General News

เปิดใจ 'อายู' ศิษย์เก่าถาปัตย์ มวล.คว้าทุน บินลัดฟ้าเรียน ป.โท ม.อันดับ 1 ฮังการี



การได้โบยบินไปศึกษาต่อและใช้ชีวิตในต่างประเทศเป็นความฝันของใครหลายคน เช่นเดียวกับ "อายู-นางสาวอาตีระ เมาตี" ศิษย์เก่าสำนักวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (ช่อประดู่ 22) ดีกรีเกียรตินิยมอันดับ 1 ที่สามารถสานฝันคว้าทุนรัฐบาลฮังการี (Stipendium Hungaricum) ไปศึกษาต่อปริญญาโท ณ Budapest University of Technology and Economics (BME) มหาวิทยาลัยด้านสถาปัตยกรรมอันดับ 1 ของประเทศฮังการีที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเกือบ 400 ปี



ความใฝ่ฝันสู่สากล
สมัยเรียนที่ มวล. อายูเป็นเด็กกิจกรรมตัวยง ทั้งช่วยงานมหาวิทยาลัย เป็นพิธีกร ล่าม และติวเตอร์ภาษาอังกฤษ ด้วยความหลงใหลในภาษาอังกฤษ เธอจึงชอบขลุกอยู่ในศูนย์บรรณสารฯ เพื่ออ่านวรรณกรรมต่างประเทศ จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้อยากเรียนต่อนอกเกิดขึ้นช่วงปี 4 เมื่อได้ไปสหกิจศึกษาและมีโอกาสเป็นล่ามในงาน Architect Expo รวมถึงเป็นตัวแทนนักศึกษาไปเวิร์กชอปที่สิงคโปร์ ทำให้เธอเห็นว่างานออกแบบคือภาษาสากล จึงอยากนำความรู้จากไทยไปต่อยอดกับแนวคิดระดับโลก ประกอบกับเป้าหมายสูงสุดคือการเป็น "อาจารย์มหาวิทยาลัย" การเรียนต่อปริญญาโทในยุโรปจึงเป็นคำตอบที่ลงตัว

รากฐานที่แข็งแกร่งจาก มวล. 
การคว้าทุนรัฐบาลฮังการีไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องผ่านการสอบออกแบบสถาปัตยกรรมที่แข่งกับเวลาเพียง 4 ชั่วโมง ทักษะการนำเสนอผลงาน และแฟ้มสะสมผลงาน อายูเผยว่าประสบการณ์จาก มวล. มีส่วนสำคัญมาก โดยเฉพาะการติวสอบใบประกอบวิชาชีพที่ช่วยให้บริหารเวลาได้ดี การปูพื้นฐานภาษาอังกฤษจากวิชาหมวด GEN-ED และการเรียนรู้ Case Study ระดับสากล นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จาก อาจารย์ธนสัณฑ์ เทพรัตน์ อาจารย์ที่ปรึกษาที่ช่วยดูแลตั้งแต่การเลือกมหาวิทยาลัย คอยให้คำแนะนำ เขียนหนังสือรับรอง ไปจนถึงการที่มหาวิทยาลัยช่วยอำนวยความสะดวกออกเอกสารรับรองล่วงหน้า ทำให้ยื่นสมัครทุนได้ทันเวลา



ห้องเรียนชีวิตที่บูดาเปสต์
เกือบ 2 ปีในฮังการี ท่ามกลางเมืองที่มีแดดเพียง 3-4 เดือนต่อปี สอนให้อายูรู้จัก "การมีความสุขกับปัจจุบัน" และชื่นชมสิ่งเล็กๆ รอบตัว สังคมการเรียนที่นี่ไม่เน้นการแข่งขัน แต่เน้นการตั้งคำถาม แลกเปลี่ยนความคิด และช่วยเหลือกัน ทุกคนเรียนหนักอย่างจริงจัง แต่ก็ให้ความสำคัญกับการจัดสรรเวลาเพื่อออกไปใช้ชีวิตและเดินทางท่องเที่ยวในยุโรปเช่นเดียวกัน



ข้อคิดถึงน้องๆ ช่อประดู่ รุ่นถัดไป "อย่าดูถูกตัวเอง"
กว่าจะมาถึงจุดนี้ อายูยอมรับว่าไม่ได้เก่งมาตั้งแต่ต้น คาบแรกที่เรียนโครงสร้างอาคารยังไม่รู้จัก "คาน" หรือ "ตง" ด้วยซ้ำ แต่อาศัยความขยัน กล้าถาม และกล้าแก้ไขพัฒนาตัวเอง

"อยากให้ทุกคนอย่าดูถูกตัวเอง อย่าน้อยใจโชคชะตา ถ้าลองแล้วล้มเหลวยังดีกว่าไม่ได้ลอง เริ่มต้นง่ายๆ จากการฝึกภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน พาตัวเองไปอยู่ในสังคมใหม่ๆ เปิดใจรับฟัง และใช้ชีวิตให้มีความสุขในทุกวัน เพราะทุกคนมีความเก่งในแบบของตัวเองค่ะ"

อายู กล่าวทิ้งท้าย พร้อมมอบแรงบันดาลใจที่พร้อมส่งต่อให้กับน้องๆ ช่อประดู่รุ่นต่อไป
 


Mourning Ribbon
TOP