ด้วยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีความประสงค์รับสมัครบุคคลเพื่อสอบคัดเลือกบรรจุเป็นพนักงานโดยจัดทำสัญญาจ้างทำงานตำแหน่งนิติกร สังกัดงานคดีความ ส่วนนิติการ จำนวน 1 อัตรา โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. คุณสมบัติทั่วไป
ผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 11 แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ. 2568
2. คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
(1) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือปริญญาโททางนิติศาสตร์ สาขากฎหมายมหาชน/กฎหมายธุรกิจ/กฎหมายดิจิทัล/กฎหมายปกครอง
(2) ผู้สมัครวุฒิปริญญาตรีต้องมีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมในระดับปริญญาตรีไม่ต่ำกว่า 2.75
สำหรับผู้สมัครวุฒิปริญญาโทต้องมีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมในระดับปริญญาโทไม่ต่ำกว่า 3.25 และต้องมีผลสอบภาษาอังกฤษ TOEIC อายุไม่เกิน 2 ปี (นับจนถึงวันสมัคร) ไม่ต่ำกว่า 500 คะแนน หรือผลสอบอื่นที่เทียบเท่า
(3) มีใบประกอบวิชาชีพอนุญาตให้เป็นทนายความ
(4) มีประสบการณ์การทำงานด้านกฎหมายไม่น้อยกว่า 1 ปี เช่น การจัดทำนิติกรรมสัญญา การสอบสวน การดำเนินคดีแพ่ง คดีอาญา คดีปกครอง หรือคดีอื่น ๆ
(5) มีมนุษยสัมพันธ์และทัศนคติเชิงบวกในการเรียนรู้สิ่งใหม่
(6) มีความกระตือรือร้น มุ่งมั่น และมีความพร้อมในการปฏิบัติงานสูง
3. คุณสมบัติอื่น ๆ
(1) มีความรู้ความสามารถตรงสายงานที่สมัครเป็นอย่างดี และมีความเข้าใจในปรัชญา ปณิธาน และภารกิจของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์อย่างแท้จริง
(2) เป็นผู้ที่สามารถปฏิบัติงานประจำเต็มเวลา และนอกเวลาทำการตามที่ได้รับมอบหมายได้
(3) เป็นผู้ใฝ่รู้และมีความตั้งใจจริงในการทำงาน รวมทั้งต้องสามารถอุทิศตนให้กับการปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมาย
(4) เป็นผู้มีความเข้าใจและยอมรับเกณฑ์การประเมินประสิทธิภาพการทำงานและเงื่อนไขต่าง ๆ ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด
4. ภาระงาน
(1) งานคดีความ ดำเนินคดีว่าต่างและแก้ต่างคดี เช่น คดีปกครอง คดีแพ่ง คดีอาญา คดีอาญาทุจริต คดีล้มละบาย คดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ กรณีที่มีข้อพิพาททางแพ่ง ข้อพิพาททางปกครองและพิพาทดคีดีอาญา และคดีอาญา
(1.1) งานดำเนินคดีแพ่ง
- ตรวจสอบและรวบรวมเอกสารหลักฐานกรณีมหาวิทยาลัยหรือพนักงานและลูกจ้างปฏิบัติหน้าที่แล้วถูกฟ้องคณดีเป็นจำเลย และพิจารณาเสนอเรื่องพร้อมหลักฐานเพื่อดำเนินการต่อไป
- ตรวจสอบและรวบรวมเอกสารหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับลูกหนี้ที่เพิกเฉยหรือปฏิเสธการชำระหนี้ และพิจารณาเสนอเรื่องพร้อมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีต่อไป
- ผู้แทนคดีและประสานงานในการดำเนินคดีจนถึงที่สุด
- ผู้แทนมหาวิยาลัยในการเจรจาตกลงปรระนีประนอมยอมความทั้งก่อนดำเนินคดีและในระหว่าง่ดำเนินคดี
- แจ้งรายงานผลการดำเนินการให้มหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ
(1.2) งานดำเนินคดีอาญา
- ตรวจสอบและรวบรวมเอกสารหลักฐานเพื่อดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในความผิดอาญา
- ติดตามและประสานงานเกี่ยวกับดำเนินคดีอาญากับเจ้าหน้าที่พนักงานหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- แจ้งรายงานผลการดำเนินการให้มหาวิทยาลัยและหน่วยงานที่กี่ยวข้องทราบ
(2) งานบังคับคดี
- บังคับลูกหนี้ตามคำพิพากษา
- ติดตามสืบหาหลักทรัพย์ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา
