สารจากอธิการบดี

ความก้าวหน้าในการดำเนินของภายใต้การบริหารงานของอธิการบดี ในรอบปีงบประมาณ 2563

ถึงพนักงานมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ทุกท่าน

ผมขอแจ้งให้พนักงานทุกท่านทราบถึงความก้าวหน้าในการดำเนินของภายใต้การบริหารงานของผม  ในรอบปีงบประมาณ 2563 ที่ผ่านมา เพื่อความภาคภูมิใจของพวกเราร่วมกัน ดังนี้

  • Nature Index Ranking 2020 (1 ธันวาคม 2562-30 พฤศจิกายน 2563) ได้จัดอันดับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์อยู่อันดับที่ 2 ของประเทศไทย ทางด้าน Physical Sciences อันดับที่ 7 ของประเทศไทยด้าน Chemistry ส่วนภาพรวมที่ครอบคลุมทั้งด้าน Physical Sciences, Life Sciences, Chemistry และ Earth & Environmental Sciences อยู่อันดับที่ 6 ของประเทศไทย
  • SCImago Institutions Rankings ได้จัดอันดับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จาก 22 มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ปี ค.ศ.2020 ภาพรวมอยู่อันดับที่ 11 ด้านนวัตกรรม อันดับที่ 4 ด้านสังคมศาสตร์ อันดับที่ 1 ของประเทศ อันดับที่ 119 ของเอเชีย และอันดับที่ 548 ของโลก
  • มหาวิทยาลัยได้นำการเรียนการสอนภายใต้กรอบ UKPSF (the United Kingdom Professional Standards Framework) มาใช้พัฒนาการเรียนการสอน โดยมีอาจารย์ที่ได้รับการรับรอง จำนวน 317 คน แบ่งเป็น ระดับ Principal Fellow 1 คน ระดับ Senior Fellowships จำนวน 53 คน และระดับ Fellowships จำนวน 263 คน 
    คิดเป็นร้อยละ 67.03 ต่ออาจารย์ทั้งหมดที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์
  • มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีจำนวนอาจารย์ที่ได้รับการรับรอง จาก UKPSF (the United Kingdom Professional Standards Framework) มากเป็นอันดัน 1 ของประเทศ ส่งผลให้ภาพรวมของประเทศไทยมีจำนวน Fellowship เป็นอันดับที่ 3 ของโลกไม่นับประเทศสหราชอาณาจักร
  • ผลประเมินการประกันคุณภาพการศึกษาตามระบบและกลไกการประกันคุณภาพการศึกษา ในรอบปีการศึกษา 2561 โดยภาพรวมทั้งมหาวิทยาลัย มีผลการประเมินอยู่ที่ค่าเฉลี่ย 4.75 อยู่ในระดับดีมาก ซึ่งคะแนนที่ได้รับนี้สูงสุดในรอบ 5 ปี แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จอีกก้าวของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ในการเป็นมหาวิทยาลัยแห่งคุณภาพ
  • เพื่อสนันสนุนการจัดการเรียนการสอนโดยมุ่งเน้นคุณภาพสูงสุดของนักศึกษา มหาวิทยาลัยได้จัดห้องเรียนแบบ Smart classroom จำนวน 72 ห้อง
  • ส่วนการก่อสร้างโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์แล้วเสร็จเกือบ 100%  โดยในปี 2563 จะสามารถรับผู้ป่วยใน จำนวน 120 เตียง และปี 2564 ขยายเพิ่ม 419 เตียง ส่วนระยะต่อไปจะขยายให้ครบ 750 เตียงซึ่งจะกลายเป็นโรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่ของภาคใต้ตอนบนมีบุคลากรทางการแพทย์ไม่น้อยกว่า 3,000 คน มีการให้บริการทางการแพทย์ใน 14 สาขาความเชี่ยวชาญ รองรับการให้บริการเฉลี่ยปีละ 5 แสนคน

 

ผมขอขอบคุณผู้บริหารและพนักงานทุกคนที่ได้ร่วมแรงร่วมใจทำงานอย่างหนัก เพื่อความก้าวหน้าและนำมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ไปสู่ความเป็นมหาวิทยาลัยแห่งคุณภาพ มหาวิทยาลัยที่เป็นทางเลือกอันดับแรกๆ ในการตัดสินใจศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา

ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

 

TOP