ข่าวเด่น

อธิการบดี ม.วลัยลักษณ์นำทีมผู้บริหาร เข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชคนใหม่



เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารของมหาวิทยาลัย เข้าพบนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อแสดงความยินดีในโอกาศเข้ารับรับตำแหน่งผู้ว่าคนใหม่และรายงานให้ทราบถึงภารกิจของมหาวิทยาลัยและความต้องการของชุมชน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและผู้นำชุมชนรายรอบมหาวิทยาลัยเข้าร่วม ณ ห้องปฏิบัติการชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช



ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จะมีอายุครบรอบ 25 ปี ในปีพ.ศ.2560 ซึ่งในช่วงเดือนมีนาคม 2560 มหาวิทยาลัยได้มีการกำหนดจัดงานใหญ่ๆ 2 งาน ประกอบด้วยการประชุมวิชาการระดับชาติ/นานาชาติ และการจัดงานวลัยลักษณ์เอ็กซ์โป ซึ่งงานดังกล่าวมีเป้าหมายในการสนับสนุนเศรษฐกิจของชุมชน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศโดยเฉพาะในจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดใกล้เคียง ทั้งนี้ในส่วนของการจัดการเรียนการสอน ปัจจุบันมหาวิทยาลัยเปิดทำการเรียนการสอน ใน 11 สำนักวิชา และในต้นปี 2560 จะเปิดการเรียนการสอนเพิ่มอีก 2 สำนักวิชา คือ สำนักวิชานิติศาสตร์ และสำนักวิชาสาธารณสุขศาสตร์ รวมทั้งในอนาคตยังมีแผนที่จะเปิดสำนักวิชาทันตแพทยศาสตร์ สำนักวิชาสัตวแพทยศาสตร์ ครุศาสตร์ฯ ตลอดจนโครงการจัดตั้งวิทยาลัยนานาชาติ เพื่อรองรับนักศึกษาจากนานาประเทศอีกด้วย

อย่างไรก็ตามในประเด็นความคืบหน้าการจัดตั้งโครงการศูนย์การแพทย์.วลัยลักษณ์นั้น รักษาการแทนอธิการบดี กล่าวว่า ทางมหาวิทยาลัยได้เร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ และมีความก้าวหน้าไปอย่างต่อเนื่อง โดยเป้าหมายว่าศูนย์ฯ ดังกล่าว จะเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ขนาดใหญ่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้บริการครอบคลุม และมีความทันสมัยที่สุดในภาคใต้ตอนบน ทั้งนี้คาดว่าการก่อสร้างระยะแรกจะแล้วเสร็จประมาณเดือนพฤษภาคม 2562 โดยในขณะนี้ทางมหาวิทยาลัยได้มีการเตรียมความพร้อมโดยการเตรียมจัดหาแพทย์ พยาบาลและบุคลากรต่างๆ การจัดตั้งโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์นำร่อง รวมทั้งมีแผนในการเดินทางไปหาความร่วมมือกับสมาคมแพทย์ไทยในอเมริกา เพื่อเชิญมาเป็นแพทย์ของศูนย์การแพทย์ม.วลัยลักษณ์ด้วย

นอกจากนี้จากการประชุมร่วมกับผู้นำชุมชนซึ่งได้เสนอให้มีหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาล หลักสูตร 1 ปี เพื่อสร้างงานสร้างอาชีพให้แก่ลูกหลานประชาชนในพื้นที่ ขณะนี้ได้ผลักดันหลักสูตรดังกล่าวสำเร็จแล้ว และจะเปิดรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งเป็นลูกหลานประชาชนในพื้นที่เข้าศึกษาในปี 2560 จำนวนประมาณ 50 คนอีกด้วย

ประมวลภาพ

ข่าวและภาพโดยนายธีรพงศ์ หนูปลอด ส่วนประชาสัมพันธ์

TOP