- รายงานผลการดำเนินการให้มหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ
(3) งานสอบหาข้อเท็จจริงทั่วไป/สอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่/สอบสวนวินัย (การกระทำละเมิดต่อทรัพย์สินมหาวิทยาลัย การกระทำผิดวินัยของบุคลากร)
- จัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ
- ทำหน้าที่กรรมการและหรือเลขานุการ
- ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับวิธีการสอบสวนข้อกฎหมายที่ใช้ในการสอบสวนแก่พนักงานและบุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- ให้คำปรึกษา วิเคราะห์ วินิจฉัยและทำความเห็นเกี่ยวกับการสอบสวนเสนอมหาวิทยาลัย
(4) งานข้อกฎหมายของมหาวิทยาลัย (ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด ประกาศ คำสั่ง)
- ตรวจร่างและยกร่าง
- รวบรวม วิเคราะห์ ให้คำปรึกษา วินิจฉัย วิเคราะห์และทำความเห็นเกี่ยวกับข้อกฎหมาย
(5) งานวินัยนักศึกษา
ร่วมเป็นคณะกรรมการสอบสวนวินัยนักศึกษา พิจารณาการกระทำผิดวินัยของนักศึกษาเข้าข่ายระเบียบข้อบังคับใดของมหาวิทยาลัย
(6) งานติดตามทวงถามลูกหนี้
- ติดตามทวงถามลูกหนี้ผิดสัญญาลาศึกษาต่อให้ชดใช้เงินคืนแก่มหาวิทยาลัย
- ติดตามทวงถามลูกหนี้ทุกประเภทของมหาวิทยาลัย
- พิจารณาเงื่อนไขการชำระหนี้ การผ่อนผันการชำระหนี้ และดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบของมหาวิทยาลัย
- ดำเนินการทำบันทึกข้อตกลง สัญญาประนีประนอมยอมความ สัญญารับสภาพหนี้ สัญญาผ่อนชำระหนี้ตามระเบียบมหาวิทยาลัย
- รายงานผลการดำเนินการให้มหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ
(7) งานนิติกรรมสัญญา
- ตรวจสอบเอกสารประกอบการทำสัญญา ยกร่างและจัดทำสัญญา
- ควบคุมการทำนิติกรรมสัญญาให้เป็นไปตามกฎหมาย
- ให้คำแนะนำแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดทำสัญญากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- วิเคราะห์ วินิจฉัยข้อกฎหมายเกี่ยวกับนิติกรรมสัญญาให้มหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
(8) งานพัฒนากฎหมายมหาวิทยาลัย
(9) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย (หมายเหตุ : หัวหน้าหน่วยงานสามารถปรับเปลี่ยนภาระงาน/หมุนเวียน (rotation) ภายในได้ตามความเหมาะสม
5. อัตราเงินเดือน
- วุฒิปริญญาตรี อัตราเดือนละ 17,400 บาท
- วุฒิปริญญาโท อัตราเดือนละ 23,000 บาท
สำหรับเนติบัณฑิต ให้ได้รับอัตราเงินเดือนเทียบเท่าวุฒิปริญญาโท
ทั้งนี้มหาวิทยาลัยอาจพิจารณาเพิ่มค่าประสบการณ์การทำงานที่ตรงกับตำแหน่งงานที่บรรจุโดยผู้สมัครจะต้องยื่นหนังสือรับรองการทำงานประกอบการสมัครงานด้วย
6. เงื่อนไขการจ้าง จัดทำสัญญาจ้างทำงานโดยมีกำหนดระยะเวลาการจ้างดังนี้
(1) จัดทำสัญญาจ้างสัญญาแรก 3 ปี และมีเงื่อนไขดังนี้
(1.1) ต้องผ่านการประเมินผลการทดลองปฏิบัติงานเป็นเวลา 6 เดือน หรือหากมีความจำเป็นต้องทดลองปฏิบัติงานต่อ ให้ทดลองปฏิบัติงานต่อไม่เกิน 6 เดือน รวมแล้วไม่เกิน 1 ปี โดยมีเงื่อนไขในการประเมินผลการทดลองปฏิบัติงานกำหนดให้ต้องผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมปฐมนิเทศบุคลากรใหม่ และเข้าร่วมโครงการพัฒนาและฝึกอบรมตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด
(1.2) ก่อนครบสัญญาจ้างสัญญาแรก ให้มีการการประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อพิจารณาการจ้างตามหลักเกณฑ์การประเมินที่มหาวิทยาลัยกำหนด โดยต้องผ่านเกณฑ์การพิจารณาดังนี้
(1.2.1) มีผลการประเมินการปฏิบัติงานประจำปีเฉลี่ย 3 ปี ไม่ต่ำกว่า 80.00 คะแนน
(1.2.2) มีการจัดทำคู่มือปฏิบัติงาน จำนวน 1 เล่ม และต้องผ่านเกณฑ์การประเมินคุณภาพไม่ต่ำกว่าระดับดี และได้นำผลงานดังกล่าวไปใช้แล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน
