Jobs News

ประกาศ รับสมัครพนักงานวิสาหกิจ ตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป ปฏิบัติหน้าที่ผู้จัดการความร่วมมืองานวิจัยและนวัตกรรมภาคเอกชน ฝ่ายความร่วมมือการวิจัยกับเอกชน สังกัดอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

                ด้วยอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมชั้นนำในระดับภูมิภาค จึงมีความประสงค์จะรับสมัครบุคลากรผู้มีความเชี่ยวชาญเพื่อปฏิบัติหน้าที่ ผู้จัดการความร่วมมืองานวิจัยและนวัตกรรมภาคเอกชน ทำหน้าที่เป็น ตัวกลางเชิงกลยุทธ์ (Strategic Connector) ในการเชื่อมโยงองค์ความรู้และเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เข้ากับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม โดยมีบทบาทหลักในการสำรวจโจทย์วิจัยจากผู้ประกอบการ จับคู่นักวิจัยที่เชี่ยวชาญเพื่อพัฒนาโครงการวิจัยร่วม และสนับสนุนการจัดทำข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อผลักดันให้เกิดการนำนวัตกรรมไปใช้แก้ปัญหาในภาคธุรกิจจริง อันเป็นการยกระดับศักยภาพการแข่งขัน สร้างรายได้จากงานวิจัย และขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน  จำนวน 1 อัตรา โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. คุณสมบัติทั่วไป

          ผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 11 แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ.2568

2. คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง

          2.1 วุฒิการศึกษาและผลการเรียน (Advanced Academic Background)

                    2.1.1  สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป สาขาวิทยาศาสตร์, วิศวกรรมศาสตร์, วิทยาศาสตร์สุขภาพ, อุตสาหกรรมเกษตร, บริหารธุรกิจ หรือเศรษฐศาสตร์ หรือสาขาวิชาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการนวัตกรรม (Innovation Management), การวิเคราะห์ธุรกิจ (Business Analysis), หรือมีประสบการณ์ผ่านการอบรมหลักสูตรเฉพาะทางด้านการบริหารโครงการ (Project Management Certified) เช่น PMP, Scrum หรือ Agile

                    2.1.2 มีเกรดเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.75 (หากเกรดเฉลี่ยต่ำกว่าเกณฑ์แต่มีประสบการณ์หรือทักษะโดดเด่นตามที่ระบุ จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ)   

          2.2 ความสามารถด้านการบริหารโครงการ (Project Management Excellence)  มีทักษะในการวางแผน กำกับดูแล และขับเคลื่อนโครงการความร่วมมือด้านการวิจัยและนวัตกรรมให้บรรลุเป้าหมายตามระยะเวลาและงบประมาณที่กำหนด

          2.3 ความสามารถในการเชื่อมโยงเครือข่ายและสร้างความร่วมมือ (Collaboration & Networking Ability)  มีศักยภาพในการสร้างความสัมพันธ์กับนักวิจัย ผู้ประกอบการ และหน่วยงานภายนอก พร้อมระบุโอกาสในการเชื่อมโยงความต้องการของภาคเอกชนกับศักยภาพด้านวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัย

          2.4 ความสามารถในการแปลคุณค่างานวิจัยสู่โอกาสทางธุรกิจ (Research-to-Business Translation)  สามารถทำความเข้าใจเทคโนโลยีหรือผลงานวิจัย และสื่อสารให้ภาคธุรกิจเห็นคุณค่าและศักยภาพในการนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

          2.5 ความคิดเชิงยุทธศาสตร์และการมองเห็นโอกาส (Strategic Opportunity Thinking) สามารถวิเคราะห์แนวโน้มอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และโอกาสทางธุรกิจ เพื่อนำมาพัฒนาโครงการความร่วมมือที่มีศักยภาพในการสร้างผลกระทบและรายได้จากงานวิจัย

3. คุณสมบัติที่จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ

          3.1 ประสบการณ์ด้านการเชื่อมโยงงานวิจัยกับภาคอุตสาหกรรม (Proven Collaboration Experience)  มีประสบการณ์ 1 - 2  ปี ในการพัฒนาความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคอุตสาหกรรม (University–Industry Linkage) หรือการพัฒนาธุรกิจเทคโนโลยี

