
ความผูกพันระหว่างมนุษย์กับสัตว์เลี้ยงมักถูกมองในแง่มุมของความน่ารักและความอบอุ่น แต่จากผลการศึกษาวิจัยล่าสุด โดยทีมวิจัยพฤติกรรมสัตว์และความสัมพันธ์กับมนุษย์ วิทยาลัยสัตวแพทยศาสตร์อัครราชกุมารี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นำโดย รศ.ดร.น.สพ.เติมพงศ์ วงศ์ตะวัน กลับพบความจริงอีกด้านที่น่าตระหนกว่า เจ้าของสัตว์เลี้ยงกว่าร้อยละ 40 เคยมีประสบการณ์ถูกสุนัขและแมวของตนเองกัดหรือข่วน ซึ่งตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาความก้าวร้าวในสัตว์เลี้ยงไม่ใช่เรื่องไกลตัว และ มีสาเหตุลึกซึ้งที่เชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพจิตของสัตว์โดยตรง
เมื่อวิเคราะห์ถึงต้นตอของพฤติกรรมก้าวร้าว ทีมวิจัยพบความแตกต่างทางจิตวิทยาระหว่างสุนัขและแมวอย่างชัดเจน โดยในสุนัขนั้น สาเหตุอันดับหนึ่งเกิดจากความหวาดกลัวและความระแวง ทำให้ต้องกัดเพื่อป้องกันตัวเอง รองลงมาคือ การหวงแหนของเล่น ของใช้หรืออาหาร และสุดท้ายคือกัดเมื่อถูกบังคับทำกิจกรรมที่ไม่ชอบ เช่น อาบน้ำ ตัดขนหรือตัดเล็บ
ในขณะที่แมวนั้น สาเหตุหลักกลับมาจากภาวะไวต่อการสัมผัส หรือการไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับร่างกาย โดยมักจะกัดเมื่อถูกจับ อาบน้ำ ตัดขน แปลงขน หรือตัดเล็บ รวมถึงการเล่นที่รุนแรงเกินไปแบบผู้ล่า ส่วนความหวาดกลัวในแมวนั้นเป็นสาเหตุที่พบได้รองลงมา
ทีมวิจัยดังกล่าวระบุว่า หากสัตว์เลี้ยงแสดงอาการก้าวร้าวยังไม่มาก เพียงแค่ขู่แต่ยังไม่ถึงขั้นกัด การจัดการปัญหาสามารถทำได้ด้วยการปรับพฤติกรรมของเจ้าของควบคู่ไปกับสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นการให้รางวัลเมื่อทำตัวดี การไม่บังคับฝืนใจ และ การเว้นระยะห่างเพื่อให้สัตว์เลี้ยงมีพื้นที่ส่วนตัว รวมถึงการหากิจกรรมหรือของเล่นเพื่อผ่อนคลายความเครียด ซึ่งวิธีการเหล่านี้เพียงพอที่จะลดทอนความก้าวร้าวในระดับเบาบางได้
อย่างไรก็ตาม หากสัตว์เลี้ยงสะสมความเครียดหรือไม่พอใจมาเป็นเวลานาน จนพฤติกรรมก้าวร้าวพัฒนาไปสู่ระดับรุนแรง เช่น การกัดข่วนเจ้าของทุกวันโดยไม่มีเหตุผล การปรับพฤติกรรมเพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ในกรณีเช่นนี้ ทีมวิจัยระบุว่าจำเป็นต้องใช้ "ยาช่วยปรับพฤติกรรม" เข้ามาช่วย โดยส่วนใหญ่เป็นยาในกลุ่มรักษาโรคซึมเศร้าในคน
ซึ่งผลการทดลองในคลินิกจิตเวชสัตว์เลี้ยงของ มวล. พบว่า การใช้ยาสามารถลดความก้าวร้าวได้ผลถึง 100 เปอร์เซ็นต์ และสัตว์เลี้ยงกว่าร้อยละ 80 สามารถหยุดยาได้เมื่อรับการรักษาจนพฤติกรรมกลับมาเป็นปกติ
ทั้งนี้ การใช้ยาแผนปัจจุบันอาจมาพร้อมกับผลข้างเคียงที่เจ้าของต้องทำความเข้าใจ คือ มีอาการเบื่ออาหารเล็กน้อยถึงปานกลาง และ นอนมากเกินไป อาการเหล่านี้จะหายไปเมื่อทานยาเกิน หนึ่งสัปดาห์ โดยน้องหมาน้องแมวประมาณ 60% จะได้รับผลข้างเคียงดังกล่าว ซึ่งในแมวอาจจะมีจำนวนมากกว่าหมา
ทีมวิจัยจึงได้มีการทดลองใช้ยาตัวใหม่ซึ่งถือเป็นค้นพบครั้งสำคัญและถือเป็นงานวิจัยแรกของโลก คือ การนำ "น้ำมันกัญชงที่มีส่วนผสมของสาร CBD เป็นหลัก" มาใช้ลดความก้าวร้าวในแมว โดยผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า น้ำมัน CBD มีประสิทธิภาพในการลดความเครียดและความก้าวร้าวได้ดี เทียบเท่ากับยามาตรฐานที่ใช้กันอยู่เดิม แต่ข้อได้เปรียบที่เหนือกว่าคือ "ไม่ก่อให้เกิดอาการเบื่ออาหาร" ซ้ำยังช่วยกระตุ้นความอยากอาหารและบำรุงขนในแมวบางตัวให้สุขภาพดีขึ้น ทำให้เจ้าของสามารถดูแลน้องแมวได้อย่างสบายใจมากยิ่งขึ้น
งานวิจัยชิ้นนี้นับเป็นการเปิดมิติใหม่แห่งการรักษาสุขภาพจิตสัตว์เลี้ยง สำหรับภาคเอกชนที่มีความสนใจในการต่อยอดงานวิจัยหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ ร่วมกับทีมวิจัยพฤติกรรมสัตว์และความสัมพันธ์กับมนุษย์ สามารถติดต่อได้ที่วิทยาลัยสัตวแพทย์ฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (Email: tuempong.wo@mail.wu.ac.th หรือ โทร 075-476002)
สำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่กำลังประสบปัญหาสุนัขหรือแมวดุ สามารถติดต่อขอรับคำปรึกษาและรักษาได้ที่ คลินิกจิตเวชสัตว์เลี้ยง โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (Facebook: Good Pet and Human หรือ โทร 075-673-902) เพื่อให้ทั้งคนและสัตว์เลี้ยงกลับมาใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างมีความสุขและปลอดภัยอีกครั้ง