(2) จัดทำสัญญาจ้างที่ 2 หากผ่านการประเมินผลการปฏิบัติงานตามสัญญาแรกแล้วให้จัดทำสัญญาจ้างที่ 2 มีระยะเวลาการจ้างจนถึงเกษียณอายุ โดยเรียกพนักงานนี้ว่า “พนักงานสัญญาประจำ” โดยให้มีผลย้อนหลังนับตั้งแต่วันที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งเข้าเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย และให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานทุก ๆ 3 ปี ตามหลักเกณฑ์การประเมินที่มหาวิทยาลัยกำหนด กรณีไม่ผ่านการประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อพิจารณาการจ้าง ให้พ้นสภาพการเป็นพนักงานของมหาวิทยาลัย
7. สวัสดิการและประโยชน์เกื้อกูล
ได้รับสวัสดิการและประโยชน์เกื้อกูลตามระเบียบมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เฉพาะตัวพนักงานไม่รวมคู่สมรสและบุตร
8. เอกสารและหลักฐานการสมัคร
(1) ใบสมัครพนักงานสายปฏิบัติการวิชาชีพและบริหารทั่วไปตามแบบของมหาวิทยาลัย โดยขอรับได้ที่ส่วนทรัพยากรมนุษย์และองค์กร ชั้น 2 อาคารศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช โทรศัพท์ 075-673704 หรือสามารถ Download ใบสมัครได้ที่ https://hro.wu.ac.th/forms
(2) รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวกและไม่ใส่แว่นตาสีดำ ขนาด 1 นิ้ว ถ่ายมาแล้วไม่เกิน 1 ปี จำนวน 2 รูป
(3) สำเนาใบปริญญาบัตรและใบแสดงผลการเรียน (Transcript of Records) ระดับปริญญาตรี อย่างละ 1 ฉบับ
(4) สำเนาผลสอบภาษาอังกฤษ จำนวน 1 ฉบับ
(5) สำเนาใบประกอบวิชาชีพอนุญาตให้เป็นทนายความ
(6) หนังสือรับรองการทำงานหรือใบผ่านงาน จำนวน 1 ฉบับ
(7) สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 1 ฉบับ
(8) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวข้าราชการหรือหนังสือสำคัญประจำตัว จำนวน 1 ฉบับ
(9) สำเนาหลักฐานอื่น ๆ เช่น ทะเบียนสมรส ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล จำนวน 1 ฉบับ
(10) ผู้สมัครที่ผ่านการเกณฑ์ทหารแล้วจะต้องมีหลักฐานผ่านการเกณฑ์ทหาร จำนวน 1 ฉบับ
ให้สำเนาเอกสารทุกฉบับถ่ายลงในกระดาษ A4 เท่านั้น และผู้สมัครต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้องในสำเนาเอกสารทุกฉบับด้วย
ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหลักสูตรต่อเนื่อง (2 ปี) ให้ยื่นหลักฐานการศึกษาระดับอนุปริญญา/ปวส./เทียบเท่าด้วย
มหาวิทยาลัยจะรับสมัครเฉพาะผู้สมัครที่ยื่นใบสมัครที่กรอกข้อมูลครบถ้วนพร้อมเอกสารและหลักฐานการสมัครตามข้อ 8 เท่านั้น
มหาวิทยาลัยขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกและตรวจสอบเอกสารและหลักฐานการสมัครอื่น ๆ ในภายหลังได้ และหากปรากฏภายหลังว่าผู้สมัครรายใดมีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่กำหนดไว้ในประกาศรับสมัครแล้วให้ถือว่าผู้สมัครรายนั้นขาดคุณสมบัติ ในการสมัครและไม่มีสิทธิ์เข้ารับการสอบคัดเลือกหรือบรรจุเป็นพนักงาน
9. การสมัคร
ผู้สนใจสมัครให้ยื่นใบสมัครและหลักฐานต่าง ๆ ได้ที่ส่วนทรัพยากรมนุษย์และองค์กร ชั้น 2 อาคารศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช โทรศัพท์ 075-673704 ตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 – 4 ธันวาคม 2568 ระหว่างเวลา 08.30–16.30 น. (เว้นวันหยุดราชการ) และชำระค่าธรรมเนียมการสมัครและการสอบ ในอัตราฉบับละ 200 บาท
10. การคัดเลือก
มหาวิทยาลัยกำหนดขั้นตอนและวิธีการคัดเลือกดังนี้
10.1 ขั้นตอนที่ 1 มหาวิทยาลัยจะพิจารณาคุณสมบัติของผู้สมัคร ได้แก่ คุณวุฒิและสาขาการศึกษา และหรือ
ประสบการณ์ของผู้สมัครว่ามีคุณสมบัติตรงตามประกาศหรือไม่