          3.2 ทัศนคติแบบผู้ประกอบการและนักแก้ปัญหา (Entrepreneurial Mindset & Problem Solver) มีทัศนคติเชิงรุก มุ่งเน้นการหาทางออก (Solution-Oriented) และสามารถตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล พร้อมมีความรู้สึกเป็นเจ้าของงาน (Sense of Ownership)

          3.3 ทักษะการร่างข้อเสนอโครงการระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Proposal Writing) สามารถสกัดประเด็นทางเทคนิคและพัฒนาเป็นข้อเสนอโครงการที่มีพลังในการดึงดูดแหล่งทุนและสร้างความสนใจให้ภาคธุรกิจ

          3.4 ความเข้าใจระบบนิเวศนวัตกรรม (Innovation & Startup Ecosystem Literacy) มีความเข้าใจกลไกสนับสนุนสตาร์ทอัพและนวัตกรรม รวมถึงเครือข่ายหน่วยงานระดับยุทธศาสตร์

          3.5 ทักษะการนำเสนอและการ Pitching เชิงธุรกิจ (Professional Pitching) สามารถนำเสนอแนวคิดโครงการหรือเทคโนโลยีให้ผู้บริหารภาคเอกชนหรือพันธมิตรธุรกิจเข้าใจและเห็นคุณค่าได้อย่างชัดเจน

          3.6  ทักษะด้านข้อมูลและเครื่องมือดิจิทัล (Data & AI Literacy) สามารถใช้เครื่องมือดิจิทัลและการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงการและการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์

4. คุณสมบัติอื่นๆ 

          4.1 มีความเข้าใจในปรัชญาปณิธาน และ ภารกิจของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์อย่างแท้จริง

          4.2 เป็นผู้มีความเข้าใจและยอมรับเกณฑ์การประเมินประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานวิสาหกิจและเงื่อนไขต่าง ๆ ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด

5. บทบาทของตำแหน่ง ภาระงานหน้าที่ความรับผิดชอบ และลักษณะการทำงาน

          5.1 บทบาทของตำแหน่ง

                    ผู้จัดการความร่วมมืองานวิจัยและนวัตกรรมภาคเอกชน (Industry Research Collaboration Manager) มีบทบาทสำคัญในการสร้างและพัฒนาความร่วมมือด้านการวิจัยและนวัตกรรมระหว่างมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์กับภาคเอกชน เพื่อส่งเสริมการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญของนักวิจัยไปตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรม

                    ตำแหน่งนี้ทำหน้าที่เป็น ตัวกลางเชิงกลยุทธ์ (Strategic Connector) ระหว่างนักวิจัย ผู้ประกอบการ และองค์กรภาคอุตสาหกรรม ในการค้นหาโอกาสความร่วมมือด้านการวิจัย การพัฒนาเทคโนโลยี และการสร้างโครงการร่วมที่ก่อให้เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจ

                    ผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่งนี้มีบทบาทในการ ผลักดันให้เกิดความร่วมมือวิจัยกับภาคเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การสำรวจความต้องการของอุตสาหกรรม การเชื่อมโยงนักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญ การพัฒนาโครงการวิจัยร่วม ไปจนถึงการสนับสนุนการจัดทำข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้จากงานวิจัยและยกระดับศักยภาพนวัตกรรมของภูมิภาค

          5.2. ภาระงานและหน้าที่ความรับผิดชอบ

                    5.2.1  การเชื่อมโยงยุทธศาสตร์วิจัยสู่ภาคธุรกิจ (Research–Industry Liaison) ปฏิบัติหน้าที่เป็นตัวกลางเชิงรุกในการประสานความร่วมมือระหว่างโลกธุรกิจและโลกวิชาการ โดยถอดรหัสความต้องการของภาคเอกชน (Business Needs) ให้เป็นแนวทางการวิจัยที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง พร้อมแปลงผลงานวิจัยให้เป็นข้อเสนอคุณค่าทางธุรกิจ (Value Proposition)

                    5.2.2 การวิเคราะห์โจทย์นวัตกรรมและออกแบบโครงการร่วม (Industrial Insight & Project Architecture) ลงพื้นที่สถานประกอบการเพื่อวินิจฉัยความต้องการทางธุรกิจ (Needs Assessment) และวิเคราะห์ Pain Points ของภาคอุตสาหกรรม ก่อนสังเคราะห์เป็นกรอบแนวคิดโครงการนวัตกรรม (Project Blueprint) และข้อเสนอโครงการที่ตอบโจทย์การแข่งขันของธุรกิจ

                    5.2.3 การบริหารความร่วมมือวิจัยกับภาคเอกชน (Joint Research & Contract Research Management) ออกแบบและบริหารจัดการรูปแบบความร่วมมือวิจัย เช่น Contract Research และ Joint Research พร้อมประสานการทำงานของนักวิจัยและภาคธุรกิจเพื่อให้โครงการดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ

                    5.2.4 การบริหารจัดการทุนและข้อตกลงความร่วมมือ (Strategic Grant & Partnership Management)  ดำเนินการจัดหาและบริหารจัดการแหล่งทุนสนับสนุนนวัตกรรม เช่น Talent Mobility หรือโครงการสนับสนุนจากภาครัฐ พร้อมประสานงานด้านสัญญาความร่วมมือและข้อตกลงทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อให้เกิดความร่วมมือที่คล่องตัวและเป็นธรรม

                    5.2.5 การจัดการผลกระทบและการสื่อสารความสำเร็จของความร่วมมือ (Impact Scouting & Strategic Storytelling) เสาะแสวงหาและพัฒนาผลงานวิจัยที่มีศักยภาพภายในมหาวิทยาลัย (Technology Scouting) พร้อมวิเคราะห์และถ่ายทอดเป็นเรื่องราวความสำเร็จ (Success Stories) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคธุรกิจและดึงดูดความร่วมมือใหม่

                    5.2.6 งานอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมายจากมหาวิทยาลัยหรือผู้บังคับบัญชาเป็นสมควร

          5.3 ลักษณะการทำงาน (Work Nature)

                    5.3.1 การทำงานเชิงรุกกับภาคอุตสาหกรรมและเครือข่ายธุรกิจ ลักษณะงานต้องติดต่อ ประสานงาน และสร้างความสัมพันธ์กับผู้ประกอบการ ภาคอุตสาหกรรม และองค์กรพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อค้นหาโอกาสในการพัฒนาความร่วมมือด้านการวิจัยและนวัตกรรม

                    5.3.2 การลงพื้นที่และการทำงานกับสถานประกอบการ งานมีลักษณะต้องลงพื้นที่สถานประกอบการเพื่อสำรวจความต้องการของธุรกิจ วิเคราะห์ปัญหาเชิงเทคนิค และพัฒนาแนวทางการใช้วิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหา โดยมีการเดินทางในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบนและระดับประเทศเป็นระยะ

                    5.3.3 การทำงานเชื่อมโยงระหว่างนักวิจัยและภาคธุรกิจ ผู้ปฏิบัติงานต้องทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการประสานการทำงานระหว่างนักวิจัยของมหาวิทยาลัยและผู้ประกอบการ เพื่อพัฒนาโครงการวิจัยร่วมที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงของภาคอุตสาหกรรม

                    5.3.4 การทำงานแบบบูรณาการหลายหน่วยงาน ต้องประสานงานกับหน่วยงานหลากหลายทั้งภายในมหาวิทยาลัยและภายนอก เช่น สำนักวิชา นักวิจัย หน่วยงานภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการ

                    5.3.5 การทำงานในสภาพแวดล้อมนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ผู้ปฏิบัติงานต้องสามารถปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่ แนวโน้มอุตสาหกรรม และความต้องการของภาคธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว พร้อมเรียนรู้และพัฒนาแนวทางความร่วมมือใหม่อยู่เสมอ

6. ผลตอบแทนและสวัสดิการ (Total Rewards & Wellbeing) 

      6.1 รายได้เริ่มต้นและการเติบโต (Competitive Base & Yearly Growth): 

