Location

0 7567 3000

ข่าวเด่น

ม.วลัยลักษณ์ มอบทุนการศึกษาแก่ น.ศ.โท-เอก ชาวอินโดนีเซีย ฉลองครบรอบ 33 ปี พร้อม MOU ร่วมสถานทูตฯ และ PERMITHA ตอกย้ำความร่วมมือทางการศึกษาและวัฒนธรรม

อัพเดท : 17/02/2568

391

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มอบทุนการศึกษาแก่นักศึกษาชาวอินโดนีเซีย รวมทั้งสิ้น 66 ทุน แบ่งเป็นทุนระดับปริญญาเอก 33 ทุน และปริญญาโท 33 ทุน โดยความร่วมมือกับ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ประจำประเทศไทย ณ กรุงเทพฯ และ สมาคมนักเรียนอินโดนีเซียในประเทศไทย (PERMITHA) โครงการนี้มีขึ้นเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และเสริมสร้างความร่วมมือด้านการศึกษาและวัฒนธรรมระหว่าง 2ประเทศ เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 33 ปี แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ 

ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) ระหว่างมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์และสถานทูตฯ อินโดนีเซีย โดยมี ศาสตราจารย์ ดร. สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และ นายรัคมัต บูดีมัน (H.E. Mr. Rachmat Budiman) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ประจำประเทศไทย เป็นผู้ลงนาม ณ ห้องประชุมช่อประดู่ โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา 

ศาสตราจารย์ ดร. สมบัติ กล่าวว่า ประเทศอินโดนีเซียมีความสำคัญในฐานะ พันธมิตรนานาชาติที่ใหญ่ที่สุด ของ ม.วลัยลักษณ์ คิดเป็น 17 เปอร์เซ็นต์ของข้อตกลงระดับโลกทั้งหมดของมหาวิทยาลัย ท่านยังกล่าวถึงการเยือน ม.วลัยลักษณ์ ของเอกอัครราชทูตฯ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมและความผูกพันในระดับประชาชนที่มีความหมายต่อทั้งสองประเทศ “ในโอกาสที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มรการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางวิชาการกับประเทศอินโดนีเซียมาอย่างต่อเนื่อง และในโอกาสการฉลองครบรอบ 33 ปี แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะขยายโอกาสทุนการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาไปยังนักศึกษาอินโดนีเซียผ่านสถานเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย และ PERMITHA” 

“เราเชื่อว่าสิ่งนี้ไม่เพียงแต่เสริมสร้างความเป็นพันธมิตรระหว่าง ม.วลัยลักษณ์ และสถาบันในอินโดนีเซียเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาและวัฒนธรรมในวงกว้างระหว่างสองประเทศด้วย”ศาสตราจารย์ ดร. สมบัติ กล่าว 

นายรัคมัต บูดีมัน ได้กล่าวแสดงความรู้สึกเป็นเกียรติและยินดีที่ได้กลับมาเยือน ม.วลัยลักษณ์ ซึ่งเป็นสถาบันที่ขึ้นชื่อเรื่องความมุ่งมั่นสู่ “ความเป็นเลิศทางวิชาการ” โดยเน้นย้ำว่า ความร่วมมือระหว่างอินโดนีเซียและไทยไม่ควรจำกัดอยู่เพียงกรุงจาการ์ตาและกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ควรขยายไปยังท้องถิ่น มหาวิทยาลัย สมาคมธุรกิจ และการแลกเปลี่ยนระดับประชาชนด้วย 

“การลงนาม MoU ระหว่างสถานทูตฯ และ ม.วลัยลักษณ์ จะอำนวยความสะดวกให้นักศึกษาอินโดนีเซียเดินทางมาศึกษาที่ ม.วลัยลักษณ์ และผมหวังว่าจำนวนชาวอินโดนีเซียที่มายังประเทศไทยจะไม่เพียงแต่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เท่านั้น แต่คุณภาพของนักเรียนของเราที่มายังประเทศไทยก็จะดีขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน” นายรัชมาต กล่าว 

นายรัคมัต ยังเน้นย้ำอีกว่า แม้บทบาทของเอกอัครราชทูตจะมีส่วนเล็กน้อยในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทวิภาคีนี้ แต่ตัวนักศึกษาเองก็มี ความรับผิดชอบที่สำคัญยิ่ง ในการแสดงให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมของนักศึกษาอินโดนีเซีย "นักศึกษามีบทบาทสำคัญในการตั้งใจเรียนรู้ เพื่อให้แสดงให้เห็นว่าพวกเขามีความสามารถ มีศัยภาพและคุณภาพ และมีความรับผิดชอบในการบรรลุตามเป้าหมาย 

บันทึกข้อตกลง MoU ที่ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนด้านวิชาการ วัฒนธรรม และวิชาชีพระหว่างสองประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับการศึกษานานาชาติ พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ส่งเสริมความเป็นเลิศด้านการวิจัย และอำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและคณาจารย์ 
สำหรับผู้ที่สนใจทุนการศึกษา สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ 

ภายในงานยังมีการเสวนาทางวิชาการระหว่างตัวแทน ม.วลัยลักษณ์ และ Dr. Cyti Daniela Aruan ที่ปรึกษาฝ่ายการศึกษาและวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย ณ กรุงเทพฯ นอกจากนี้ Mr. Andika Wahyu Afrianto นายกสมาคม PERMITHA ได้นำเสนอวิสัยทัศน์และพันธกิจของสมาคมฯ ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนานักศึกษาให้มีทักษะที่จำเป็นต่อการประสบความสำเร็จในบริบทโลก ปัจจุบัน มีนักศึกษาอินโดนีเซียประมาณ 900 - 1,000 คน กำลังศึกษาอยู่ในประเทศไทย โดยมีเครือข่าย PERMITHA 10 สาขา ใน 13 มหาวิทยาลัย และอีก 1 หน่วยงานอิสระ และคาดหวังว่าสาขาที่ 11 จะได้รับการจัดตั้งขึ้นที่ ม.วลัยลักษณ์ ในอนาคต

 

 

 

 


ข่าวและภาพโดย เศรษฐบุตร อ่อนภักดี 
ข่าวภาษาไทยโดย ชลธิชา ลิมปิติ ส่วนสื่อสารองค์กร

Mourning Ribbon