10.2 ขั้นตอนที่ 2 มหาวิทยาลัยจะเรียกบุคคลที่ผ่านการประเมินตามขั้นตอนที่ 1 มาทำการทดสอบความรู้ความสามารถและความเหมาะสม ในการเข้าสู่ตำแหน่ง ดังนี้
ก. สอบความรู้ความสามารถทั่วไปและเฉพาะตำแหน่ง
(1) วิชาคอมพิวเตอร์ : สอบปฏิบัติคอมพิวเตอร์โปรแกรม MS Office
(2) วิชาภาษาไทย : สอบข้อเขียนสรุปประเด็น สรุปความ
เกณฑ์การตัดสินผู้สอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไปจะต้องได้คะแนนในแต่ละวิชาไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 และได้คะแนนรวมทุกวิชาทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 จึงจะมีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์
ข. สอบประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง โดยวิธีการสอบสัมภาษณ์ (ทั้งนี้อาจกำหนด
ให้มีการทดสอบหรือวิธีการอื่นใดเพิ่มเติมตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดได้)
11. การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ กำหนดการสอบ และการประกาศผลการคัดเลือก
(1) มหาวิทยาลัยขอสงวนสิทธิ์ที่จะประกาศรายชื่อผู้สมัครที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อกำหนดของมหาวิทยาลัยเป็นคราว ๆ ไป ตามจำนวนและระยะเวลาที่มหาวิทยาลัยพิจารณาเห็นสมควร โดยจะทำการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบกำหนดการสอบ และผลการคัดเลือก ผ่านทางเว็บไซต์และประกาศของมหาวิทยาลัย
(2) มหาวิทยาลัยขอสงวนสิทธิ์ที่จะพิจารณาประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบหรือเชิญผู้สมัครมาสอบคัดเลือกหรือไม่ก็ได้ตามความเหมาะสม
(3) การพิจารณาคัดเลือก/ตัดสินของมหาวิทยาลัยถือเป็นที่สิ้นสุด
12. เงื่อนไขอื่น ๆ
(1) ผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับการเรียกตัวเข้าปฏิบัติงานแต่ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ทันทีในเวลา ที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ในคราวนั้น
(2) ผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกและขึ้นบัญชี "สำรอง" ไว้ มหาวิทยาลัยจะเรียกตัวต่อเมื่อได้เรียกตัวผู้ผ่านการคัดเลือก "ตัวจริง" แล้วตามลำดับ และหรือมหาวิทยาลัยอาจจะพิจารณาตามความจำเป็นและเหมาะสม
(3) มหาวิทยาลัยขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครได้ตามความเหมาะสม
(4) การปลอมแปลงหลักฐานและเอกสารการสมัครอาจมีความผิดตามกฎหมาย มหาวิทยาลัยขอสงวนสิทธิ์ ที่จะไม่พิจารณาให้เข้ารับการสอบคัดเลือกหรือบรรจุเป็นพนักงาน
(5) ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งหรือได้รับการคัดเลือกเพื่อบรรจุแต่งตั้งเป็นพนักงานและลูกจ้างของมหาวิทยาลัยจะต้องตรวจสุขภาพร่างกายและตรวจทางจิตวิทยา และจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากสถาบันการแพทย์ของรัฐหรือที่รัฐรับรองโดยเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองและส่งใบรับรองแพทย์ตามกำหนดระยะเวลาดังนี้
1) การตรวจสุขภาพสำหรับโรคที่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 6 แห่งประกาศมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เรื่อง โรคที่มีลักษณะต้องห้ามเป็นพนักงานและลูกจ้างของมหาวิทยาลัย การตรวจสุขภาพร่างกายและการตรวจทางจิตวิทยา พ.ศ.2562 ยกเว้นข้อ 6 (6) ให้ส่งใบรับรองแพทย์ให้มหาวิทยาลัยภายในกำหนดระยะเวลาตามหนังสือที่มหาวิทยาลัยแจ้งให้มารายงานตัวเพื่อปฏิบัติงาน
2) การตรวจประเมินโรคทางจิตเวช ให้ส่งใบรับรองแพทย์ภายใน 4 เดือน นับตั้งแต่วันที่ได้รับการ แต่งตั้งหรือได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของมหาวิทยาลัย