News

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จแทนพระองค์ไปในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ประจำปีการศึกษา 2563 และปีการศึกษา 2564

วันนี้ เวลา 13.53 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จแทนพระองค์ไปยังหอประชุมใหญ่ อาคารไทยบุรี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2563 และ 2564 โดยมีนายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อธิการบดีพร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ นักศึกษาและประชาชนทั่วไป เฝ้ารับเสด็จ

โอกาสนี้มีผู้ทรงคุณวุฒิเข้ารับพระราชทานปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาแพทยศาสตร์ 1 คน มีผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก 20 คน ปริญญาโท 63 คน และปริญญาตรี 2,611 จากสำนักวิชาต่างๆ เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ตลอดจนมีบัณฑิตเข้ารับพระราชทานเหรียญรางวัลเกียรตินิยม 57 คน บัณฑิตผู้ทำกิจกรรมเพื่อสังคมเป็นแบบอย่างที่ดี เข้ารับพระราชทานโล่รางวัลศึกษิตแห่งปีที่วลัยลักษณ์ 5 คน / ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัย เข้ารับพระราชทานเข็มและโล่กิตติการ 5 คน / อาจารย์ที่มีผลงานวิจัยดีเด่น เข้ารับพระราชทานเข็มรางวัล จภ.ทองคำ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ 3 คน / และอาจารย์ดีเด่น เข้ารับพระราชทานเข็มประกาศเกียรติคุณอาจารย์ดีเด่น 9 คน

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้พัฒนาการดำเนินงานในด้านต่าง ๆ เพื่อมุ่งพัฒนาสู่ World Class University ผลจากการดำเนินงานอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องทำให้มหาวิทยาลัยมีพัฒนาการความก้าวหน้าอย่างเห็นได้ชัด และสามารถดำเนินงานได้บรรลุผลตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ จนได้รับการจัดอันดับโลกจาก Time Higher Education Impact Ranking 2021 เป็นครั้งแรก โดยอยู่ในอันดับที่ 601 - 800 ของโลก และอันดับที่ 15 ของประเทศ

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังได้รับการจัดอันดับจาก Nature Index Ranking 2021 อยู่ในอันดับที่ 3 ของประเทศด้าน physical sciences อันดับที่ 8 ของประเทศด้าน chemistry และเป็นอันดับที่ 4 ของประเทศในภาพรวมทุกสาขา สำหรับการจัดอันดับจาก SCImago Institutions Rankings 2021 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์อยู่ในอันดับที่ 1 ของประเทศ ด้านสังคมศาสตร์ อันดับที่ 4 ของประเทศ ด้านนวัตกรรม อันดับที่ 11 ของประเทศในภาพรวม อันดับที่ 119 ของเอเชีย และอันดับที่ 548 ของโลก และมหาวิทยาลัยยังได้บริหารกิจการด้วยนโยบายมหาวิทยาลัยสีเขียว จนได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 1 ของภาคใต้

ในการนี้ พระราชทานพระโอวาท ความสำคัญว่า “บัณฑิตทั้งหลายได้เล่าเรียนด้วยความอุตสาหะพากเพียร จนสำเร็จการศึกษาทั่วกันแล้ว แต่ละคนคงจะมีความตั้งใจมุ่งหวัง ที่จะนำความรู้ความสามารถที่มีอยู่ ไปใช้ประกอบอาชีพการงาน สร้างตัวสร้างฐานะ และสร้างสรรค์พัฒนาประเทศชาติให้ก้าวหน้าทันสมัย สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน การจะทำให้ได้ดังที่กล่าว แต่ละคนจะต้องพัฒนาตนเอง ให้เป็นทั้งคนเก่งและคนดีให้ได้ ผู้ที่เป็นคนเก่งแท้ คือผู้รู้จักนำความรู้ไปปรับใช้ ให้เหมาะสมกับงาน สถานการณ์ สภาพแวดล้อม ตลอดจนวัฒนธรรมและสังคม จนงานที่ทำสำเร็จผลสมบูรณ์อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนผู้ที่เป็นคนดีแท้ คือผู้รู้จักพิจารณาแยกแยะความถูกความผิด ความดีความชั่ว แล้วประพฤติปฏิบัติ แต่สิ่งที่ดีที่ถูกต้อง ไม่นำความรู้ความสามารถไปใช้ให้เป็นโทษเสียหายแก่ตนเองและผู้อื่น หากบัณฑิตตั้งใจฝึกฝนอบรมตน ให้เป็นทั้งคนเก่งและคนดี ผู้ประพฤติตนปฏิบัติงานโดยมุ่งประโยชน์ส่วนรวมของชาติบ้านเมือง ยิ่งกว่าประโยชน์ส่วนตนแล้ว แต่ละคนก็จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานมีอนาคตที่มั่นคงสมดังที่มุ่งหวัง ทั้งสามารถสร้างสรรค์ความดีความเจริญ ให้แก่ตนเองและชาติบ้านเมืองได้อย่างสมบูรณ์”

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จแทนพระองค์ไปในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ประจำปีการศึกษา 2563 และปีการศึกษา 2564


Mourning Ribbon
TOP