                    6.1.1 เงินเดือนเริ่มต้น (Base Salary): วุฒิปริญญาตรี อัตราเดือนละ 17,400 บาท (พิจารณาปรับเพิ่มตามประสบการณ์ตรงสูงสุด 5 ปี)

                    6.1.2 การเติบโตของรายได้ (Annual Increment): ปรับเพิ่มฐานเงินเดือนเฉลี่ย 4% ต่อปี อย่างต่อเนื่องตามผลประเมินการปฏิบัติงานประจำปี

      6.2 การลงทุนในศักยภาพของพนักงาน (Learning & Development Fund):

                    6.2.1 งบพัฒนาตนเองรายบุคคล (Individual Development Grant): รับการสนับสนุนงบประมาณ 10,000 บาท/ปี สำหรับการ Upskill/Reskill ตามความสนใจและเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานในตำแหน่งที่ถือครอง

                    6.2.2 งบสร้างเครือข่ายระดับประเทศ (Networking & Training Budget): หน่วยงานสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมสำหรับการเข้าร่วมสัมมนา ศึกษาดูงาน และการสร้างเครือข่ายนวัตกรรมทั่วประเทศตามความจำเป็นของภารกิจที่ได้รับมอบหมาย

       6.3 สวัสดิการคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ (Comprehensive Health & Insurance):

                    6.3.1 ประกันสุขภาพกลุ่ม (IPD/OPD) และ ประกันอุบัติเหตุ ครอบคลุมทุกความเสี่ยง

                    6.3.2 โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี (Annual Health Check-up) เพื่อดูแลสุขภาวะที่ดีในระยะยาว

        6.4 การวางแผนการเงินสู่วัยเกษียณ (Long-term Financial Security):

                    6.4.1 กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund): นายจ้างสมทบสูงสุด 8% เพื่อสร้างความมั่นคงในอนาคต

       6.5  ค่าตอบแทนตามการปฏิบัติงานจริง (Performance-based Allowances):

                    6.5.1 เบี้ยเลี้ยงปฏิบัติงานเชิงรุก (Fieldwork Allowance): สำหรับการลงพื้นที่ขับเคลื่อนนวัตกรรม

                    6.5.2 ค่าตอบแทนการทำงานนอกเวลา (Overtime Pay): พร้อมระบบการบริหารจัดการ วันหยุดชดเชย (Compensatory Leave) ที่ยืดหยุ่น เพื่อรักษาความสมดุลระหว่างงานและชีวิต (Work-Life Flow)

7. โอกาสและคุณค่าที่จะได้รับจากการร่วมงาน (Value Proposition & Growth)

        7.1 เครือข่ายยุทธศาสตร์ระดับประเทศ (Elite Strategic Networking):

โอกาสในการก้าวเข้าสู่เครือข่ายความร่วมมือระดับสูงของวงการนวัตกรรมไทย ร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับกลุ่มนักลงทุน (Venture Capitalists), นักลงทุนอิสระ (Angel Investors) และผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพซึ่งหาได้ยากจากบทบาทหน้าที่ทั่วไป

         7.2 สัมผัสวิสัยทัศน์แห่งอนาคต (Front-row Seat to Innovation):

เข้าถึงแนวคิดทางธุรกิจและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยก่อนใคร พร้อมสวมบทบาทสำคัญในการผลักดันผลงานวิจัยและนวัตกรรมให้ก้าวสู่โลกธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงและยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในระดับสากล

        7.3 การพัฒนาศักยภาพสู่ระดับสากล (Future-Proof Your Career):

มุ่งเน้นการส่งเสริมทักษะที่โลกปัจจุบันต้องการอย่างต่อเนื่อง ทั้งทักษะปัญญาประดิษฐ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ (AI Productivity), การบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา (IP Management) และแนวคิดความเป็นผู้ประกอบการนวัตกรรม (Entrepreneurial Mindset) เพื่อยกระดับให้ท่านเป็นบุคลากรศักยภาพสูง (Talent) ที่เป็นที่ต้องการขององค์กรชั้นนำ

         7.4 การสร้างคุณค่าและผลกระทบเชิงประจักษ์ (Meaningful Economic Impact):

