Research News

ภารกิจเพื่อชุมชน! วลัยลักษณ์ตรวจสุขภาพแรงงานข้ามชาติ 16 รายพลิกชุมชนท่าศาลาสู่ต้นแบบสุขภาวะ ด้วยสหวิชาชีพ

        เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยศูนย์บริการวิชาการ ร่วมกับสำนักวิชาสหเวชศาสตร์ และสำนักวิชาแพทยศาสตร์ ได้ลงพื้นที่ให้บริการตรวจสุขภาพเชิงรุกแก่แรงงานข้ามชาติ ผู้อพยพ และผู้ลี้ภัย ในเขตตำบลท่าศาลา อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีผู้เข้ารับบริการรวม 15 ราย ประกอบด้วยแรงงานจากกัมพูชา เมียนมาร์ และลาว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานบนเรือประมง การให้บริการในครั้งนี้เป็นการบูรณาการองค์ความรู้จากคณาจารย์ในสาขาเทคนิคการแพทย์ กายภาพบำบัด และแพทย์แผนไทยประยุกต์ เพื่อส่งเสริมสุขภาพและเข้าถึงกลุ่มเปราะบางในพื้นที่

        กิจกรรมตรวจสุขภาพเชิงรุกในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้ชุดโครงการ “วลัยลักษณ์สุขภาพโมเดล: ฟื้นฟูคุณภาพชีวิต สร้างสุขภาวะอย่างยั่งยืน พื้นที่ชุมชนรายรอบมหาวิทยาลัย” ซึ่งเป็นหนึ่งในความพยายามของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย ประชาชนทั่วไปที่เป็นผู้ป่วย NCDs และเป็นแกนนำอสม. กลุ่มคนด้อยโอกาสที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง และกลุ่มชุมชนผู้ลี้ภัย/อพยพ/แรงงานข้ามชาติ ซึ่งในการลงพื้นที่บริการสุขภาพครั้งนี้เน้นไปที่กลุ่มแรงงานข้ามชาติที่ยังขาดโอกาสเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ

        กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการซักประวัติเบื้องต้นของผู้เข้าร่วม พร้อมทั้งตรวจวัดความดันโลหิตและค่าดัชนีมวลกาย (BMI) จากนั้นได้มีการตรวจปัสสาวะด้วยแถบทดสอบ (Urine Dipstick Test) โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พวงทิพย์ ภู่พงษ์ จากหลักสูตรเทคนิคการแพทย์ ซึ่งการตรวจด้วยวิธีนี้เป็นวิธีการคัดกรองสุขภาพเบื้องต้น เพื่อตรวจหาความผิดปกติที่อาจเกี่ยวข้องกับการทำงานของไต เบาหวาน ตับ และการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ รวมถึงนิ่วหรือภาวะร้ายแรงอื่น ๆ โดยตรวจวัดค่าต่าง ๆ เช่น pH ความเข้มข้น โปรตีน น้ำตาล คีโตน บิลิรูบิน เลือด ไนไตรต์ และลิวโคไซต์เอสเตอเรส อย่างไรก็ตาม หากผลตรวจพบความผิดปกติ แนะนำให้เข้ารับการตรวจยืนยันจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้องและเหมาะสมต่อไป

        หลังจากนั้น ผู้เข้าร่วมจะได้ทดสอบสมรรถภาพทางกายผ่านฐานกิจกรรมจำนวน 4 ฐาน เพื่อประเมินองค์ประกอบด้านความแข็งแรง ความทนทาน ความยืดหยุ่น และการทรงตัว ซึ่งล้วนเป็นดัชนีชี้วัดสุขภาวะด้านร่างกายที่สำคัญ ซึ่งประกอบไปด้วย


ฐานที่ 1 – การทดสอบแรงบีบมือ (Grip Strength)
        การทดสอบแรงบีบมือเป็นการวัดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อบริเวณแขนและมือ โดยใช้เครื่อง Hand Grip Dynamometer ผู้เข้าร่วมจะทำการบีบเครื่องมือด้วยมือข้างที่ถนัด โดยยืนในท่าที่เหมาะสม แขนข้างที่จับเครื่องมือไม่แนบลำตัวและห่างจากลำตัวประมาณ 1 ฝ่ามือ ทำการทดสอบ 2 ครั้ง และนำค่าที่ดีที่สุดมาใช้ในการแปลผล เพื่อเพื่อวัดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อบริเวณมือและแขน ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้สุขภาพโดยรวม

