General News

ม.วลัยลักษณ์ เผย 3 คณาจารย์มีบทบาทในการดำเนินงาน“วัดพระมหาธาตุฯ นครศรีธรรมราช” สู่มรดกโลกแห่งใหม่

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) เผยทีมคณาจารย์ผู้มีบทบาทในการจัดทำและแปลเอกสารวิชาการภาษาอังกฤษ เพื่อเสนอชื่อ“วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช” จนได้รับการรับรองจากองค์การ UNESCO ให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของไทย

ภายหลังจากการประชุมสมัยสามัญคณะกรรมการมรดกโลก ครั้งที่ 48 ณ นครปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งมีมติอย่างเป็นทางการรับรองให้ “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช” ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 6 และเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 9 ของประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งแรกของภาคใต้ สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ชาวนครศรีธรรมราชและคนไทยทั้งประเทศ

การจัดทำเอกสารเสนอชื่อเพื่อขึ้นทะเบียน“วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช” เป็นมรดกโลกฉบับสมบูรณ์ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการมรดกโลก มีคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ 3 คน จากคณะผู้จัดทำทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วย 1) รองศาสตราจารย์ ดร. วิรุจ ถิ่นนคร คณบดีสำนักวิชาสถาปัตยกรรมและการออกแบบ เป็นผู้ร่างและจัดทำเอกสาร 2) ดร.กมลทิพย์ คล้ายบ้านใหม่ รักษาการแทนคณบดีสำนักวิชาศิลปศาสตร์ และ 3) อาจารย์ทัศณีย์ ทัศระเบียบ รักษาการแทนหัวหน้าสาขาวิชาภาษาอังกฤษ สำนักวิชาเดียวกัน รับหน้าที่เป็นผู้แปลและเรียบเรียงภาษาอังกฤษ 

นอกจากคณาจารย์ทั้ง 3 คนแล้ว ยังมี รองศาสตราจารย์ ดร.วัณณสาส์น นุ่นสุข California State University และ ดร.ภัทรวรรณ พงศ์ศิลป์ กรมศิลปากร ซึ่งเป็นนักวิชาการด้านโบราณคดีที่มีชื่อในเอกสารเล่มดังกล่าวด้วย

ทั้งนี้การขับเคลื่อนวัดพระมหาธาตุฯ นครศรีธรรมราช สู่มรดกโลก ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2552 โดยจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มีคำสั่งเลขที่ 904/2552 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อนำเสนอวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเป็นมรดกโลก โดยมี ผศ.ฉัตรชัย ศุกระกาญจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราชในขณะนั้น เป็นประธานคณะทำงาน และมีการแต่งตั้งคณะทำงานเรื่องดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องหลายชุด นำมาซึ่งการตีพิมพ์เอกสารทางวิชาการ “พระบรมธาตุสู่มรดกโลก” จำนวน 4 ครั้ง เพื่อนำข้อมูลต่างๆไปใช้เพื่อการผลักดันจนได้รับการรับรองจากองค์การ UNESCO ให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกดังกล่าว


Mourning Ribbon
TOP