ร่วมเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ตอนบนอย่างยั่งยืน โดยทุกโครงการที่ท่านบริหารจัดการจะส่งผลโดยตรงต่อการสร้างอาชีพ การกระจายรายได้ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

        7.5 สภาพแวดล้อมการทำงานนวัตกรรม (Dynamic Work-Life Flow):

ปฏิบัติงานในพื้นที่อุทยานวิทยาศาสตร์ (Science Park) ที่ทันสมัยและพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ภายใต้วัฒนธรรมองค์กรแบบ Agile ที่มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ของงาน (Result-oriented) มากกว่าการกำหนดเวลาปฏิบัติงานแบบดั้งเดิม พร้อมให้อิสระในการบริหารจัดการเวลาเพื่อสร้างความลงตัวระหว่างความสำเร็จในงานและการดำเนินชีวิตส่วนตัว

8.  เงื่อนไขการปฏิบัติงานและหลักเกณฑ์การต่อสัญญา (Employment Terms)

          8.1 ระยะเวลาการจ้างในสัญญาช่วงที่ 1:

                    8.1.1  มีกำหนดระยะเวลาการจ้าง 3 ปี (นับตั้งแต่วันเริ่มงาน จนถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2571)

                    8.1.2 การทดลองงาน: ผู้ปฏิบัติงานต้องเข้ารับการประเมินผลการทดลองปฏิบัติงานภายในระยะเวลา 6 เดือนแรก

          8.2 หลักเกณฑ์การพิจารณาต่อสัญญาจ้างในคราวถัดไป: เมื่อครบกำหนดสัญญาช่วงที่ 1 มหาวิทยาลัยจะพิจารณาต่อสัญญาจ้างครั้งละ 3 ปี โดยผู้ปฏิบัติงานต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน ดังนี้:

                    8.2.1  ผลงานรายปี: มีผลการประเมินการปฏิบัติงานเฉลี่ย 3 ปี ไม่ต่ำกว่า 80.00 คะแนน

                    8.2.2 ความต่อเนื่อง: มีผลการประเมินไม่ต่ำกว่า 80.00 คะแนน เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี

                    8.2.3 ผลงานวิชาชีพ: จัดทำ "คู่มือปฏิบัติงาน" จำนวน 1 เล่ม ที่ผ่านเกณฑ์ประเมินระดับดีและมีการนำไปใช้งานจริงไม่น้อยกว่า 3 เดือน

          8.3 การประเมินผลต่อเนื่อง: มหาวิทยาลัยจะจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อประกอบการพิจารณาจ้างต่อเนื่องในทุกรอบระยะเวลา 3 ปี ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่มหาวิทยาลัยกำหนด

9. การยื่นใบสมัคร และเอกสารหลักฐานประกอบ:

      ผู้สมัครต้องกรอกข้อมูลใบสมัครพนักงานวิสาหกิจให้ครบถ้วนสมบูรณ์โดย ดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัครพนักงานวิสาหกิจได้ที่นี่ https://drive.google.com/drive/folders/1NYNq1gc5NIX7edxDtYHDdvdGabI6nDtL?usp=sharing และจัดเตรียมเอกสารหลักฐานประกอบ ดังนี้

        9.1 รูปถ่าย: หน้าตรง ไม่สวมหมวกและแว่นตาสีดำ (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน)

        9.2 หลักฐานการศึกษา: สำเนาปริญญาบัตรหรือหนังสือรับรองวุฒิ และสำเนาใบแสดงผลการเรียน (Transcript) ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไป อย่างละ 1 ฉบับ

        9.3 หลักฐานยืนยันตัวตน: สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน อย่างละ 1 ฉบับ

        9.4 หลักฐานอื่นๆ: เช่น ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล หรือหลักฐานพ้นภาระทางทหาร (สำหรับผู้ชาย) (หมายเหตุ: เอกสารทุกฉบับต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้องก่อนการแนบไฟล์หรือส่งมอบ)

        9.5 เงื่อนไขการพิจารณา:

               9.5.1 มหาวิทยาลัยจะพิจารณาเฉพาะผู้ที่กรอกข้อมูลใบสมัครครบถ้วนและแนบเอกสารตามข้อ 9 ภายในระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น

