Location

0 7567 3000

ข่าวเด่น

ม.วลัยลักษณ์ครองแชมป์! ผลงานวิจัยตีพิมพ์ Q1-Q2 สูงสุดในไทย ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน

อัพเดท : 08/10/2568

3667

ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านการวิจัย! มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มีสัดส่วนผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารชั้นนำของโลก ระดับ Quartile 1 (Q1) และ Quartile 2 (Q2) สูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โชว์ศักยภาพด้านการวิจัยระดับนานาชาติอีกครั้ง ด้วยจำนวนผลงานบทความวิจัยที่ตีพิมพ์ในฐานข้อมูล Scopus ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดและมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมุ่งเน้นคุณภาพของงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับ Q1 และ Q2 ซึ่งเป็นวารสารชั้นนำของโลก ทำให้ก้าวขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยชั้นแนวหน้าของประเทศด้านการวิจัย 

ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลมาจากยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการส่งเสริมและพัฒนางานวิจัยอย่างเข้มข้น ภายใต้การนำของ ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีคนปัจจุบัน ที่มีนโยบายในการผลักดันให้มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็น‘มหาวิทยาลัยวิจัยสมบูรณ์แบบ’ สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่ได้จัดกลุ่มให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้ ให้อยู่ใน"กลุ่มพัฒนาการวิจัยระดับแนวหน้าของโลก" (Global & Frontier Research) พร้อมทั้งการส่งเสริมให้คณาจารย์ตีพิมพ์ร่วมกับมหาวิทยาลัยอื่น ปัจจุบันมีการตีพิมพ์ร่วมกับนักวิชาการต่างชาติกว่า 66% 

ทั้งนี้จากสถิติ พบว่า จำนวนบทความวิจัยที่ตีพิมพ์ในฐานข้อมูลนานาชาติ Scopus ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด จาก 174 บทความในปี 2559 เพิ่มขึ้นในปี 2566-2568 เป็น 654 , 764 และ 757 บทความ ตามลำดับ
ไม่เพียงแต่การเติบโตเชิงปริมาณ แต่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อคุณภาพของผลงานวิจัย โดยล่าสุดมีสัดส่วนผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารระดับ Q1 และ Q2 ในปี 2566-2568  คิดเป็น 87.3% , 90% และ 93.8% ถือเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทยต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน (ข้อมูล ณ วันที่ 1 ต.ค. 2568)

ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ให้ความสำคัญอย่างมากกับการวิจัย เพราะเชื่อว่าการวิจัยเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างสรรค์องค์ความรู้ใหม่ ที่ไม่เพียงแต่จะทำให้อาจารย์มีองค์ความรู้ใหม่ๆ ในการถ่ายทอดวิชาความรู้ให้แก่นักศึกษา แต่ยังสามารถนำผลงานวิจัยไปต่อยอดสร้างประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรมได้ 

"ความสำเร็จนี้เป็นผลจากความมุ่งมั่นและทุ่มเทของคณาจารย์และนักวิจัยทุกคน มหาวิทยาลัยได้วางรากฐานและสร้างสิ่งแวดล้อมด้านการวิจัยที่แข็งแกร่ง เพื่อสนับสนุนการสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่มีคุณภาพและสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก และจะเดินหน้าพัฒนางานวิจัยเพื่อสร้างผลกระทบต่อสังคมและประเทศชาติต่อไป" ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ผลจากการพัฒนาคุณภาพการด้านการวิจัยอย่างต่อเนื่อง และทำให้มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้รับการยอมรับและถูกจัดอันดับในเวทีโลก โดย Times Higher Education (THE) World University Rankings 2025 ได้จัดอันดับให้มหาวิทยาลัยอยู่ในอันดับที่ 1201-1500 ของโลก และเป็นอันดับที่ 6 ร่วมของประเทศไทย

โดยมีคะแนนด้านคุณภาพการวิจัย (Research Quality) ที่โดดเด่น เพิ่มขึ้นจาก 35.5 เป็น 51.7 คะแนน ติด Top 5 ของประเทศ และมีนักวิจัยของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ยังได้รับการจัดอันดับอยู่ในกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำระดับโลก "World's Top 2% Scientists" โดย Stanford University

สิ่งต่างๆเหล่านี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพของคณาจารย์และนักวิจัยของมหาวิทยาลัยและส่งผลให้มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้รับ "รางวัลดีเด่น" ด้านการวิจัยที่มีคุณภาพระดับสากลและสามารถแข่งขันในระดับนานาชาติได้ ประจำปี พ.ศ. 2566 จากกระทรวง อว. อีกด้วย

 

Mourning Ribbon