
รองศาสตราจารย์ ดร.พจมาลย์ สุรนิลพงศ์ อาจารย์ประจำหลักสูตรพืชศาสตร์ สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นับเป็นหนึ่งในนักวิจัยหญิงแถวหน้าของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านพืชศาสตร์และการปรับปรุงพันธุ์พืชด้วยเทคนิคชีวภาพขั้นสูง บทบาทล่าสุดของรองศาสตราจารย์ ดร.พจมาลย์ คือการนำทีมค้นพบและจำแนกชนิดหม้อข้าวหม้อแกงลิง 2 ชนิดใหม่ของโลก ซึ่งยืนยันความอุดมสมบูรณ์ของความหลากหลายทางชีวภาพในภาคใต้ของไทย
รองศาสตราจารย์ ดร.พจมาลย์ สุรนิลพงศ์ สำเร็จการศึกษา ปริญญาเอก (วิทยาศาสตรดุษฏีบัณฑิต) สาขาเทคโนโลยีการผลิตพืช จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ปริญญาโท (วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต) สาขาเกษตรศาสตร์ : พืชศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และในระดับปริญญาตรี (วิทยาศาสตรบัณฑิต) สาขาเกษตรศาสตร์ : พืชไร่นา จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
จุดเริ่มต้นของการทำวิจัยและความหลงใหลในหม้อข้าวหม้อแกงลิง
รองศาสตราจารย์ ดร.พจมาลย์ เริ่มสนใจหม้อข้าวหม้อแกงลิงตั้งแต่สมัยยังเป็นนักศึกษาปริญญาโท และปริญญาเอก มีรุ่นพี่ในชมรมพฤกษศาสตร์ที่สนใจจะปลูกหม้อข้าวหม้อแกงลิง จึงได้ชักชวนมาเป็นกิจกรรมของชมรม หลังจากที่เข้ามาศึกษาเรียนรู้จึงพบว่า ไม่สามารถจำแนกชนิดหม้อข้าวหม้อแกงลิงในประเทศไทย ด้วยสายตาได้ สอดคล้องกับที่ตนเอง ทำวิจัยในเรื่องการใช้เครื่องหมายโมเลกุลอยู่แล้ว จึงได้นำเอาเครื่องหมายโมเลกุล อย่างเช่น AFLP (Amplified Fragment Length Polymorphism) มาจำแนกดูวิวัฒนาการความสัมพันธ์ระหว่างหม้อข้าวหม้อแกงลิงแต่ละชนิด ว่าเหมือนหรือห่างไกลกันอย่างไร การแบ่งกลุ่มเป็น เสือ 3 ตัวที่เจอใหม่ เป็นกลุ่มเสือเนื่องจากตัวกระบอกจะเห็นเป็นจุดประคล้ายลายเสือ แต่ที่เราเห็นทั่วๆไปมาทำใส่ข้าวเหนียวขาย จะไม่มีจุด ไม่มีลาย ซึ่งกลุ่มไทเกอร์ การจำแนกชนิดจะค่อนข้างยาก เพราะฉะนั้นเลยคิดการนำเอาเครื่องหมายโมเลกุลมาจำแนกจะเห็นชัดเจนว่าเป็นชนิดเดียวกันหรือต่างชนิดกันที่คิดว่าเป็นชนิดใหม่ ใช่จริงหรือไม่

ความสำเร็จระดับโลก
การค้นพบหม้อข้าวหม้อแกงลิงชนิดใหม่ รองศาสตราจารย์ ดร.พจมาลย์ ได้นำทีมนักวิจัยยืนยันการค้นพบหม้อข้าวหม้อแกงลิงเพิ่มขึ้น 2 ชนิดในภาคใต้ของประเทศไทย ทำให้ปัจจุบันประเทศไทยมีหม้อข้าวหม้อแกงลิงรวมทั้งสิ้น 16 ชนิด กับ 1 สายพันธุ์ย่อย จากทั่วโลกประมาณ 200 กว่าชนิด การค้นพบครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากที่เคยค้นพบชนิดแรกไปแล้ว ทำให้มีหม้อข้าวหม้อแกงลิงไทยที่ทีมวิจัยค้นพบรวม 3 ชนิด
ชนิดที่ค้นพบล่าสุดได้แก่ 1) Nepenthes hirtella (นีเพนธีส เฮอเทลล่า) หรือ "เสืออำพล" พบที่จังหวัดกระบี่ โดยชื่อ hirtella ตั้งตามลักษณะเด่นคือการมีขนเล็ก ๆ ปกคลุมบริเวณลำต้น ใบ และหม้อ 2) Nepenthes bracteosa (นีเพนธีส บราทีโอซ่า) หรือ "เสือนคร" พบที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยชื่อตั้งตามลักษณะกลีบเลี้ยงที่เป็นช่อดอกหรือตัวหุ้มลำต้นที่มีปีกออกไปเล็กน้อย
อาจารย์พจมาลย์และทีมวิจัยใช้หลักฐานทางสัณฐานวิทยาควบคู่กับการวิเคราะห์ทางพันธุกรรมด้วย เครื่องหมายโมเลกุล AFLP ซึ่งเป็นเทคนิคสำคัญที่ช่วยในการจำแนกความแตกต่างระหว่างชนิดพันธุ์ที่มีความคล้ายคลึงกันสูงได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่ม "เสือ" ที่มีจุดประคล้ายลายเสือบนตัวหม้อ ซึ่งยากต่อการจำแนกด้วยสายตา การใช้เทคนิคโมเลกุลนี้ได้ยืนยันความแตกต่างทางวิวัฒนาการของพืชเหล่านี้ และได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับโลกอย่าง Kew Bulletin
บทบาทผู้นำการวิจัยพืชเศรษฐกิจใหม่
