Location

0 7567 3000

ข่าวเด่น

ม.วลัยลักษณ์ ผนึก 33 หน่วยงาน ปั้นบัณฑิตรุ่นใหม่ "พร้อมเรียนรู้-เก่งปรับตัว" เอกชนชั้นนำ หนุน สหกิจศึกษา 8 เดือน ปั้นบัณฑิตพร้อมทำงานทันที

อัพเดท : 08/06/2569

97

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยศูนย์สหกิจศึกษาและพัฒนาอาชีพ จัดพิธีลงนามความร่วมมือด้านสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นประธานในการลงนาม พร้อมด้วย ผู้บริหาร  คณาจารย์มหาวิทยาลัย และ ตัวแทนจากสถานประกอบการ 33 หน่วยงาน เข้าร่วม ณ ห้องประชุมบอลรูม 3 โรงแรมรอยัล ออคิด เซอราตัน ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพมหานคร 

โครงการลงนามความร่วมมือด้านสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงานมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ในครั้งนี้ถือเป็นกิจกรรมที่มีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมเพื่อผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการภาคอุตสาหกรรมและสังคม

ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กล่าวว่า มหาวิยาลัย มีนโยบายและเป้าหมายที่ชัดเจนในการผลิตบัณฑิตคุณภาพด้วยรูปแบบการเรียนการสอนที่เข้มข้น โดยเฉพาะการจัดสหกิจศึกษาแบบต่อเนื่องยาวนานถึง 8 เดือน ซึ่งเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ออกไปปฏิบัติงานในสถานประกอบการอย่างเต็มเวลา ระยะเวลาดังกล่าวทำให้นักศึกษามีเวลาเพียงพอที่จะซึมซับวัฒนธรรมองค์กร ได้รับมอบหมายงานที่ท้าทาย และพัฒนาทักษะวิชาชีพขั้นสูง ส่งผลให้บัณฑิตของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นบัณฑิตที่ "พร้อมทำงานได้ทันที"

คุณเอกดนัย สีดาหล้า ตัวแทนจากบริษัท Allnex (ประเทศไทย) ได้กล่าวชื่นชมถึงศักยภาพของนักศึกษามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ว่า มีความพร้อมที่จะเรียนรู้และกระตือรือร้นในการเปิดรับความรู้ใหม่อยู่เสมอ นักศึกษามีพื้นฐานวิชาการที่แน่นหนา เมื่อได้รับมอบหมายงานหรือโปรเจกต์จากพี่เลี้ยงก็สามารถทำความเข้าใจและตอบสนองต่องานได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีทักษะในการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดีเยี่ยม ทำให้พร้อมที่จะก้าวเข้าสู่การทำงานในตลาดแรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้าน คุณภาณุวัฒน์ อัฐฐะประภาส และ ดร.ภัทร์ณัฐฉัฐ ฉัตรศิรพล ตัวแทนผู้บริหารจาก GIS Group ได้ชื่นชม นโยบายสหกิจศึกษา 8 เดือน ไว้ว่า เป็นระยะเวลาที่เหมาะสมและเพียงพอสำหรับการมอบหมายงาน ให้นักศึกษาสามารถรับผิดชอบโปรเจกต์จนสำเร็จเป็นรูปธรรมได้ การฝึกงานในระยะเวลานี้ทำให้นักศึกษาได้สัมผัสกับ "การทำงานจริง" ได้เผชิญหน้ากับความเครียดและต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าซึ่งหาไม่ได้จากเพียงทฤษฎีในห้องเรียน ถือเป็นประโยชน์ร่วมกัน  อย่างแท้จริง เพราะองค์กรเองก็มีเวลาในการประเมินและค้นหาศักยภาพของนักศึกษาเพื่อรับเข้าทำงานจริงในอนาคต ในขณะที่นักศึกษาก็ได้ทบทวนตัวเองว่าเส้นทางอาชีพนี้เหมาะสมกับตนเอง

Mourning Ribbon