มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) โดยสำนักวิชาการบัญชีและการเงิน ร่วมกับ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC และ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน หรือ GIZ ประเทศไทย ลงนามความร่วมมือสานต่อโครงการ “Youth–Farmer Collaboration Initiative for Sustainable and Low-Carbon Oil Palm Production” ภายใต้โครงการการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนเพื่อลดผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ SPOPP CLIMA มุ่งเน้นการดึงพลังเยาวชนช่วยเกษตรกรรายย่อยผลิตปาล์มน้ำมันคาร์บอนต่ำ พร้อมยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของน้ำมันปาล์มไทยในตลาดโลก
โดยเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ได้มีพิธีลงนามหนังสือแสดงเจตนาความร่วมมือขึ้น โดยได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.จรัญ บุญกาญจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นางสาวปานรดา วงศ์สุวรรณ ผู้จัดการส่วนหน่วยงานภาพลักษณ์องค์กรและกิจการเพื่อสังคม GGC และ ดร.กนกวรรณ ศาศวัตเตชะ ผู้อำนวยการโครงการ SPOPP CLIMA จาก GIZ ร่วมลงนาม โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. นีรนาท แก้วประเสริฐ ระฆังทอง รักษาการแทนคณบดีสำนักวิชาการบัญชีและการเงิน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สมใจ หนูผึ้ง หัวหน้าสถานวิจัยสำนักวิชาการบัญชีและการเงิน หัวหน้าโครงการดังกล่าว พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากทั้ง 3 หน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมเขาหลวง อาคารสหกิจศึกษา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
โครงการนี้เป็นการนำร่องในการสร้าง “พื้นที่การเรียนรู้ร่วมกันระหว่างวัย” (Inter-generational Co-Learning Space) เชื่อมโยงเยาวชนและเกษตรกรแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ทางทฤษฎี เทคโนโลยี และประสบการณ์จริงเพื่อเติมเต็มกันและสามารถขับเคลื่อนการผลิตปาล์มน้ำมันสู่ความยั่งยืนและคาร์บอนต่ำในระยะยาว และเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยจุดประกายให้เยาวชนหันมาสนใจและเข้าใจภาคการเกษตรมากขึ้น และในระยะยาวอาจนำไปสู่การกลับมารับช่วงต่อการทำสวนปาล์มของครอบครัว ด้วยมุมมองใหม่ที่ผสานทั้งความรู้ เทคโนโลยี และความยั่งยืนเข้าด้วยกัน
รองศาสตราจารย์ ดร.จรัญ บุญกาญจน์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มุ่งผลิตบัณฑิตที่ตอบโจทย์ SDGs ความร่วมมือครั้งนี้เปิดโอกาสให้นักศึกษา โดยเฉพาะจากสำนักวิชาการบัญชีและการเงิน ได้ประยุกต์ใช้ความรู้ในโลกการทำงานจริง การศึกษาในปัจจุบันต้องไม่จำกัดแค่ในห้องเรียน เราต้องการสร้างบัณฑิตที่วิเคราะห์เป็น วางแผนเก่ง และเข้าใจปัญหาสิ่งแวดล้อมโลก เพื่อสร้างนวัตกรรมและประโยชน์ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน
ทางด้าน นางสาวปานรดา วงศ์สุวรรณ เปิดเผยว่า GGC ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมุ่งสร้างสมดุลทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเราเชื่อว่า “การพัฒนาคน” ผ่านการศึกษา คือรากฐานสำคัญของการสร้างความยั่งยืนในระยะยาว ความร่วมมือในครั้งนี้ จึงเป็นการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากภาคการศึกษาเข้ากับการปฏิบัติจริง เพื่อเตรียมความพร้อมคนรุ่นใหม่ให้มีศักยภาพในการร่วมสร้างคุณค่าร่วมระหว่างภาคธุรกิจ ชุมชน และสังคม อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
ขณะที่ ดร.กนกวรรณ ศาศวัตเตชะ จาก GIZ ประเทศไทย ระบุเพิ่มเติมว่า แม้อุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันของไทยจะมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก แต่กำลังเผชิญกับความท้าทายจากสังคมเกษตรกรสูงวัยที่เข้าถึงเทคโนโลยีได้จำกัด โครงการ SPOPP CLIMA จึงมุ่งเน้นการดึงศักยภาพของคนรุ่นใหม่มาเป็นตัวกลางในการส่งต่อความรู้และทักษะสมัยใหม่เข้าสู่ภาคเกษตร โดยมุ่งหวังให้นักศึกษาได้เรียนรู้ว่าสวนปาล์มไม่ใช่เพียงแค่พื้นที่เพาะปลูก แต่คือ ‘ธุรกิจเกษตร’ ที่มีความมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งเมื่อเราสร้างความเข้มแข็งจากต้นน้ำได้ ก็จะส่งผลดีต่อความยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) อย่างยั่งยืนต่อไป