Location

0 7567 3000

ข่าวทั่วไป

ปักหมุด Green University! ม.วลัยลักษณ์ เปิดตัว "Floating Solar" พลังงานสะอาด เซฟค่าไฟฟ้าปีละ 20 ล้านบาท มุ่งสู่มหาวิทยาลัยแห่งความยั่งยืน

อัพเดท : 03/04/2569

78

ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับ "วิกฤตพลังงาน" และความผันผวนของค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับแรงกดดันที่บีบให้ทุกภาคส่วน ต้องเร่งหาทางออกในการลดก๊าซเรือนกระจก ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แสดงวิสัยทัศน์ที่แหลมคมด้วยการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ด้วยการเปิดตัวระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์แบบทุ่นลอยน้ำ (Floating Solar) หรือโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ ผสานเทคโนโลยีพลังงานสะอาดเข้ากับระบบจำหน่ายไฟฟ้าของมหาวิทยาลัยแบบเต็มระบบ ตั้งเป้าลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 6,000 ตันต่อปี

ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ผิวน้ำ ภายในอ่างเก็บน้ำชลานุสรณ์เนื้อที่กว่า 30 ไร่ ในการติดตั้งระบบ Floating Solar ซึ่งในเฟสแรกมีกำลังการผลิตสูงถึง 6 เมกะวัตต์ โดยนวัตกรรมนี้จะทำงานร่วมกับระบบ Solar Rooftop บนหลังคากลุ่มอาคารศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภายในมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานและลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากสายส่งหลัก

ผศ.ดร.นุกูล สุขสุวรรณ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกายภาพและโครงสร้างพื้นฐาน ม.วลัยลักษณ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันมหาวิทยาลัยมีค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยเดือนละ 10-12 ล้านบาท การนำระบบ Floating Solar เข้ามาใช้ในเฟสแรกนี้ เมื่อผสมผสานกับระบบ Solar Rooftop จะช่วยให้มหาวิทยาลัยสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าเฉลี่ยปีละ 20 ล้านบาท ที่สำคัญยังถูกวางเป้าหมายให้เป็นแหล่งเรียนรู้และวิจัย สำหรับนักศึกษาและนักวิจัยในการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานทดแทนคู่ขนานกันไปด้วย

ความโดดเด่นของโครงการนี้ คือ การใช้โมเดลการลงทุนโดยภาคเอกชน มีกรอบระยะเวลา 20 ปี ซึ่งช่วยให้มหาวิทยาลัย ลดภาระด้านงบประมาณในการติดตั้งและดูแลรักษา แต่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานต่อเนื่อง คิดเป็นมูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 400 ล้านบาท

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังมีแผนที่จะขยายกำลังการผลิตในเฟสที่สองเพิ่มอีก 4 เมกะวัตต์ ภายในช่วงกลางปี พ.ศ. 2569 เพื่อรองรับการเติบโตและการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

โครงการ Floating Solar ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ด้านเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่ความยั่งยืนตามแนวทางขององค์การสหประชาชาติ (SDGs) ซึ่ง รศ.ดร.วาริท เจาะจิตต์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ม.วลัยลักษณ์ ได้ให้ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมที่น่าสนใจว่า ปัจจุบันมหาวิทยาลัยมีการปลดปล่อยคาร์บอนอยู่ที่ประมาณ 7,200 ตันต่อปี หากระบบ Floating Solar ดำเนินการเต็มระบบ จะสามารถลดการปลดปล่อยคาร์บอนได้ถึง 6,000 ตันต่อปี ซึ่งการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในปริมาณมหาศาลนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยโลก แต่ยังสร้างโอกาสในอนาคตด้วยการเปลี่ยนคาร์บอนที่ลดได้ให้เป็น "สินทรัพย์" หรือคาร์บอนเครดิตที่มีมูลค่าในอนาคต และเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในระดับสากล

โครงการ Floating Solar ณ อ่างเก็บน้ำชลานุสรณ์ จึงเปรียบเสมือน “ห้องเรียนที่มีชีวิต” ที่ทำให้เห็นว่า การจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ สามารถเดินควบคู่ไปกับการลดการปล่อยคาร์บอนได้จริง และเป็นการพิสูจน์ว่ามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์พร้อมจะเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำที่เติบโตไปพร้อมกับความรับผิดชอบต่อโลกใบนี้

 

Mourning Ribbon