นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านโปรตีนในอาหาร เคมีและชีวเคมีของอาหารทะเลและเนื้อสัตว์ เน้นการทำวิจัยทั้งประเภทงานวิจัยพื้นฐานและวิจัยประยุกต์เพื่อก่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ เพิ่มมูลค่า ยืดอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ และสร้างนวัตกรรมใหม่ให้กับชุมชนและอุตสาหกรรมอาหารโลก ภายใต้หลักคิด “การวิจัยคือแนวทางของการพัฒนาในทุกมิติ”
ศาสตราจารย์ ดร.มนัส ชัยจันทร์ ภูมิลำเนาเป็นชาวสุราษฎร์ธานี เข้าศึกษาปริญญาตรี ณ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เมื่อปี 2541 ซึ่งถือเป็น "นักศึกษารุ่นแรก" หลังจากสำเร็จการศึกษาด้วยเกียรตินิยม ได้รับทุน คปก. ศึกษาต่อปริญญาเอก และได้ไปทำวิจัย ณ University of Connecticut ประเทศสหรัฐอเมริกา
หลังจากนั้นได้กลับมาเป็นอาจารย์ประจำที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยนำผลงานวิจัยมาบูรณาการกับการเรียนการสอน เป็นที่ปรึกษาโครงงาน IRPUS ทำให้นักศึกษาได้แก้ปัญหาจริงให้ผู้ประกอบการ ด้วยความมุ่งมั่น ทำให้ใช้เวลาเพียง 2 ปีในการขอตำแหน่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์, อีก 4 ปี เป็น รองศาสตราจารย์ และล่าสุดในเดือนพฤศจิกายน 2566 ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น "ศาสตราจารย์" นับเป็นศิษย์เก่าคนแรกที่ได้รับตำแหน่งสูงสุดทางวิชาการในขณะอายุยังน้อย
เน้นย้ำถึงกระบวนการทำซูริมิที่ปรับเปลี่ยนจากปลาเนื้อขาว ซึ่งมีต้นทุนสูงและหายาก มาเป็น เนื้อปลาสีคล้ำหรือปลาที่ไม่เป็นที่นิยม (เช่น ปลาดุก ปลานิล ที่มีกลิ่นสาบโคลน) โดยศาสตราจารย์ ดร.มนัส ได้ใช้กระบวนการที่เรียกว่า "PH Shift Method" ปรับค่า pH ของวัตถุดิบ เพื่อขจัดองค์ประกอบที่ก่อให้เกิดสี กลิ่น และลักษณะที่ไม่พึงประสงค์ออกไป เหลือไว้เพียงโปรตีนที่เหมาะสมในการนำไปผลิตซูริมิที่มีคุณภาพ

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญโครงการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (iTAP) สวทช. ได้วิเคราะห์ปัญหาและสร้างงานวิจัยที่ตอบโจทย์ความต้องการจริงของโรงงานและวิสาหกิจชุมชน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์
ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ หจก.โรงงานน้ำปลาปากนคร จ.นครศรีธรรมราช ผลิตจำหน่ายจริง และได้รับคัดเลือกจาก สวทช. ให้ถ่ายทำรายการ "ไอสไตน์กับผู้ใหญ่ลี" ตอน "พัฒนาสูตร เพิ่มคุณค่า น้ำปลาไทย"
ผลงานวิจัย "การปรับปรุงเจลลูกชิ้นหมูจากเนื้อหมูแช่เยือกแข็ง" ถูกถ่ายทอดให้กับ บริษัท ช.โปรเซสซิ่งฟู้ด จำกัด จ.นครศรีธรรมราช เพื่อดำเนินการผลิตในสเกลเชิงพาณิชย์ ช่วยแก้ปัญหาด้านวัตถุดิบและยกระดับคุณภาพ
ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตปลากึ่งแห้งคุณภาพสูงด้วยไมโครเวฟตามหลักสุขาภิบาลอาหาร ให้กับชุมชนบ้านแสงวิมาน ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง เพื่อพัฒนาศักยภาพชุมชนและสร้างรายได้ที่ยั่งยืน
ศาสตราจารย์ ดร.มนัส กล่าวถึงเคล็ดลับความสำเร็จว่า สิ่งแรกคือต้อง "มีความสุขกับสิ่งที่ทำ" รู้สึกตื่นเต้นกับผลการทดลองใหม่ๆ และอิ่มเอมกับบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ อีกสิ่งสำคัญคือ "การรับผิดชอบหน้าที่" โดยอาจารย์มหาวิทยาลัยมีหน้าที่ทำวิจัยควบคู่กับการสอน การได้อยู่ในสภาพแวดล้อมและเพื่อนร่วมงานที่ส่งเสริมกัน ทำให้เหมือนพูดภาษาเดียวกัน
ปัจจุบัน เป้าหมายสำคัญคือการช่วยพามหาวิทยาลัยไปสู่ World Ranking เราจึงต้องพัฒนาตนเอง พัฒนาลูกศิษย์ และทำตัวเป็น "โรลโมเดล (Role Model)" เพื่อเป็นร่มเงาให้กับลูกศิษย์และสร้างแรงบันดาลใจให้รุ่นน้องต่อไป
