
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ประกาศเจตนารมณ์ “มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน” ภายในปี 2030 พร้อมชูโมเดลมหาวิทยาลัยสีเขียวต้นแบบ สอดรับนโยบาย Net Zero ระดับประเทศและการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ
วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดพิธีประกาศเจตนารมณ์ “มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน” (Carbon Neutrality) ตั้งเป้าบรรลุผลสำเร็จภายในปี พ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030) เดินหน้าแผนปฏิบัติการจริงเพื่อลดก๊าซเรือนกระจก พร้อมเปิดป้าย “แหล่งกักเก็บคาร์บอน” (Carbon Sink) ตอกย้ำบทบาทสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำที่ใส่ใจความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม โดยมีผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากรมหาวิทยาลัย ตลอดจนนักเรียน นักศึกษา สื่อมวลชน กว่า 150 คน เข้าร่วม ณ ห้องประชุมบุษราคัม อาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาฯ อุทยานพฤกษศาสตร์

ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กล่าวว่า วันนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นครั้งสำคัญที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์แสดงความมุ่งมั่นอย่างเป็นทางการ ในการร่วมแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งเป็นวิกฤตการณ์ระดับโลก โดยมหาวิทยาลัยได้ตั้งเป้าหมายที่ท้าทายในการนำองค์กรก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนให้ได้ภายในปี พ.ศ. 2573
กิจกรรมในวันนี้ยังเป็นการเดินหน้าตามแผนปฏิบัติการอย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศตามแผน Thailand’s National Net Zero Roadmap 2050 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ข้อที่ 13 ของสหประชาชาติ และนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของกระทรวง อว. ซึ่งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์พร้อมแล้วที่จะขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำ และเป็นแบบอย่างของมหาวิทยาลัยสีเขียวชั้นนำของประเทศ
“ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้ดำเนินงานด้านการอนุรักษ์พลังงาน สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน การใช้พลังงานหมุนเวียน การจัดการขยะอย่างเป็นระบบ การดูแลพื้นที่สีเขียวกว่า 1,500 ไร่ ตลอดจนการวิจัยและนวัตกรรมที่ช่วยสนับสนุนการจัดการก๊าซเรือนกระจก เพื่อลดภาวะโลกร้อนมาอย่างต่อเนื่อง” ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ กล่าว
ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.วาริท เจาะจิตต์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและการพัฒนาอย่างยั่งยืน กล่าวถึงวัตถุประสงค์หลักของการจัดงานว่า พิธีในวันนี้มุ่งเน้นการสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจร่วมกันระหว่างผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา ถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในการรับผิดชอบต่อสังคม อีกทั้งยังเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และผลักดันการพัฒนาสังคมคาร์บอนต่ำให้เกิดขึ้นจริง
“การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศถือเป็นเรื่องที่ทั่วโลกให้ความสนใจ โดยเฉพาะเรื่องความเป็นกลางทางคาร์บอน มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เล็งเห็นความสำคัญและมีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยใช้องค์ความรู้ทางด้านการวิจัยและการบริการวิชาการเข้าไปขับเคลื่อน สร้างความตระหนักรู้ให้แก่ประชาคมวลัยลักษณ์รวมถึงชุมชนภายนอกได้เห็นถึงความสำคัญของเรื่องนี้” รองศาสตราจารย์ ดร.วาริท กล่าว
ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์และวิชาการมากมาย อาทิ พิธีเปิดป้าย “แหล่งกักเก็บคาร์บอน (Carbon Sink) ของมหาวิทยาลัย” การรดน้ำต้นไม้เพื่อสื่อถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การเสวนาทางวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิ และนิทรรศการด้านความยั่งยืน ณ พิพิธภัณฑ์และหอชมฟ้า เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ในฐานะสถาบันที่ตระหนักและลงมือปฏิบัติจริงด้านการจัดการคาร์บอน ตามนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของกระทรวง อว.




