| ประเพณีเก่ากาลนานเนิ่นแล้ว | บรรพชนแน่แน่วร่วมรักษา |
| ประเพณีที่เรียกมาฆบูชา | สืบเนื่องจากพระพุทธาสมณโคดม |
| ณ วัดเวฬุวันมหาวิหาร | พระภิกษุสืบสานพุทธธารผสม |
| มาพร้อมกันมุ่งมั่นอย่างเกลียวกลม | มิได้นัดหมายระดมหนึ่งพันสองร้อยห้าสิบองค์ |
| ตรงวันเพ็ญเด่นดวงโชติช่วงบุหลัน | เอหิภิกขุทั้งนั้นพรรณระหง |
| พระพุทธเจ้าเกล้ามนุษย์โลกุตรวงศ์ | หลั่งพระธรรมไหลลงสู่โลกา |
| ชื่อโอวาทปาฏิโมกข์ปลดโศกทุกข์ | ละเว้นชั่วโรมรุกปลุกตัณหา |
| ทำความดีได้มีสุขทุกเวลา | ทำจิตใจให้สง่าสงบเย็น |
| ในวันนี้ที่ศรีธรรมราชมหานครแต่ก่อนเก่า | รวมตัวเข้าสร้างประเพณีดั่งที่เห็น |
| นำผ้าพระบฏงดงามดั่งเดือนเพ็ญ | ผืนผ้าเด่นด้วยจิตรกรรมพระสัมมา |
| ตามตำนานนานนมพระบรมธาตุ | เมืองนครศรีธรรมราชสื่อเนื้อหา |
| ชาวปากพนังแห่งศรีธรรมราชนครา | พบผืนผ้าสีขาวยาวเหลือเกิน |
| ลอยติดฝั่งชายทะเลเอ๊ะสงสัย | ผ้าอะไรช่างงามตาน่าสรรเสริญ |
| จึงร่วมแห่ผ้าประเสริฐทูนเทอดเทิน | มุ่งหน้าเดินสู่ราชวังหวังผู้นำ |
| พระนามพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช | อภิวาทน์ถวายผ้าพระบฏงดงามขำ |
| ทรงให้ซักประจักษ์ภาพซาบซึ้งธรรม | สัญลักษณ์เรื่องเลิศล้ำพระพุทธองค์ |
| เมื่อถึงวันสำคัญสุขหรรษา | ทรงให้แห่ผ้าศักดิ์สิทธิ์จิตระหง |
| รอบเมืองนครศรีธรรมราชศาสน์ดำรง | จบด้วยเอาห่มองค์พระบรมเจดีย์ |
| เพื่อเป็นพุทธบูชาเกิดอานิสงส์ | บุญเป็นธงนำให้ได้สุขศรี |
| ปัจจุบันและอนาคตชาติผุดผาดชีวี | ในวันวิสาขปุณมีสืบกันมา |
| ต่อมาเปลี่ยนเป็นแห่ในวันมาฆบูชาปุณมาส | ฝนไม่สาดให้ยุ่งยากมากปัญหา |
| สะดวกสบายกายใจการไปมา | ประกอบการได้คุ้มค่าที่เดินทาง |
| เรียกกันว่า “ประเพณีบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุ” | สืบทอดสู่ทายาทมิอางขนาง |
| ปัจจุบันมีผ้าพระบฏพระราชทานสารสื่อกลาง | เจิดกระจ่างห้าพระองค์ทรงเมตตา |
| ประเพณีบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุ | จึงมิควรจะขาดบุญศาสนา |
| อานิสงส์ธงชัยในชีวา | จึงควรไปแห่ผ้าพระบฏเอย |
| อาศรมวัฒนธรรมวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ รศ.ดร.สืบพงศ์ ธรรมชาติ ประพันธ์ พฤหัสบดี ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๐ |