               9.5.2 มหาวิทยาลัยขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจสอบเอกสารตัวจริงในภายหลัง หากพบว่าข้อมูลเป็นเท็จหรือคุณสมบัติไม่ตรงตามประกาศ ให้ถือว่าการสมัครเป็นโมฆะและไม่มีสิทธิ์ได้รับการบรรจุเป็นพนักงานวิสาหกิจของอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในครั้งต่อๆ ไป

10. ช่องทางการสมัคร

ผู้สนใจสามารถเลือกยื่นใบสมัครและหลักฐานประกอบการสมัครได้ตามช่องทางที่สะดวก ดังนี้:

       10.1 การสมัครผ่านระบบออนไลน์ (ช่องทางแนะนำ): ผู้สมัครสามารถดำเนินการกรอกข้อมูลและแนบไฟล์เอกสารหลักฐานทั้งหมดผ่านระบบออนไลน์ได้ที่ คลิกที่นี่เพื่อกรอกสมัครงาน https://forms.gle/Qz8YfreXBCKnFmsF7 ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 30 เมษายน 2569  (ปิดรับระบบเวลา 16.30 น.)

        10.2 การสมัครด้วยตนเอง หรือทางไปรษณีย์: ในกรณีที่ไม่สะดวกสมัครผ่านระบบออนไลน์ สามารถยื่นใบสมัครฉบับจริงพร้อมหลักฐานประกอบได้ที่:

               10.2.1 ยื่นด้วยตนเอง: อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (อาคารอาคารอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) เลขที่ 222 ตำบลไทยบุรี อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช 80160 (ในวันและเวลาราชการ 08.30 - 16.30 น.)

             10.2.2 ส่งทางไปรษณีย์: ส่งถึง คุณเรณู มีสิทธิ์ (โทร. 086-8698326) อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เลขที่ 222 ตำบลไทยบุรี อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช 80160 โดยวงเล็บมุมซองว่า "(สมัครงาน)" (หมายเหตุ: เอกสารต้องส่งถึงหน่วยงานภายในวันที่ 30 เมษายน 2569    ก่อนเวลา 16.30 น. เท่านั้น)

             10.2.3 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-7567-3573 ในวันและเวลาราชการ

11. ขั้นตอนและวิธีการคัดเลือก

      อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กำหนดขั้นตอนการคัดเลือกพนักงานวิสาหกิจที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับองค์กรนวัตกรรม ดังนี้:

                    ขั้นตอนที่ 1: การคัดกรองคุณสมบัติและศักยภาพเบื้องต้น (Pre-Screening) พิจารณาจากวุฒิการศึกษา, ประสบการณ์การทำงาน, ข้อมูลใน Digital Profile (LinkedIn/Portfolio), แบบประเมินทักษะดิจิทัลและภาษา (Skill Rubrics) รวมถึงการประเมินทัศนคติเบื้องต้นจากวิดีโอแนะนำตัวและบททดสอบตรรกะ (Logic Test) ว่ามีความเหมาะสมที่จะเข้าสู่ขั้นตอนถัดไปหรือไม่

                    ขั้นตอนที่ 2: การทดสอบความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง (Written Test & Work Sample) ผู้ที่ผ่านการคัดกรองในขั้นตอนที่ 1 จะต้องเข้ารับการสอบข้อเขียนเพื่อวัดตรรกะความคิด (Logic Thinking) และทักษะการแก้ไขปัญหาเชิงสถานการณ์ตามสายงาน (Professional Scenario)

                    ขั้นตอนที่ 3: การสอบสัมภาษณ์ (Final Interview) เพื่อประเมินความเหมาะสมในด้านบุคลิกภาพ ทัศนคติ และการเข้ากับวัฒนธรรมองค์กร (Cultural Fit) โดยอาจมีการทดสอบทักษะเฉพาะหน้าเพิ่มเติมในวันสัมภาษณ์

      ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ หรือเชิญผู้สมัครมาเข้ารับการคัดเลือกเฉพาะผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุดตามที่หน่วยงานเห็นสมควร

12. กำหนดการประกาศผลและการสอบ

      เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย หน่วยงานกำหนดกรอบเวลาเบื้องต้นดังนี้:

