแม่พันธุ์และโคขุนแบบมืออาชีพ โดยมหาวิทยาลัยมีจุดมุ่งหมายที่จะพัฒนา“โครงการแม่พันธุ์และโคขุน(ศรีวิชัย) ประชารัฐ” ให้เป็นสถานีวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาแม่พันธุ์และโคขุน เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของเกษตรกรที่สนใจการเลี้ยงโคขุน และส่งเสริมนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความยากจนของเกษตรกรให้มีความยั่งยืนต่อไป

ข่าวโดยนายธีรพงศ์ หนูปลอด ส่วนประชาสัมพันธ์
ขอขอบคุณภาพจาก งานชุมชนและประชาสังคม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

TOP