ฐานที่ 2 – ความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อขา (Leg Strength)
        การประเมินความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อขาโดยให้ผู้เข้าร่วมทดสอบนั่งบนเก้าอี้ที่จัดชิดผนัง แขนทั้งสองข้างไขว้หน้าอก มือแตะไหล่ แล้วลุกขึ้นยืนตรงและนั่งลงตามสัญญาณ "เริ่ม" ดำเนินการต่อเนื่องภายในเวลา 60 วินาที โดยนับจำนวนครั้งให้ได้มากที่สุด การทดสอบนี้สามารถบ่งชี้ถึงความสามารถในการเคลื่อนไหว การทรงตัว และศักยภาพในการใช้ชีวิตประจำวันของผู้เข้าร่วมได้อย่างมีนัยสำคัญ

ฐานที่ 3 – ความอ่อนตัว (ความยืดหยุ่น)
        ในฐานนี้จะประเมินความอ่อนตัวของกล้ามเนื้อหลังและขาด้วยเครื่อง Sit and Reach Box โดยให้ผู้เข้าร่วมถอดรองเท้า นั่งเหยียดขาให้เข่าตึง ฝ่าเท้าชิดกล่องวัดความอ่อนตัว จากนั้นเหยียดแขนไปข้างหน้าและก้มลำตัวให้มากที่สุด ค้างไว้ 3 วินาที ทำการทดสอบ 2 ครั้ง และเลือกค่าที่ดีที่สุด การทดสอบนี้เพื่อวัดความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อหลังส่วนล่างและกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง การทดสอบนี้ช่วยประเมินความเสี่ยงของการเกิดอาการปวดหลังและบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้

ฐานที่ 4 – การทรงตัว (Balance Test)
        การทดสอบการทรงตัวจะเริ่มจากการให้ผู้เข้าร่วมยืนบนพื้นแข็ง โดยเท้าทั้งสองชิดกัน มือกอดอก ทำการทดสอบแบบลืมตาและปิดตาครั้งละ 30 วินาที หากเกิดการเซล้มจะหยุดเวลาในทันที จากนั้นเปลี่ยนไปยืนบนแผ่นโฟม (Balance Pad) และทำการทดสอบในลักษณะเดียวกัน หากไม่สามารถยืนได้ครบ 30 วินาทีในแต่ละเงื่อนไข จะถือว่าไม่ผ่านเกณฑ์ การประเมินนี้มีบทบาทสำคัญเพื่อประเมินและฝึกความสามารถในการทรงตัว ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะผู้เข้าร่วมทดสอบในครั้งนี้ที่ทำงานอยู่บนเรือประมงที่ต้องการความสามารถในการทรงตัวอย่างสูงเมื่ออยู่บนเรือกลางทะเล การใช้ Balance Pad ช่วยเพิ่มความท้าทายในการทรงตัว ทำให้สามารถตรวจจับความผิดปกติหรือจุดที่ต้องพัฒนาได้


การให้คำปรึกษาและการส่งเสริมสุขภาพด้วยสมุนไพร
        เมื่อสิ้นสุดการประเมินสมรรถภาพกาย ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากผู้ช่วยศาสตราจารย์ จิรพัฒน์ นาวารัตน์ จากหลักสูตรกายภาพบำบัด โดยมีการให้ข้อมูลและแนวทางการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมตามผลการทดสอบที่ได้รับ พร้อมกันนี้ยังได้มีการจัดกิจกรรมชิมชาสมุนไพรดอกดาหลา ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ พิริยา ชนสุต และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ปรัตถากรณ์ สังข์แก้ว จากหลักสูตรแพทย์แผนไทยประยุกต์ เพื่อส่งเสริมการใช้สมุนไพรในชุมชนเป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพแบบยั่งยืน

        นอกจากนี้ ยังได้มีการสอดแทรกองค์ความรู้เกี่ยวกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ให้แก่กลุ่มแรงงานที่เข้ารับบริการ เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงความรู้ด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและสร้างความตระหนักรู้ในประเด็นสำคัญระดับโลก การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ไม่เพียงมุ่งเน้นการให้บริการตรวจสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ด้านสุขภาวะกับชุมชน และเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมย่อยตามแผนงานย่อย 3 ด้าน ได้แก่

  • กิจกรรมย่อยที่ 1: การสร้างเสริมและฟื้นฟูสมรรถภาพด้วยศาสตร์กายภาพบำบัดในพื้นที่ชุมชน

  • กิจกรรมย่อยที่ 2: การพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรและส่งเสริมสุขภาวะด้วยศาสตร์แพทย์แผนไทยประยุกต์

  • กิจกรรมย่อยที่ 5: ชุมชนท่าศาลาต้นแบบสุขภาวะ มวล.

        กิจกรรมนี้ถือเป็นการขับเคลื่อนพันธกิจด้านวิชาการรับใช้สังคมของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์อย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนบทบาทของสถาบันอุดมศึกษาในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในพื้นที่โดยรอบอย่างครอบคลุมและยั่งยืน

  
 


Mourning Ribbon
TOP