Location

0 7567 3000

ข่าวเด่น

สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มวล. ขับเคลื่อนโครงการชุมชนน่าอยู่ ใน 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน สสส.ร่วมหนุน

อัพเดท : 04/03/2564

2697

สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “พัฒนาศักยภาพสภาผู้นำชุมชน เพื่อพัฒนาชุมชนน่าอยู่อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน”ภายใต้โครงการชุมชนน่าอยู่ภาคใต้ตอนบน ให้แก่ผู้นำชุมชนและผู้สนับสนุนวิชาการ ในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน โดยมีสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพหรือสสส.เป็นผู้สนับสนุน

โอกาสนี้ ในพิธีมอบเกียรติบัตร เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.จรัญ บุญกาญจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์  พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.อุไร จเรประพาฬ คณบดีสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ ร่วมกันมอบเกียรติบัตรให้แก่ผู้นำชุมชนและผู้สนับสนุนวิชาการ จำนวน 200 คน และ ผู้ช่วยศาสตรจารย์ กำไล สมรักษ์ ผู้จัดการโครงการชุมชนน่าอยู่ภาคใต้ตอนบน ได้รายงานสรุปผลการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2559-2564 เรื่อง“ชุมชนน่าอยู่ กระบวนการสู่ชุมชนเข้มแข็ง” ณ อาคารปฏิบัติการทางสถาปัตยกรรมและการออกแบบ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

รองศาสตราจารย์ ดร.จรัญ บุญกาญจน์ กล่าวในพิธีมอบเกียรติบัตรว่า ขอชื่นชมผู้นำชุมชน และนักวิชาการ ที่ได้ร่วมปฏิบัติการในชุมชน ใช้แนวคิดชุมชนน่าอยู่ น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์เป็นแนวทางการดำเนินงาน ร่วมกันพัฒนาคนให้รู้จักตัวเอง รู้ปัญหาของตนเองและปัญหาของชุมชน มีทักษะการนำใช้ทุนและทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ค้นพบศักยภาพ ภูมิปัญญา พัฒนาตนเองจากทุนเดิม เพิ่มการเรียนรู้เกิดผลการพัฒนาที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ เกิดชุมชนพึ่งตนเองตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงได้โครงการนี้จึงเป็นอีกโครงการหนึ่งที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้มีส่วนร่วมกับชุมชน และนักวิชาการในภาคใต้ รวมพลังขับเคลื่อนชุมชนน่าอยู่ นำไปสู่การจัดการตนเองของชุมชน มีต้นแบบของชุมชนน่าอยู่ในภาคใต้ตอนบน ถึง 57 พื้นที่ มีองค์ความรู้และแนวทางการพัฒนาชุมชนน่าอยู่ ในระยะถัดไปได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

ผู้ช่วยศาสตรจารย์ กำไล สมรักษ์  กล่าวว่า ชุมชนน่าอยู่ เป็นหมู่บ้านหรือชุมชนที่มุ่งขับเคลื่อนประเด็นสร้างเสริมสุขภาพและปัจจัยทางสังคมที่ส่งผลต่อสุขภาพ โดยใช้กลไก 3 กลไก ได้แก่ 1) สภาผู้นำชุมชน 2) กลไกพี่เลี้ยงหรือทีมสนับสนุนวิชาการ และ 3) กลไกหน่วยจัดการพื้นที่ ทั้ง 3 กลไก ร่วมขับเคลื่อนงานโดยมีผู้รับผิดชอบโครงการเป็นผู้ใหญ่บ้านหรือประธานชุมชน โครงการชุมชนน่าอยู่ภาคใต้ตอนบน จึงขับเคลื่อนงานโดยใช้แนวคิดชุมชนน่าอยู่ ซึ่งเป็นกระบวนการนำไปสู่ชุมชนเข้มแข็ง ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากสำนักสร้างสรรค์โอกาส สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส) เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2559 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2564 มีผู้เข้าร่วมโครงการอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย ครัวเรือนทั้งหมด 15,483 ครัวเรือน สภาผู้นำชุมชน 1,507 คน กลุ่มเป้าหมายตามสัญญาโครงการ 7,200 ครัวเรือน กลุ่มเป้าหมายหลังดำเนินโครงการ 8,380 ครัวเรือน เพิ่มขึ้น 1,180 ครัวเรือน ร้อยละ 16.38 มีภาคีเครือข่ายเข้าร่วมดำเนินงาน 365 ภาคี มีจำนวนระหว่าง 5-13 ภาคีต่อพื้นที่ ได้แก่ โรงพยาบาล ชุมชน รพ.สต.เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล พัฒนาชุมชน เกษตรตำบล ประมงอำเภอ โรงเรียน กลุ่มอาชีพ กศน. มหาวิทยาลัย สถาบันการเงิน สำนักงานบริหารทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 และ SCG เป็นต้น

ทั้งนี้ ผลการขับเคลื่อนงานทำให้เกิดรูปแบบชุมชนน่าอยู่บริบทภาคใต้ตอนบน KAMLAI model เกิดพื้นที่เรียนรู้“ชุมชนน่าอยู่ต้นแบบภาคใต้ตอนบน” และเกิดผลลัพธ์ความสำเร็จ 16 ประเด็นที่สำคัญ อาทิ เกิดสภาผู้นำชุมชนเข้มแข็ง เศรษฐกิจครัวเรือนกลุ่มเป้าหมายมีรายได้ของครัวเรือนเพิ่มขึ้น มีกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้นประชาชนเลือกบริโภคอาหารได้ถูกต้องเหมาะสม  ผู้สูงอายุมีการเรียนรู้ในการดูแลสุขภาพตนเองมากขึ้น เกิดแกนนำเยาวชนจิตอาสาพัฒนาชุมชน การลดใช้สารเคมีในการทำการเกษตร อุบัติเหตุลดลง มีการ ลด ละ เลิก การดื่มแอลกอฮอล์ และบุหรี่ฯลฯ

“การขับเคลื่อนงานชุมชนน่าอยู่ เกิดชุมชนเข้มแข็ง นำใช้ทุนและศักยภาพในทุกด้านเพื่อจัดการปัญหาอย่างมีส่วนร่วมของชุมชน มีสภาผู้นำชุมชน มีแผนชุมชนพึ่งตนเอง มีการบริหารจัดการตนเองที่ดี ร่วมเรียนรู้เรื่องใหม่สร้างการมีส่วนร่วมด้วยการวิเคราะห์ความเข้มแข็งของชุมชน 9 มิติ บันไดผลลัพธ์ความเข้มแข็งของสภาผู้นำชุมชนขับเคลื่อนงานจนเกิดเป็นนวัตกรรมระดับท้องถิ่นหลายชิ้นงาน และเป็นแบบอย่างให้ชุมชนใกล้เคียงได้เรียนรู้นำไปสู่การพัฒนานโยบายระดับตำบล และระดับอำเภอ เพิ่มภาคีเครือข่ายในภาคใต้ตอนบน และระดับประเทศนำผลการพัฒนาให้ผู้สนใจได้เรียนรู้ พัฒนาชุมชนได้อย่างยั่งยืน”ผู้ช่วยศาสตรจารย์ กำไล สมรักษ์ กล่าว

ประมวลภาพ

ข่าวโดยนายธีรพงศ์ หนูปลอด ส่วนสื่อสารองค์กร

ภาพโดยสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์

Mourning Ribbon