Location

0 7567 3000

ข่าวเด่น

อธิการบดี ม.วลัยลักษณ์ โชว์วิสัยทัศน์เวทีโลก ชูแนวคิด “Generation AIQ” ผสานปัญญามนุษย์และ AI สู่การศึกษาแห่งอนาคต ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน

อัพเดท : 03/11/2569

168

ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้รับเกียรติเป็นผู้กล่าวปาฐกถาพิเศษ (International Keynote Speaker) เป็นท่านแรก ในงานเสวนาผู้นำระดับนานาชาติด้านการศึกษา (Leadership Dialogue on International Education) ภายใต้หัวข้อ “Beyond Digitalization: Reimagining the University in an Intelligent Era” ณ ห้อง B-402 อาคาร Venture Building มหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และกฎหมายจงหนาน (Zhongnan University of Economics and Law: ZUEL) เมืองอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์กับผู้นำสถาบันอุดมศึกษาจากทั่วโลกถึงทิศทางและบทบาทของมหาวิทยาลัยในยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ในการนี้ ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ได้กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “Beyond Digitalization: Reimagining University Education for the Intelligent Era” โดยได้นำเสนอวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจะต้องเดินหน้าควบคู่ไปกับการพัฒนาความเข้าใจและวิจารณญาณของมนุษย์ พร้อมทั้งได้นำเสนอแนวคิด "Generation AIQ" ซึ่งเป็นแนวคิดที่มุ่งสร้างผู้เรียนให้สามารถผสมผสานสติปัญญาของมนุษย์เข้ากับศักยภาพของ AI เพื่อการเรียนรู้ สร้างสรรค์ และแก้ปัญหาอย่างมีวิจารณญาณและมีความรับผิดชอบ ภายใต้หลักการที่ว่า "มนุษย์ต้องเป็นผู้กำหนดเป้าหมาย ควบคุมเทคโนโลยี และรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น"


สาระสำคัญของการปาฐกถา ครอบคลุม 3 ประเด็นหลัก ได้แก่:
1.    การพัฒนาสมรรถนะ AIQ 5 ด้าน : ประกอบด้วย การเข้าใจ AI, การทำงานร่วมกับ AI, การประเมินผล AI, การสร้างสรรค์ร่วมกับ AI และการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ โดยต่อยอดจาก Bloom’s Taxonomy เพื่อให้ผู้เรียนสามารถมองเห็นข้อจำกัดของคำตอบจาก AI และสามารถพัฒนาทางออกที่ดีกว่าได้
2.    การเตรียมความพร้อมกำลังคนสู่โลกการทำงานตลอดชีวิต : มุ่งเน้นการติดอาวุธให้ผู้เรียนผ่านความรู้เฉพาะทาง ประสบการณ์การทำงานจริง และหลักสูตรระยะสั้น (Short Courses) ที่พัฒนาร่วมกับสถานประกอบการ
3.    การวิจัยร่วมเพื่อพัฒนา Generation AIQ : เสนอแนวทางการร่วมมือโดยนำจุดแข็งของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพและการวิจัยแบบข้ามศาสตร์ (Interdisciplinary Research) มาผสานกับความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์และกฎหมายของ ZUEL เพื่อศึกษาและประเมินผลการพัฒนาสมรรถนะ AIQ ในบริบทของโลกแห่งความเป็นจริง


นอกจากนี้เวทีเสวนาดังกล่าวยังได้รับเกียรติจากผู้นำสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำร่วมกล่าวปาฐกถารวมทั้งสิ้น 7 สถาบัน ได้แก่
1.    Prof. Dr. Sombat Thamrongthanyawong — อธิการบดี Walailak University (ประเทศไทย)
2.    Prof. Bruno Botta — อธิการบดี University of Rome Unitelma Sapienza (ประเทศอิตาลี)
3.    Prof. Jekuk Chang — อธิการบดี Dongseo University (ประเทศเกาหลีใต้)
4.    Prof. Dr. Olivier Aptel — อธิการบดี Paris School of Business (ประเทศฝรั่งเศส)
5.    Prof. Robert Wood — คณบดีคณะศิลปศาสตร์ University of Alberta (ประเทศแคนาดา)
6.    Prof. Aleksandar Čučković — คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ณ เมืองซูโบติตซา University of Novi Sad (ประเทศเซอร์เบีย)
7.    Prof. Fangwei Zhu — อธิการบดี Zhongnan University of Economics and Law (สาธารณรัฐประชาชนจีน) ให้เกียรติกล่าวปิดงานในหัวข้อ "Reimagining University Education in the Age of AI: Our Reflection and Practices"

โดยงานนี้มี Prof. Diyu Xu รองอธิการบดี ZUEL เป็นผู้กล่าวเปิดงานและทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ ซึ่งประเด็นในการเสวนาครั้งนี้ครอบคลุมทั้งเรื่องการจัดการเรียนการสอนในยุคดิจิทัล การส่งเสริมวิจารณญาณของมนุษย์ พันธกิจของมหาวิทยาลัย ตลอดจนประเด็นด้านจริยธรรมและผลกระทบของ AI ต่อสังคม

การเข้าร่วมงานเสวนาในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทอันโดดเด่นของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์บนเวทีนานาชาติ ในการร่วมขับเคลื่อนและกำหนดทิศทางอุดมศึกษาในยุค AI พร้อมทั้งเป็นการเปิดโอกาสในการต่อยอดความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัยกับ ZUEL เพื่อเชื่อมโยงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเข้ากับสติปัญญาและความรับผิดชอบของมนุษย์ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างผู้เรียนที่สามารถ “คิดอย่างเป็นอิสระ มองไกลกว่าคำตอบของ AI และสร้างประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่สังคม” ได้อย่างแท้จริง


ข้อมูลและภาพข่าวจากศูนย์กิจการนานาชาติ

Mourning Ribbon