News

รมว.อว. ชื่นชม ม.วลัยลักษณ์ มีพัฒนาการก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในทุกมิติ

เมื่อช่วงเย็นวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา นายธีระชัย เชมนะสิริ นายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นำทีมผู้บริหารระดับรองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี และคณบดีสำนักวิชาต่างๆ เข้าพบ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) และคณะผู้บริหารของกระทรวง เพื่อรายงานผลการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยพร้อมรับฟังนโยบายการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยจาก รมว.อว. โดยมีผู้บริหารบุคลากรของทั้ง 2 หน่วยงานเข้าร่วม ณ ห้องรับรอง ลัคกี้ภัตตาคาร อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี


โอกาสนี้ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้รายงานสรุปผลการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย ให้แก่ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว.และคณะรับทราบ ผ่านวิดีทัศน์ของมหาวิทยาลัย ซึ่ง รมว.อว. ได้กล่าวชื่นชมผู้บริหารของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ที่นำโดยศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ที่ได้ช่วยกันขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยแห่งนี้ให้มีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในทุกมิติ 

จากนั้น ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก ได้กล่าวให้นโยบายกับผู้บริหารของม.วลัยลักษณ์ความสำคัญว่า อยากให้มหาวิทยาลัยได้มีการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ ทั้งเก่ง ดีและมีความสามารถ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาในเรื่อง soft skill เพื่อให้สามารถจบไปแล้วสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาชุมชน พัฒนาประเทศต่อไป และหากมหาวิทยาลัยมีการเปิดหลักสูตรใหม่ก็ขอให้เปิดหลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ เพื่อให้บัณฑิตที่จบออกไปแล้วสามารถนำความรู้ไปพัฒนาพื้นที่และประเทศชาติได้ ส่วนในเรื่องงานวิจัยอยากเห็นงานวิจัยของมหาวิทยาลัยที่ตอบโจทย์พื้นที่ได้จริงโดยเฉพาะพื้นที่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช และภาคใต้ตอนบน  ให้มหาวิทยาลัยสามารถเป็นที่พึ่งของจังหวัดนครศรีธรรมราช ของภาคใต้และของประเทศได้ต่อไป

ด้านศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ กล่าวว่า เรื่องการผลิตบัณฑิต มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้ดำเนินการสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงอว. โดยมีปณิธานในการผลิตบัณฑิตให้เป็นทั้งคนดีและคนเก่งด้วยหลักนิยม 4 ประการ คือ “กตัญญู รู้วินัย ใจอาสา พัฒนาภาวะผู้นำ” มีระบบอาจารย์ที่ปรึกษาดูแลให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังมีการปฏิรูปการเรียนการสอน โดยการนำระบบ UKPSF จากประเทศอังกฤษมาใช้ในการเรียนการสอน ปัจจุบันอาจารย์ของม.วลัยลักษณ์ผ่านการรับรองมาตรฐานดังกล่าวจำนวน 576 คน มากที่สุดในประเทศไทย 

นอกจากนี้ยังปรับรูปแบบสหกิจศึกษาจาก 4 เป็น 8 เดือน ในทุกหลักสูตร ซึ่งผลจากการปรับเปลี่ยนดังกล่าวสามารถพัฒนา soft skill ของนักศึกษาได้อย่างดี ทำให้สถานประกอบการได้รับประโยชน์และนักศึกษามีโอกาสได้งานทำหลังเรียนจบเพิ่มขึ้น ซึ่งต่างๆเหล่านี้สิ่งเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมให้บัณฑิตของเราทุกคนมี soft skill สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้

ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ กล่าวต่อไปอีกว่า ในส่วนของการวิจัยปัจจุบันม.วลัยลักษณ์อยู่ในกลุ่มมหาวิทยาลัยวิจัยระดับแนวหน้าของโลก (Global & Frontier Research)  ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา คณาจารย์ทุกคนได้ร่วมกันขับเคลื่อนการวิจัยอย่างเข้มข้น มีจำนวนผลงานวิจัยมากขึ้นแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะปี 2565 ผลงานวิจัยของเรามีจำนวน 675 บทความแล้ว และตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ Scopus Q1,Q2 กว่า 82.79% เป็นอันดับ 2 ของประเทศ ที่สำคัญในช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เพิ่งได้รับการจัดอันดับโลก World University Rankings จัดโดย Times Higher Education (THE) ให้อยู่ในอันดับที่ 1501+ ของโลกและเป็นอันดับที่ 11 ของประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพของอาจารย์ผู้สอน และนักวิจัยของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

 

 


Mourning Ribbon
TOP