ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ระดับ รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี ผู้อำนวยการ หัวหน้าส่วนและผู้นำชุมชนรายรอบมหาวิทยาลัย เข้าพบ นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสเข้ารับตำแหน่งและร่วมพูดคุยหารือทิศทางการพัฒนาการศึกษาของจังหวัดนครศรีธรรมราช รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มวล.และเป้าหมายการพัฒนามหาวิทยาลัยสู่อันดับโลก ณ ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา
ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ กล่าวว่า มวล.มีวิสัยทัศน์ คือ เป็นองค์การธรรมรัฐ เป็นแหล่งเรียนรู้ เป็นหลักในถิ่น เป็นเลิศสู่สากล มหาวิทยาลัยมีงานวิจัยที่ทำให้กับชุมชนจำนวนมาก เช่น โครงการธนาคารปูม้าซึ่งช่วยเพิ่มทรัพยากรปูม้าในทะเลและสามารถเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ จ.นครศรีฯและสุราษฎร์ธานี งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการดูแลคนไข้ติดเตียง การดูแลผู้สูงอายุในชุมชน การแก้ปัญหายุงลายและโรคไข้เลือดออกและผลงานวิจัยอีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งนี้อยากให้มีการนำองค์ความรู้จากงานวิจัยเหล่านี้ ไปขยายผลให้เกิดประโยชน์มากขึ้น ที่สำคัญปัจจุบันมีโครงการใหญ่ คือ การก่อสร้างโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ฯ ซึ่งได้รับงบประมาณจากรัฐบาลมาก่อสร้าง จำนวน 750 เตียง คาดว่าปลายปี 2565 จะสามารถเปิดให้บริการเฟสแรก จำนวน 419 เตียง รวมกับอาคารตึกสงฆ์อาพาธอีก 94 เตียง และจะทยอยเปิดให้ครบต่อไป ทั้งนี้โรงพยาบาลจะมีผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของอำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีฯ รวมถึงพื้นที่ภาคใต้ตอนบนอีกด้วย
ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้จัดให้มวล.เป็น 1 ใน 12 สถาบันอยู่กลุ่มที่ 1 หรือ กลุ่มมหาวิทยาลัยวิจัยระดับแนวหน้าของโลก โดยอว.มีเป้าหมายให้มหาวิทยาลัยไทยจะต้องติด 1 ใน 100 ของอันดับโลกภายในปี 2570 นี้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ มวล.กำลังเร่งดำเนินการในขณะนี้ คือ การขับเคลื่อนงานวิจัยทั้งในระดับชุมชน งานวิจัยระดับชาติและระดับนานาชาติ ตามนโยบายรัฐบาลที่เราจะต้องเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยระดับแนวหน้า ที่สำคัญขณะนี้มหาวิทยาลัยมีการขยายตัวมากขึ้น เปิดการเรียนการสอนในด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและสังคมศาสตร์ เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยสมบูรณ์แบบ ขอบเขตการทำงานของ มวล.เติบโตขึ้น ภารกิจของมหาวิทยาลัยมีอีกมากที่กำลังขับเคลื่อนและมีโจทย์ใหญ่คือการต้องไปอยู่ในอันดับโลก รวมทั้งการดูแลชุมชนที่มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน
ด้าน นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ได้เล่าถึงการได้ร่วมเป็นหนึ่งในคณะทำงานผู้ก่อตั้ง มวล.ในช่วงบุกเบิก โดยกล่าวว่า จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยถือเป็นจังหวัดที่มีต้นทุนในการขับเคลื่อนกระบวนการพัฒนาในด้านต่างๆ ซึ่งจังหวัดจะมีการกำหนดนโยบายและตั้งโจทย์ร่วมกับมหาวิทยาลัย เพื่อตั้งงบประมาณช่วยในการขับเคลื่อนต่อไป มวล.ซึ่งเป็นความหวังและความตั้งใจของชาวนครศรีฯ เป็นสิ่งที่ทุกคนทุ่มเท เป็นหนึ่งใจเดียวกัน เพื่อให้มีมหาวิทยาลัยแห่งนี้มาอย่างยากลำบาก ทุกคนมีความฝันว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยที่พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วม เป็นของคู่บ้านคู่เมือง ซึ่งสิ่งที่ตนเองมีความตั้งใจในการมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดที่นี่ คือ การช่วยแก้ปัญหาที่ยังคั่งค้างทั้งเรื่องที่ดิน เรื่องงบประมาณจังหวัด เช่น โครงการศูนย์พักพิงสุนัขจรจัด และโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (อพ.สธ.) อยากฝากมหาวิทยาลัยให้ขับเคลื่อนงานวิจัยที่เป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่น เพื่อเป็นประเด็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนาจังหวัดในการเป็น Smart City เพื่อขับเคลื่อนความเป็นอัจฉริยะ ทั้งด้านทรัพยากรมนุษย์ที่เป็นอัจฉริยะ การบริการภาครัฐที่เป็นอัจฉริยะ ซึ่งทุกโครงการต้องสร้างความรู้ การรับรู้และความเข้าใจให้พี่น้องประชาชน อยากพึ่ง มวล.ในฐานะที่เป็นศูนย์รวมของเยาวชน ในโครงการที่เป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดในเรื่องศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ เพื่อให้มวล.เป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้ทางด้านนี้ทั้งหมด และช่วยในกระบวนการพัฒนาเยาวชน ทำอย่างไรให้เยาวชนมีความรักและผูกพันกับบ้านเกิด โดยใช้กระบวนการพัฒนาด้านต่างๆ เช่น กีฬา ด้วยการจัดกีฬานักเรียน กีฬาเยาวชน หรือการเป็นเจ้าภาพเพื่อสร้างเยาวชนให้มีความสามารถด้านนี้
"จังหวัดนครศรีฯ มีความคาดหวังของการเป็นเมืองใหม่ New Normal ไม่อยากให้เป็นเฉพาะด้าน แต่อยากให้เป็น New Normal ที่เป็นอัตลักษณ์ของตัวเอง เช่น เรื่องการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่ผ่านมา จึงต้องมีการสานต่อให้มีความยั่งยืน ต้องอาศัยการจัดการที่ดี หน้าที่สำคัญของการขับเคลื่อนจังหวัด คือ การทำให้เห็นว่า New Normal ที่เกิดขึ้นขณะนี้คืออะไร Next Normal ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตคืออะไร มวล.จะได้เป็นคลังสมองให้กับจังหวัด การได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยการจะทำให้จังหวัดนครศรีฯได้เดินไปในแนวทางที่ทุกคนคาดหวังได้มากขึ้นและได้รักษาสิ่งที่ภาคภูมิใจร่วมกันไว้ต่อไป" นายไกรศร กล่าว