Location

0 7567 3000

ข่าวเด่น

ม.วลัยลักษณ์ ผสานความร่วมมือ 3 มรภ.ลงนาม MOU เดินหน้าจัดตั้ง “อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคใต้ตอนบน” ยกระดับนวัตกรรมสู่เศรษฐกิจภูมิภาคยั่งยืน

อัพเดท : 06/07/2569

208

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) ประสานความร่วมมือกับ 3 สถาบันเครือข่าย ลงนาม MOU ประกาศความพร้อมเดินหน้าจัดตั้ง "อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคใต้ตอนบน”มุ่งบูรณาการงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อเป็นกลไกยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ และสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เข้มแข็งในพื้นที่ภาคใต้

วันนี้ (6 กรกฎาคม 2569) ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นประธานลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการขับเคลื่อนการจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคใต้ตอนบน” ร่วมกับ 3 มหาวิทยาลัยเครือข่าย ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี และมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อร่วมพัฒนาข้อเสนอจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคใต้ตอนบน สร้างระบบนิเวศนวัตกรรมและสนับสนุนผู้ประกอบการในพื้นที่

โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.หิรัญ ประสารการ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ร่วมลงนาม พร้อมด้วยรองศาสตราจารย์ ดร.ศิวฤทธิ์ พงศกรรังศิลป์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ดร.กฤษณะ ทองแก้ว รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จุรีภรณ์ นวนมุสิก ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ร่วมลงนามเป็นพยาน พร้อมคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยเครือข่ายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมเขาหลวง อาคารสหกิจศึกษา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

 

โอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้กล่าวต้อนรับและเปิดงาน โดยได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคใต้ตอนบน ในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งภูมิภาค ภาคใต้ตอนบน เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ เกษตร อาหาร สุขภาพ การท่องเที่ยว บริการ อุตสาหกรรมฐานชีวภาพ และผู้ประกอบการท้องถิ่นที่มีความเข้มแข็ง สามารถเชื่อมโยงศักยภาพเหล่านี้เข้ากับองค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างมูลค่าเพิ่ม และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีความพร้อมที่จะร่วมมือกับทั้ง 3 มหาวิทยาลัยเครือข่าย ในการสนับสนุนการทำงานร่วมกัน ทั้งด้านบุคลากร นักวิจัย ห้องปฏิบัติการ เครื่องมือและเครือข่ายผู้ประกอบการ เพื่อให้เกิดกลไกการทำงานที่เชื่อมโยงกับความต้องการของพื้นที่อย่างแท้จริง

ขณะที่ รองศาสตราจารย์ ดร.ศิวฤทธิ์ พงศกรรังศิลป์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มวล.ได้แสดงเจตจำนงในการสร้างความร่วมมือว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีความยินดีที่ได้ร่วมขับเคลื่อนโครงการนี้ และพร้อมสนับสนุนให้เกิดกลไกกลางในการเชื่อมโยงศักยภาพของมหาวิทยาลัยกับความต้องการของพื้นที่ ทั้งการจัดทำฐานข้อมูลศักยภาพพื้นที่ สำรวจความต้องการของผู้ประกอบการ และผลักดันโครงการที่สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมได้จริง เพื่อเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมที่เข้มแข็งและยั่งยืน 

ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจาร์ ดร.อนุรักษ์ ถุงทอง ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มวล. กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ความร่วมมือครั้งนี้ว่า เป็นการรวมพลังเพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย และโครงสร้างพื้นฐานของมหาวิทยาลัย เข้ากับความต้องการของภาคเอกชนและชุมชน โดยเป้าหมายหลักคือการร่วมกันพัฒนาข้อเสนอโครงการจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคใต้ตอนบน เสนอต่อกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อให้เกิดกลไกสนับสนุนผู้ประกอบการอย่างเป็นรูปธรรม

การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของสถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่ ในการบูรณาการความร่วมมือเพื่อจัดตั้ง "อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคใต้ตอนบน" โดยมุ่งหวังให้เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการ และสร้างความยั่งยืนให้กับภูมิภาคต่อไป

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้เดินหน้าเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเป็นศูนย์บ่มเพาะธุรกิจนวัตกรรมระดับภูมิภาค โดยล่าสุดได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลจำนวน 313,101,700 บาท ในการดำเนินการก่อสร้าง “อาคารส่งเสริมผู้ประกอบการและนวัตกรรม" เพื่อใช้เป็นพื้นที่หลักในการรองรับการบ่มเพาะธุรกิจและให้บริการสนับสนุนผู้ประกอบการในทุกมิติ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการปักธงเป็นศูนย์กลางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาคใต้ตอนบนอย่างแท้จริง

 

 

ข่าวและภาพโดย ชลธิชา ลิมปิติ ส่วนสื่อสารองค์กร 


 

Mourning Ribbon