
ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และคณาจารย์จากสำนักวิชาศิลปศาสตร์ เข้าร่วมงานเฉลิมฉลองครบรอบ 77 ปี แห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน และครบรอบ 51 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ ห้องบงกชรัตน์ โรงแรมทวินโลตัส จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา
โอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้ให้เกียรติร่วมกล่าวแสดงความยินดีในงาน โดยมีคณะผู้บริหารของมหาวิทยาลัยเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ประกอบด้วย ดร.มงคล ธีระนานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายความสัมพันธ์และการพัฒนามหาวิทยาลัย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นีรนาท แก้วประเสริฐ ระฆังทอง ผู้อำนวยการศูนย์บริการการศึกษา รวมถึงตัวแทนจากสำนักวิชาศิลปศาสตร์ นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กมลทิพย์ คล้ายบ้านใหม่ รักษาการแทนคณบดีสำนักวิชาศิลปศาสตร์ อาจารย์ ดร.ศิริคุณ พันธ์รังษี รักษาการแทนรองคณบดีสำนักวิชาศิลปศาสตร์ ตลอดจนผู้บริหารและคณาจารย์จากสาขาวิชาภาษาจีน เข้าร่วมเพื่อร่วมแสดงความยินดีและสานสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน
ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายสมชาย ลีหน้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกล่าวแสดงความยินดีและส่งความปรารถนาดีไปยังรัฐบาลและประชาชนแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน รวมถึงพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน โดยมี ฯพณฯ วัง จื้อเจียน กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดสงขลา นายเชาว์ ประยูรธำรงธิติ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมพาณิชย์จีนนครศรีธรรมราชและประธานจัดงาน ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง
การเข้าร่วมงานครั้งนี้สะท้อนถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ไทย–จีน ที่มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมหลากหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การศึกษา ศิลปวัฒนธรรม และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมิติด้านการศึกษาและภาษา ซึ่งสำนักวิชาศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมจีนมาอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ การร่วมกิจกรรมดังกล่าวจึงเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในการร่วมสานต่อมิตรภาพไทย–จีน พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัยกับสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายชุมชนในระดับภูมิภาคและนานาชาติ เพื่อเปิดโอกาสแห่งความร่วมมือทางวิชาการและสังคมในอนาคตอย่างยั่งยืนต่อไป


ขอบคุณภาพประกอบข่าวจากสำนักวิชาศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์