
รองศาสตราจารย์ ดร.พงษ์พิชิต จันทร์นุ้ย ดำรงตำแหน่งอาจารย์ประจำสาขาวิชาฟิสิกส์ สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จบการศึกษาระดับปริญญาเอกและปริญญาโท สาขาฟิสิกส์ จาก University of Southern Denmark ประเทศเดนมาร์ก และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาตรี สาขาฟิสิกส์ จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ฟิสิกส์ทฤษฎี (Theoretical Physics)
จักรวาลวิทยา (Cosmology)
ทฤษฎีแรงโน้มถ่วงดัดแปลง (Modified Theories of Gravity)
ฟิสิกส์ดาราศาสตร์เชิงทฤษฎี (Theoretical Astrophysics)
ฟิสิกส์ของหลุมดำและรูหนอน (Black Holes and Wormholes Physics)
ฟิสิกส์พลังงานสูงและทฤษฎีสนาม (High-Energy Physics and Field Theory)
เส้นทางการวิจัยเริ่มต้นจากความสนใจด้านฟิสิกส์เชิงทฤษฎีตั้งแต่ระดับปริญญาตรี ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยเฉพาะการประยุกต์คณิตศาสตร์เชิงลึกและตรรกะในเชิงนามธรรม ความสนใจดังกล่าวนำไปสู่การศึกษาต่อระดับบัณฑิตศึกษาที่ University of Southern Denmark ประเทศเดนมาร์ก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานวิจัยระดับนานาชาติ โดยเน้นประเด็นทฤษฎีอินเฟลชันของเอกภพ (Inflationary Cosmology) และทฤษฎีแรงโน้มถ่วงดัดแปลง (Modified Gravity)
ระหว่างศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา มีบทความวิจัยตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ เช่น Journal of Cosmology and Astroparticle Physics และ Physical Review D โดยเน้นการพัฒนาแบบจำลองที่อธิบายสภาพของเอกภพในยุคต้นแบบ พร้อมเสนอทฤษฎีทางเลือกที่สามารถนำไปทดสอบได้ในทางสังเกตการณ์
หลังกลับมารับราชการที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้พัฒนางานวิจัยอย่างต่อเนื่องในสาขาฟิสิกส์ดาราศาสตร์เชิงทฤษฎี เช่น การสร้างแบบจำลองอินเฟลชัน ทฤษฎีของหลุมดำและรูหนอน การโค้งงอของแสงจากแรงโน้มถ่วง (Gravitational Lensing) และการวิเคราะห์ปรากฏการณ์ QPOs (Quasi-Periodic Oscillations) โดยผลงานเหล่านี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารชั้นนำ เช่น European Physical Journal C, Physics of the Dark Universe, และ Nuclear Physics B
ด้วยความโดดเด่นด้านผลงานวิจัย ได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติระดับดี 2 ปีซ้อน (2565 และ 2566) จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และได้รับการยกย่องให้เป็นอาจารย์ดีเด่นด้านการวิจัย กลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ รวมถึงได้รับการคัดเลือกเข้าสู่ DPST Hall of Fame ซึ่งเป็นการรับรองความสำเร็จระดับประเทศและนานาชาติ
นอกจากนี้ ยังมีบทบาทในการส่งเสริมความร่วมมือกับนักวิจัยต่างประเทศจากยุโรป เอเชียกลาง ตะวันออกกลาง และเอเชียตะวันออก และดำรงตำแหน่งหัวหน้าบรรณาธิการวารสาร Trends in Sciences (Scopus Q2) เพื่อยกระดับคุณภาพวารสารไทยให้ได้รับการยอมรับในระดับสากล
ผู้เชี่ยวชาญด้าน Inflationary Cosmology, Black Holes, Wormholes และ Modified Gravity
มีผลงานวิจัยตีพิมพ์มากกว่า 100 บทความในวารสารระดับนานาชาติ Q1 เช่น Physical Review D, Nuclear Physics B
ได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติระดับดี 2 ปีซ้อน (2565 และ 2566) และได้รับการบรรจุใน DPST Hall of Fame
มีบทบาทสำคัญในงานวิจัยร่วมกับนักวิจัยจากหลากหลายภูมิภาคทั่วโลก
เป็นหัวหน้าบรรณาธิการวารสาร Trends in Sciences เพื่อส่งเสริมการเผยแพร่ผลงานของนักวิชาการไทยในระดับนานาชาติ
ส่งเสริมองค์ความรู้ใหม่ด้านฟิสิกส์ทฤษฎีและจักรวาลวิทยา
ผลงานวิจัยช่วยเปิดมุมมองใหม่ในด้านฟิสิกส์ดาราศาสตร์เชิงทฤษฎี โดยเฉพาะในหัวข้อ อินเฟลชันของเอกภพ รูหนอน และแรงโน้มถ่วงทางเลือก
สร้างแรงบันดาลใจแก่นักศึกษารุ่นใหม่
ความสำเร็จในระดับประเทศและนานาชาติ สะท้อนให้เห็นถึงแบบอย่างของนักวิจัยรุ่นใหม่ที่สามารถเติบโตจากสายวิชาการในประเทศไทย
สนับสนุนการเผยแพร่ผลงานของนักศึกษาและอาจารย์
ผ่านบทบาทหัวหน้าบรรณาธิการวารสาร Trends in Sciences มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการตีพิมพ์ผลงานของนักวิชาการไทยในเวทีสากล
พัฒนาแบบจำลองเชิงทฤษฎีที่สามารถทดสอบได้จากข้อมูลจริง เช่น จากภารกิจ James Webb, LIGO, EHT เป็นต้น
ขยายแนวคิด Inflation และ Swampland Conjectures เชื่อมโยงกับฟิสิกส์ของอนุภาคและทฤษฎีสตริง
ผลักดันการจัดตั้งกลุ่มวิจัย Gravity and Cosmology ระดับนานาชาติ
มุ่งพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับประเทศในกลุ่มอาเซียน จีน และยุโรปตะวันออก
2566 – อาจารย์ดีเด่นด้านการวิจัย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
2566 – รางวัลการวิจัยแห่งชาติ (ระดับดี), สำนักงาน วช.
2565 – DPST Hall of Fame
2565 – รางวัลการวิจัยแห่งชาติ (ระดับดี), สำนักงาน วช.
2563 – ศิษย์เก่าดีเด่น ม.สงขลานครินทร์ และคณะวิทยาศาสตร์
2563 – IOP Trusted Reviewer, IOP Publishing
2563 – นักวิจัยดีเด่นด้าน International Collaboration, ม.วลัยลักษณ์
2563 – นักวิจัยดีเด่นด้าน Research Productivity และ High Quality Publication, ม.วลัยลักษณ์
2562 – อาจารย์ดีเด่นด้านการวิจัย, ม.วลัยลักษณ์
2562 – รางวัลบทความวิจัยพื้นฐานที่มีการอ้างอิงสูงสุด, ม.วลัยลักษณ์