| ประเพณีบุญสารทเดือนสิบนครศรีธรรมราช | |
| นับเนิ่นนานโบราณกาลอันลับลิบ | ประเพณีบุญสารทเดือนสิบได้สร้างสรรค์ |
| บรรพชนคนไทยสยามใต้ได้ร่วมกัน | คิดกิจกรรมสัมพันธ์นั้นงดงาม |
| ทำบุญให้บรรพชนที่ทนทุกข์ | ในเปตภูมิไร้สุขดั่งคุกหนาม |
| ต้องเจ็บปวดรวดเร้าเช้าย่ำยาม | ด้วยกรรมตามติดตัวทำชั่วมา |
| เมื่อมีชีวิตไม่เชิดชูลบหลู่พระ | ใช้วาทะบิดพลิ้วพลิกชิวหา |
| ชอบใช้คำทำร้ายขายครูบา | บ้างด่าว่าเพลิดเพลินเกินความจริง |
| กับพ่อแม่ก่นด่าน่าอายนัก | บ้างไสผลักทุบตีดั่งผีสิง |
| ด้วยผลกรรมทำไว้ไร้หลักพิง | ปากเปื่อยลิ้นห้อยติ่งดั่งปลิงนา |
| บ้างตกนรกหมกไหม้มิได้เกิด | แสงดาวเดือนตะวันเลิศสุดจักหา |
| โลกันตนรกทรมานผลาญชีวา | กรรมตามล่าจนครบจบรายการ |
| ทำความชั่วลืมตัวลืมสติ | มีอคติต่ออาตม์ว่ามาตรฐาน |
| บาปกรรมสูงสุดอนันตริยกรรมทำก่อการ | ฆ่าพ่อแม่ทำร้าวฉานพระสังฆา |
| ให้แตกแยกดับชีวะพระอรหันต์ | ทำโลหิตองค์พระสรรเพ็ชญ์ลงแผ่นผา |
| ตกนรกอเวจีมิมีสิ้นวันเวลา | เย็นสุดแสนทรมาชั่วฟ้าดิน |
| เกิดเป็นเปรตและสัตว์นรกต้องหมกไหม้ | ขุมเล็กใหญ่ร้อนรุ่มจิตนิจสิน |
| ครั้นเดือนสิบได้ขยายผายกายิน | มายังถิ่นโลกมนุษย์สุดชื่นบาน |
| ลูกหลานทำขนมห้าอย่างสร้างบุญให้ | เปรตจึงได้เอมอิ่มลิ้มอาหาร |
| ลา พอง ไข่ปลา บ้า ดีซำ ฉ่ำสราญ | ทั้งคาวหวานอื่นๆ ชุ่มชื่นใจ |
| ทำบุญกันตั้งแต่วันแรม ๑ ค่ำ | ตั้งหมฺรับเล็กน้อมนำสุขสดใส |
| แรม ๑๔ แรม ๑๕ ค่ำ บุญอำไพ | จัดหมฺรับใหญ่ยกไปวัดนมัสการ |
| ทำบุญผ่านสารส่งผ่านพระภิกษุ | อาหารคงบรรลุทั้งคาวหวาน |
| ถึงเปตชนนรกชนพ้นทรมาน | ร่วมชิงเปรตสืบสานประเพณี |
| แรม ๑๕ ค่ำ ตอนใกล้รุ่งมุ่งสู่สถาน | เปตชนนรกชนวิ่งพล่านฐานวิถี |
| กลับเปตภูมิกลับนรกยกกายี | รับกรรมที่มีอยู่สู้ต่อไป |
| เกิดมาเป็นคนจงตั้งตนอย่าทำชั่ว | ถ้าไม่กลัวรับรองสิ้นผ่องใส |
| ทำชั่วให้มากเถิดเลิศกว่าใคร | ก็จะไปสู่แดนนรกหมกไหม้เอย |
| อาศรมวัฒนธรรมวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ รศ.ดร.สืบพงศ์ ธรรมชาติ แต่งร้อยกรอง อังคาร ๑๕ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๐ |
|