              12.1 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับการทดสอบ (ขั้นตอนที่ 2): จะแจ้งให้ทราบทางเว็บไซต์และช่องทางประกาศของมหาวิทยาลัยในภายหลัง

              12.2 กำหนดการสอบข้อเขียนและสัมภาษณ์: จะแจ้งให้ทราบพร้อมกับการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ

              12.3 ประกาศผลการคัดเลือก: จะแจ้งให้ทราบภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการสัมภาษณ์ หรือตามที่คณะกรรมการกำหนด

              หมายเหตุ: กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม โดยจะประกาศให้ทราบผ่านทางเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยและอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง โปรดติดตามอย่างใกล้ชิด

13. เงื่อนไขและข้อกำหนดอื่น ๆ

              13.1 การรายงานตัวเข้าปฏิบัติงาน: ผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับการเรียกตัวให้เข้าปฏิบัติงาน จะต้องสามารถเริ่มปฏิบัติงานได้ตามระยะเวลาที่หน่วยงานกำหนด หากไม่สามารถดำเนินการได้จะถือว่าสละสิทธิ์ในครั้งนั้น เว้นแต่จะมีการตกลงเลื่อนระยะเวลาการเริ่มงานเป็นลายลักษณ์อักษรตามความเหมาะสม

              13.2 บัญชีผู้ผ่านการคัดเลือก (สำรอง): ผู้สมัครที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกแต่อยู่ในลำดับสำรอง หน่วยงานจะขึ้นบัญชีไว้และจะเรียกตัวเมื่อมีความจำเป็นหรือมีตำแหน่งว่างเพิ่มเติม โดยจะเรียงตามลำดับคะแนน และหรือพิจารณาตามความเหมาะสมของทักษะที่จำเป็นต่อภารกิจในขณะนั้น

              13.3 การตรวจสอบเอกสารย้อนหลัง: อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกตรวจสอบเอกสารและหลักฐานการสมัครต้นฉบับ หรือเอกสารเพิ่มเติมอื่น ๆ ในภายหลังได้ตามความจำเป็น

              13.4 ความถูกต้องของข้อมูลและหลักฐาน: หากปรากฏในภายหลังว่าผู้สมัครรายใดมีการปลอมแปลงเอกสาร ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญอันส่งผลต่อคุณสมบัติการสมัคร ถือเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมาย และหน่วยงานขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกผลการคัดเลือกหรือเลิกจ้างทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข รวมถึงตัดสิทธิ์ในการสมัครเข้าเป็นพนักงานวิสาหกิจของหน่วยงานในอนาคตทุกกรณี

              13.5 ข้อกำหนดการตรวจสุขภาพและการส่งใบรับรองแพทย์ : ผู้ได้รับการแต่งตั้งหรือคัดเลือกเข้าบรรจุเป็นพนักงานและลูกจ้างมหาวิทยาลัย มีหน้าที่เข้ารับการตรวจร่างกายและตรวจทางจิตวิทยา ณ สถาบันการแพทย์ของรัฐหรือสถาบันที่รัฐรับรอง โดยเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง และต้องนำส่งใบรับรองแพทย์ภายในระยะเวลาที่มหาวิทยาลัยกำหนด ดังนี้

                    13.5.1. การตรวจสุขภาพทั่วไปและตรวจทางจิตวิทยา: เพื่อแสดงว่าไม่มีโรคต้องห้ามตามประกาศมหาวิทยาลัยฯ พ.ศ. 2562 ข้อ 6 (ยกเว้นข้อ 6 (6)) โดยต้องจัดส่งใบรับรองแพทย์ภายในระยะเวลาที่ระบุไว้ในหนังสือแจ้งรายงานตัวเพื่อปฏิบัติงาน

                    13.5.2. การตรวจประเมินโรคทางจิตเวช: ให้ดำเนินการจัดส่งใบรับรองแพทย์เพิ่มเติมต่อมหาวิทยาลัย ภายในระยะเวลา 4 เดือน นับตั้งแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้งหรือบรรจุแต่งตั้งเป็นพนักงานหรือลูกจ้าง


Mourning Ribbon
TOP