ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.หทัยชนก คมเม่น สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ หัวหน้ากิจกรรมย่อย 3 STEM ศึกษาการจัดการขยะเปียกตามหลักสูตรบูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้ ชุดโครงการบูรณาการสหสาขาเพื่อการศึกษาสู่ชุมชนรายรอบมหาวิทยาลัยอย่างยั่งยืน และ อาจารย์อลิศรา สระโมฬี สำนักวิชาการบัญชีและการเงิน หัวหน้ากิจกรรมภายใต้โครงการบริหารวัดในพระพุทธศาสนาตามหลักธรรมาภิบาล ทีมเจ้าหน้าที่จากศูนย์บริการวิชาการ พร้อมด้วยนักศึกษาสำนักวิชาวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ชั้นปีที่ 1 ได้ลงพื้นที่โรงเรียนชุมชนใหม่ ตำบลไทยบุรี อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ขับเคลื่อนโครงการวิชาการรับใช้สังคมในมิติการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ในวันที่ 6 สิงหาคม 2568 ให้กับนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย โรงเรียนชุมชนใหม่ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และ ปีที่ 6 จำนวน 31 คน
การดำเนินกิจกรรม “การทำน้ำหมักชีวภาพจากขยะเปียก” ในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักวิชา ที่ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงบูรณาการโดยใช้หลักสะเต็มศึกษา S (Science) คือ การย่อยสลายและการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพ T (Technology) คือ ใช้เทคโนโลยีการหมัก ถังหมัก E (Engineering) คือ ออกแบบภาชนะใส่น้ำหมักและฉลากอย่างปลอดภัย M (Mathematics) คือ คำนวณต้นทุน กำไร ของน้ำหมัก โดยทำการแบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็น 6 กลุ่ม และมีนักศึกษาเป็นพี่เลี้ยงประจำกลุ่ม
ช่วงที่ 1 เรียนรู้เรื่องน้ำหมักชีวภาพ เนื้อหา: น้ำหมักชีวภาพคืออะไร? ทำมาจากอะไร? ใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง? เช่น ใช้รดต้นไม้ ไล่มด ทำความสะอาด กิจกรรมย่อย: ถามตอบแบบเกม "จริงหรือไม่?" สื่อการสอน: โปสเตอร์ / ภาพ / สาธิตจริง
ช่วงที่ 2 ลงมือทำน้ำหมักชีวภาพ โดยใช้เศษผัก เปลือกผลไม้ ที่เหลือทิ้งจากการประกอบอาหารมื้อกลางวันของโรงเรียน ขั้นตอน: ใส่เศษผักหรือ เปลือกผลไม้ลงในถัง เติมกากน้ำตาล เติมน้ำสะอาด ปิดฝาหลวม ๆ แล้วติดชื่อกลุ่ม และระบุวันที่ผลิต
ช่วงที่ 3 คิดราคาขายสินค้า “น้ำหมักชีวภาพช่วยโลก” ฝึกให้นักเรียนสามารถคำนวณต้นทุนง่าย ๆ ของการทำน้ำหมัก ออกแบบราคาขาย พร้อมคำนวณกำไรเบื้องต้น และฝึกคิดเป็นระบบ และใช้คณิตศาสตร์กับชีวิตจริง
ช่วงที่ 4 สะท้อนผลการเรียนรู้ มีการถามตอบ ให้นักเรียนทำใบงาน ส่งใบงาน และสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน
กิจกรรมในครั้งนี้ ได้มีการนำองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยมาปรับใช้เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาท้องถิ่น ทั้งในด้านเนื้อหา นวัตกรรม และทักษะการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับชีวิตจริง พร้อมทั้งขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs) โดยเฉพาะเป้าหมาย 4: Quality Education (ประกันคุณภาพการศึกษาที่ครอบคลุมและเท่าเทียม ส่งเสริมโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับทุกคน) และเป้าหมายที่ 17: Partnerships for the Goals (เสริมสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง) อีกทั้งยังสอดคล้องกับแนวทาง “WU HAPPY TREE” ในด้านการศึกษา ตลอดจนสอดรับกับเกณฑ์การจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน UI GreenMetric World University Rankings (หมวด ED5) อีกด้วย