Location

0 7567 3000

ข่าวการศึกษา

8 เดือน 2 ประเทศ ประสบการณ์แล็บระดับโลกที่สอนว่า "ความพร้อม เกิดขึ้นระหว่างลงมือทำ" ของ พีพี พงศ์ตุลา

อัพเดท : 07/10/2569

22

8 เดือน 2 ประเทศ และ 2 ห้องปฏิบัติการวิจัยระดับนานาชาติ คือเส้นทางที่ “นายพงศ์ตุลา รพีถวิลวรรณ” หรือ "พีพี" นักศึกษาเคมีชั้นปีที่ 4 สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้เลือกเดินในช่วงสหกิจศึกษา จากห้องเรียนในประเทศไทย พีพีได้ก้าวสู่การเป็นนักวิจัยฝึกหัดเต็มตัว ณ Universiti Sains Malaysia ประเทศมาเลเซีย และ The University of Osaka ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม ถึง 3 พฤศจิกายน 2569 ภายใต้โครงการสหกิจศึกษานานาชาติที่เปิดประตูสู่องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ระดับแนวหน้า และเปลี่ยนมุมมองที่คุณมีต่อคำว่า "ความพร้อม" ไปอย่างสิ้นเชิง 

“พีพี”เป็นนักศึกษาคนหนึ่งที่หลงใหลในวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ในฐานะที่เป็นนักศึกษาทุน พสวท. ของรัฐบาลไทย เขามองว่าสหกิจศึกษาคือโอกาสสำคัญที่จะได้สวมบทบาทเป็นนักวิจัยอย่างแท้จริง ด้วยความตั้งใจที่จะฝึกฝนทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเรียนรู้การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ขั้นสูง พีพี จึงตัดสินใจเดินทางไปฝึกปฏิบัติงานในต่างประเทศ 8 เดือนเต็ม โดยแบ่งเป็น 2 สถาบันที่มอบบทเรียนที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน 

  

ในช่วง 4 เดือนแรก พีพี ได้เข้าไปปฏิบัติงานที่ School of Chemical Sciences, Universiti Sains Malaysia ที่นั่น พีพี ได้ศึกษาการสังเคราะห์วัสดุโครงข่ายโลหะอินทรีย์ หรือ MOF (Metal–Organic Framework) ซึ่งเป็นวัสดุรูพรุนที่สามารถออกแบบโครงสร้างระดับโมเลกุลได้ตามวัตถุประสงค์ พีพี ยังได้ออกแบบการทดสอบเพื่อนำวัสดุนี้ไปใช้ดูดซับยาปฏิชีวนะ Tetracycline ที่ตกค้างในสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะเชื้อดื้อยาอันเป็นปัญหาสาธารณสุขระดับโลก 

จากนั้นในช่วง 4 เดือนหลัง พีพี ได้เดินทางไปปฏิบัติงานต่อ ณ School of Engineering, The University of Osaka ประเทศญี่ปุ่น และได้เรียนรู้ศาสตร์ของเคมีไฟฟ้า (Electrochemistry) ซึ่งคือการศึกษาปฏิกิริยาเคมีแล้วแปลงให้เป็นสัญญาณไฟฟ้าที่วัดค่าได้ เปรียบได้กับการเปลี่ยนสิ่งที่เกิดขึ้นในระดับโมเลกุลให้ออกมาเป็นตัวเลขที่อ่านเข้าใจได้ และได้นำหลักการนี้มาพัฒนาเป็นเซนเซอร์เคมีไฟฟ้า (Electrochemical Sensing) เพื่อตรวจวัดสารอนุมูลอิสระจากออกซิเจนในร่างกาย ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ภาวะอักเสบในร่างกาย โดยมีเป้าหมายให้ติดตามผลได้แบบ Real Time นำไปสู่การวินิจฉัยโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นก่อนลุกลามเป็นอันตราย

นอกเหนือจากวิชาการแล้ว พีพี ยังได้ซึมซับความละเอียดรอบคอบ ความตรงต่อเวลา และมีวินัยในการบันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบจากห้องปฏิบัติการของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นวิธีการทำงานที่สามารถนำกลับมาใช้ได้จริง 

 

ประสบการณ์สหกิจศึกษานานาชาติครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ผลการทดลองในห้องปฏิบัติการ แต่ยังช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การตั้งคำถาม และการเลือกใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่เหมาะสมในการแก้ปัญหา ขณะเดียวกัน พีพี ยังได้ฝึกฝนการใช้ภาษาอังกฤษในบริบทการทำงานจริง และพัฒนาทักษะการสื่อสารทางวิทยาศาสตร์ที่เปลี่ยนเรื่องซับซ้อนให้คนทั่วไปเข้าใจได้ง่ายขึ้น รวมถึงได้เรียนรู้ความหลากหลายทางวัฒนธรรมจากเพื่อนชาวต่างชาติทั่วโลก 

“สิ่งที่ผมได้เรียนรู้มากที่สุดจาก 8 เดือนนี้ คือ "ความพร้อม" ไม่ได้มาก่อนการลงมือทำ แต่เกิดขึ้นระหว่างที่เราลงมือทำ ผมเชื่อว่านักศึกษา ม.วลัยลักษณ์ ทุกคนมีศักยภาพอยู่แล้ว เหลือเพียงแค่กล้าก้าวออกจากพื้นที่เดิม สำหรับใครที่สนใจ อยากให้ลองเข้าไปปรึกษาพูดคุยกับอาจารย์หรือติดต่อศูนย์สหกิจศึกษานานาชาติได้เลย เพราะทุกท่านพร้อมสนับสนุนเราเสมอ ที่เหลือคือการตัดสินใจของเราเอง และเมื่อถึงวันนั้น คุณจะขอบคุณตัวเองที่กล้าก้าวออกมา” พีพีกล่าว

 

 

Mourning Ribbon