News

ม.วลัยลักษณ์ เยือน Yunnan Normal University ประเทศจีน สานต่อความร่วมมือทางวิชาการ

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ สร้างความเข้มแข็งทางวิชาการระหว่างประเทศ สานต่อความร่วมมือกับ Yunnan Normal University ประเทศจีน มุ่งพัฒนาการศึกษาภาษาจีนอย่างยั่งยืน

ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร. นรินทร์ สังข์รักษา รักษาการแทนคณบดีสำนักวิชาศึกษาศาสตร์  และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภัทร์นรินทร์ ศุภกร รักษาการแทนผู้ช่วยอธิการบดี เดินทางเยือน Yunnan Normal University ณ เมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเข้าร่วมการประชุมวิชาการนานาชาติว่าด้วยการศึกษาภาษาจีนในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประจำปี 2568 (2025 Symposium on International Chinese Language Education in South and Southeast Asia) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-24 สิงหาคม 2568

ในการประชุมดังกล่าว ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ได้รับเกียรติเป็นองค์ปาฐกบรรยายพิเศษในหัวข้อ “Connecting Our Nations: Nurturing Engagement between Chinese and Thai Communities for South & Southeast Asia” ภายใต้แนวคิด "Language Connectivity, Mutual Understanding, and Cultural Exchange in South and Southeast Asia" โดยมีผู้บริหารและนักวิชาการจากประเทศอินโดนีเซีย เวียดนาม อินเดีย ศรีลังกาและประเทศไทย  24 สถาบันเข้าร่วมกว่า 200 คน

นอกจากนี้ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ยังได้ร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านความร่วมมือทางการศึกษาภายใต้โครงการ iLEARN กับ Yunnan Normal University ซึ่งจะเป็นการสานต่อและขยายผลความร่วมมือเชิงลึกในการพัฒนาการศึกษาภาษาจีนระหว่างสำนักวิชาศึกษาศาสตร์และสำนักวิชาศิลปศาสตร์ (หลักสูตรภาษาจีน) ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กับ Yunnan Normal University อย่างยั่งยืนต่อไป

ทั้งนี้ Yunnan Normal University เป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำในประเทศจีน มีประวัติยาวนานกว่า 80 ปี ตั้งอยู่ที่เมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน มีความโดดเด่นด้านการผลิตครูและเป็นศูนย์กลางการศึกษาในจีนตะวันตกเฉียงใต้ ปัจจุบันมีนักศึกษากว่า 30,000 คน และได้สร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยกว่า 120 แห่ง ใน 30 ประเทศทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับศักยภาพด้านการศึกษาภาษาจีนของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์สู่ระดับสากล
 

 

ขอขอบคุณภาพจากศูนย์กิจการนานาชาติ


Mourning Ribbon
TOP