นอกจากงานวิจัยด้านพฤกษศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์แล้ว รศ.ดร.พจมาลย์ ยังขับเคลื่อนงานวิจัยเกี่ยวกับพืชเศรษฐกิจทางยาที่น่าจับตาได้แก่ กัญชา กัญชง และกระท่อม ในส่วนของกัญชามุ่งเน้นการวิจัยตำรับยาพื้นถิ่น เช่น ตำรับยา "หมื่นศรี" ของนครศรีธรรมราช เพื่อสนับสนุนการใช้ในทางการแพทย์แผนไทย โดยทำงานร่วมกับสำนักวิชาเภสัชศาสตร์และสำนักวิชาวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฯ เพื่อให้การผลิตและสกัดเป็นไปตามมาตรฐานที่ครบวงจร
สาขาความเชี่ยวชาญ
รองศาสตราจารย์ ดร.พจมาลย์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการการปรับปรุงพันธุ์พืชโดยใช้เครื่องหมายโมเลกุล ซึ่งเป็นเทคนิคทางชีวภาพอันทันสมัย ซึ่งรวมถึงการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและการขยายพันธุ์ การเพิ่มโครโมโซม และการชักนำการกลายพันธุ์เพื่อปรับปรุงลักษณะพืช การถ่ายยีนเข้าสู่ชิ้นส่วนพืช การใช้เครื่องหมายโมเลกุล เพื่อคัดเลือกสายพันธุ์ที่มีคุณสมบัติเฉพาะ เช่น การค้นหายีนต้านทานแล้งและทนน้ำท่วมในปาล์มน้ำมัน ซึ่งช่วยลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงพันธุ์พืชอายุยาว
ด้วยความเชี่ยวชาญระดับสูง รองศาสตราจารย์ ดร.พจมาลย์ ยังมีประสบการณ์การทำวิจัยและทำงานในต่างประเทศอย่างกว้างขวาง ทั้งในฐานะนักศึกษาแลกเปลี่ยนที่ประเทศญี่ปุ่น, การทำวิจัยในสหรัฐอเมริกา (ทั้งช่วงปริญญาเอกและได้รับทุนภายหลัง), และการทำงานวิจัยร่วมกับประเทศฝรั่งเศสในโครงการปาล์มน้ำมันเป็นเวลานานหลายปี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเรียนรู้และบูรณาการเทคโนโลยีระดับนานาชาติเข้ากับงานวิจัยพืชศาสตร์ของไทย

ผลงานและรางวัล (สรุปอย่างย่อ)
รองศาสตราจารย์ ดร.พจมาลย์ สุรนิลพงศ์ ได้รับทุนอุดหนุนงานวิจัยและบริการวิชาการจากโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (อพ.สธ) ประจำปีงบประมาณ 2568 สำหรับโครงการ "การสำรวจ การอนุรักษ์ และการใช้ประโยชน์ใบมะละกอในการเลี้ยงสัตว์และการทำชาเสริมสุขภาพ" นอกจากนี้ยังมีผลงานการค้นพบหม้อข้าวหม้อแกงลิงชนิดใหม่ของโลก 2 ชนิด ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับปรุงพันธุ์พืช
ตัวอย่างบทความวิจัย
Sunya, N., Sarayut, O., Vutthipong, C. & Pptjamarn, S. (2016) A new species of Nepenthes
(Naphenthaceae) from Thailand. Thai Forest Bull., Bot, 44(2), 128–133.
Hien Huu, N., Somsak, M. & Potjamarn, S. (2016) Nutrient uptake and fruit quality of
pummelo as influenced by ammonium, potassium, magnesium, zinc application. Journal of Agricultural Science, 8(1), 100-109.
Potjamarn, S, Sunya, N., & Suwit, W. (2015) A new classification of Thailand’s Nepenthes
species by genetic analysis of AFLP markers. Acta Hort, 1100, 77-82.
Potjamarn, S & Suwit, W. (2013) Mutation Induction of Anthurium andreanum Using
Gamma Radiation. Acta Hort, 1083, 139-144.
สัญญา นวลละออง พจมาลย์ สุรนิลพงศ์ และ สุวิทย์ วุฒิสุทธิเมธาวี (2557) การตอบสนองทางสรีวิทยา
ต่อสภาวะขาดน้ าในปาล์มน้ ามัน. ว.วิทย. กษ, 45(3), 45-50.
หลักคิดในการทำวิจัย
"เมื่อถามถึงหัวใจของการเป็นนักวิจัย รองศาสตราจารย์ ดร.พจมาลย์ ให้คำตอบว่า: “การทำงานเชิงวิทยาศาสตร์ไม่มีผิดไม่มีถูก หัวใจของการเป็นนักวิจัย คือ การคิดอย่างมีระบบมีเหตุมีผล และต้องยอมรับผลที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นบวกหรือลบ และต้องสามารถนำข้อมูลมาอธิบายตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้นได้” นี่คือแนวคิดที่ขับเคลื่อนให้นักพืชศาสตร์ท่านนี้สามารถก้าวข้ามความท้าทาย และนำไปสู่การค้นพบครั้งสำคัญระดับโลก."
