สารจากอธิการบดี

ปี 2565 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์อายุครบ 30 ปี

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้ประกาศให้เป็นมหาวิทยาลัยในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง ให้เป็นแผ่นดินแห่งความรุ่งโรจน์ (Land of Glory) เป็นมหาวิทยาลัยแห่งคุณภาพ (Quality University) และมุ่งเข้าสู่การเป็นมหาวิทยาลัยระดับโลก

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญได้แก่

1. การปฏิรูปการเรียนการสอนโดยใช้ระบบ UKPSF เป็นระบบการสอนมาตรฐานของสหราชอาณาจักรที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก อาจารย์ของมหาวิทยาลัยได้รับการอบรมกรอบ UKPSF 100% และได้รับประกาศนียบัตร UKPSF จำนวนมากที่สุดในประเทศไทย

2. อัตรานักศึกษาตกออก (Drop Out) ในอดีต สูงสุดถึง 36% ปัจจุบัน

นักศึกษาปีที่ 1 Drop Out เหลือ 0% ในอนาคตมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีนโยบายที่จะจัดการเรียนการสอนให้นักศึกษาสำเร็จการศึกษาตามเวลาที่กำหนด 90% ขึ้นไป

3. ปี 2564 เป็นปีที่มหาวิทยาลัยรับนักศึกษาปีหนึ่งได้จำนวน 3,104 คน ถือเป็นจำนวนสูงสุดนับตั้งแต่จัดตั้งมหาวิทยาลัย คุณภาพนักศึกษาสูงขึ้น คะแนนเฉลี่ยของนักศึกษาปี 1 เท่ากับ 3.20 และมีนักเรียนจากโรงเรียนมาตรฐาน 50% ซึ่งสูงที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งมหาวิทยาลัย

4. ยกเลิกการเรียนห้องเรียนขนาดใหญ่ทั้งหมดและจัดให้นักศึกษาเรียนในห้องขนาดเล็กเพื่อให้อาจารย์ผู้สอนสามารถดูแลได้อย่างทั่วถึงทุกคน พัฒนาห้องเรียนทั้งหมดให้เป็น Smart Classroom และพัฒนาห้อง

ปฏิบัติการ ให้เป็น Smart, Digitalized Laboratory.

5. การเปลี่ยนแปลงให้มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยสมบูรณ์แบบ ปี 2563 ผลงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ Scopus เพิ่มขึ้น 3 เท่าจากปี 2559 และคาดว่าในปี 2564 จะเพิ่มขึ้นเป็น 4 เท่า

6. ด้านคุณภาพของผลงานวิจัยตีพิมพ์ ปัจจุบันผลงานวิจัยตีพิมพ์ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์อยู่ในวารสารระดับ Q1 และ Q2 สูงถึง 77% ซึ่งถือว่าอยู่ในกลุ่ม Top 3 ของประเทศไทย ทำให้อัตราการอ้างอิง (Citations) มีอัตราสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

7.  ผลงานวิจัยตีพิมพ์ร่วมกับนักวิชาการต่างประเทศได้กำหนดให้ศูนย์วิจัยความเป็นเลิศเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการวิจัย ตีพิมพ์ร่วมกับนักวิชาการต่างประเทศ ปัจจุบันมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มีบทความที่ตีพิมพ์ร่วมกับนักวิชาการต่างประเทศสูงถึง 37%

8. การพัฒนาโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ภายในสิ้นปี 2565 โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เฟส 1 เสร็จสมบูรณ์สามารถให้บริการได้ 419 เตียง ทำให้ในอนาคตสามารถรองรับผู้ป่วยได้ 3 – 4 แสนคนต่อปี สุดท้ายมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้พัฒนาภูมิทัศน์ ทั้งสวนวลัยลักษณ์และอุทยานพฤกษศาสตร์ให้มีความสวยงาม ร่มรื่น อาจกล่าวได้ว่าปัจจุบันมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จัดอยู่ในกลุ่มที่มีภูมิทัศน์สวยที่สุดในประเทศไทย

จึงกล่าวได้ว่ามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ในโอกาสครบปีที่ 30 ได้ก้าวเข้าสู่มหาวิทยาลัยแห่งคุณภาพและพร้อมที่จะเดินหน้าก้าวสู่การจัดอันดับโลกด้วยความมั่นใจ

 

ศาสตราจารย์ ดร. สมบัติ ธำรงธัญวงศ์
อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
5 ตุลาคม 2564

TOP