รองศาสตราจารย์ ดร.มรกต ชาตาธิคุณ มีความเชี่ยวชาญด้านชีวเคมีทางการแพทย์และชีวโมเลกุล โดยมุ่งเน้นการศึกษาสารออกฤทธิ์จากพืชสมุนไพรเพื่อประโยชน์ทางสุขภาพ เช่น การต้านอนุมูลอิสระ การยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส และการลดการสร้างเมลานินในเซลล์ผิวหนัง รวมถึงการพัฒนางานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ โดยต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์เซรั่มจากสารสกัดส้มแขก มังคุด และสารสกัดจากน้ำส้ม เพื่อสร้างนวัตกรรมดูแลผิวที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ความเชี่ยวชาญเหล่านี้สะท้อนถึงการบูรณาการองค์ความรู้ด้านเภสัชศาสตร์และวิทยาศาสตร์สุขภาพเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดและยั่งยืน
นอกจากนี้ยังมีความเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์เชิงชีวสารสนเทศและการวิเคราะห์อภิมาน (Meta-analysis) เพื่อสังเคราะห์ข้อมูลจากงานวิจัยเกี่ยวกับโรคเบาหวาน โรคไต โรคมะเร็ง และโรคผิวหนัง โดยใช้วิธีการทางสถิติขั้นสูงเพื่อรวมผลลัพธ์จากการศึกษาเชิงปริมาณ ทำให้ได้ข้อสรุปที่มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น งานวิจัยเหล่านี้ช่วยสร้างความเข้าใจเชิงระบบเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง กลไกทางชีวภาพ และแนวทางการป้องกันหรือรักษาโรค
เริ่มจากการศึกษาในระดับปริญญาเอกที่ ภาควิชาเคมีคลินิก คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยทำวิจัยเรื่อง ฤทธิ์ของสารสกัดจากพืชต่อการสร้างเม็ดสีเมลานินและการแสดงออกของยีนที่เกี่ยวข้องในเซลล์เมลาโนไซท์ชนิด B16F10 ภายใต้การดูแลของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัญชลี เฉียบฉลาด ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาสารออกฤทธิ์จากพืชสมุนไพรเพื่อการดูแลสุขภาพ
เมื่อเข้าทำงานเป็นอาจารย์ในสาขาเทคนิคการแพทย์ สำนักวิชาสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จึงได้รับทุนบุคลากรเพื่อศึกษาฤทธิ์ทางชีวภาพและสารสำคัญของสารสกัดผลส้มแขกต่อการยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสและการสังเคราะห์เมลานินในเซลล์เมลาโนไซท์ชนิด B16F10 โครงการดังกล่าวดำเนินการร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและ Tohoku University ประเทศญี่ปุ่น จนได้รับทุนพัฒนาศักยภาพรุ่นใหม่จากสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ปี 2564
งานวิจัยส่วนใหญ่พัฒนาร่วมกับนักศึกษาเทคนิคการแพทย์ โดยเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อให้นักศึกษาเรียนรู้การทำวิจัยและต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ เน้นการหาสารออกฤทธิ์สำคัญจากพืชสมุนไพรไทย เช่น มังคุด ส้มแขก และน้ำส้มจาก ได้รับทุนสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอก เช่น โครงการ อพ.สธ., Startup Thailand League, Business Brotherhood และ Fundamental Fund
ปัจจุบันยังสร้างความร่วมมือกับ Kitasato University ประเทศญี่ปุ่น และ National Yang Ming Chiao Tung University ประเทศไต้หวัน เพื่อยกระดับงานวิจัยสู่มาตรฐานสากล โดยในปี 2568 มีผลงานวิจัยตีพิมพ์ระดับนานาชาติจำนวน 14 เรื่อง
ผลงานวิจัยโดดเด่นด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสารสกัดธรรมชาติ โดยร่วมพัฒนา Nora Serum เซรั่มนาโนอิมัลชันจากสารสกัดมังคุดและส้มแขก ผลิตภัณฑ์ผ่านการทดสอบทางคลินิกและได้รับรางวัลสำคัญ เช่น Silver Medal จาก Thailand Research Expo 2020, The Winner จากโครงการ WEDA 2020 และได้รับทุนสนับสนุนจาก Business Brotherhood และ Startup Thailand League พร้อมต่อยอดด้วยการจดแจ้ง อย.
นอกจากนี้ยังมีผลงานด้านนวัตกรรมอาหารและเครื่องสำอาง โดยได้รับ อนุสิทธิบัตรกรรมวิธีการผลิตผงสารสกัดน้ำส้มจากด้วยวิธีการสกัดของเหลวด้วยของเหลว (ปี 2567–2570) เพื่อใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ลดฝ้า กระ และจุดด่างดำ

เพิ่มมูลค่าทรัพยากรท้องถิ่น (มังคุด ส้มแขก น้ำส้มจาก) พัฒนาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ได้รับสิทธิบัตร ช่วยลดการนำเข้า สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนผ่านการใช้ผลผลิตทางการเกษตร และเพิ่มโอกาสส่งออกผลิตภัณฑ์เอกลักษณ์ไทยสู่ตลาดสากล
สร้างโอกาสและรายได้ให้เกษตรกรท้องถิ่น ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพเยาวชนผ่านโครงการวิจัย สร้างความตระหนักในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า และสนับสนุนผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ยกระดับคุณภาพชีวิตในชุมชน
สร้างโอกาสให้นักศึกษาเรียนรู้ผ่านการทำวิจัยจริง ตั้งแต่เทคนิคขั้นสูงไปจนถึงการต่อยอดเชิงพาณิชย์ สร้างองค์ความรู้ใหม่ด้านชีวเคมีทางการแพทย์และเภสัชศาสตร์ ผ่านการตีพิมพ์ผลงานและการวิเคราะห์อภิมาน ยกระดับศักยภาพวิชาการระดับสากล
มุ่งเน้นการศึกษาสารออกฤทธิ์สำคัญในเชิง Precision Medicine เพื่อระบุเป้าหมายการรักษาฝ้า พร้อมวางแผนการทดสอบทางคลินิกของผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาจากสารออกฤทธิ์เหล่านี้ เพื่อประเมินประสิทธิภาพและความปลอดภัยในผู้ใช้จริง
นอกจากนี้ยังมีแผนการทำ Transcriptomic Analysis เพื่อค้นหาเป้าหมายการรักษาโรคไตที่เกิดจากการใช้ยาแผนปัจจุบัน โดยผสานความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์และเทคโนโลยีชีวสารสนเทศร่วมกับไต้หวัน เพื่อพัฒนาแนวทางการรักษาที่แม่นยำระดับสากล
