
วิทยาลัยบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกับ สถาบันส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรมสู่ความเป็นเลิศ จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการภาคภาษาอังกฤษในหัวข้อ “หลักจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ (HSP: Human Subject Protection)” เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 ณ ห้องประชุมภัทรธรรมาภรณ์ โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยมุ่งหวังยกระดับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานจริยธรรมในการวิจัย และส่งเสริมแนวปฏิบัติการวิจัยอย่างมีความรับผิดชอบให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ซึ่งได้รับความสนใจจากนักวิจัย คณาจารย์ และนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมกว่า 70 ท่าน

รองศาสตราจารย์ ดร.พงษ์พิชิต จันทร์นุ้ย คณบดีวิทยาลัยบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้กล่าวเปิดงาน พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของจริยธรรมการวิจัยในระดับสากลว่า “จริยธรรมในการวิจัยไม่ใช่เพียงประเด็นที่ให้ความสำคัญเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่เป็นประเด็นระดับสากล เมื่อใดก็ตามที่การวิจัยมีความเกี่ยวข้องกับมนุษย์หรือแม้กระทั่งสัตว์ทดลอง นักวิจัยจำเป็นต้องเข้าใจหลักจริยธรรม หากปราศจากความรู้นี้ การวิจัยอาจดำเนินไปในทิศทางที่ไม่ถูกต้อง และอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อทั้งตัวนักวิจัยและแวดวงวิชาการในภาพรวม”
คณบดีวิทยาลัยบัณฑิตศึกษา ระบุเพิ่มเติมอีกว่า การจัดอบรมในครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สอง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของมหาวิทยาลัยในการสร้างเวทีให้ความรู้ด้านจริยธรรมการวิจัยแก่บุคลากรและนักศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม
การอบรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.สุภาภรณ์ สุดหนองบัว อาจารย์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ผู้มีประสบการณ์ในฐานะอดีตคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ (IRB) และกองบรรณาธิการวารสารวิชาการระดับนานาชาติ (Scopus) มาเป็นวิทยากรรับเชิญ โดยได้บรรยายถึง หลักการพื้นฐาน 3 ประการ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการคุ้มครองอาสาสมัคร ได้แก่: ความเคารพในบุคคล (Respect for persons) หลักคุณประโยชน์ (Beneficence) และหลักความยุติธรรม (Justice)

รศ.ดร.สุภาภรณ์ ร อธิบายว่า “นักวิจัยต้องพิจารณาประเด็นด้านจริยธรรมอย่างรอบคอบ เพื่อให้มั่นใจว่าอาสาสมัครจะได้รับการคุ้มครองจากความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ปัจจุบันวารสารวิชาการจำนวนมากกำหนดให้นักวิจัยต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมก่อนตีพิมพ์ เพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่าสิทธิ ความปลอดภัย และสวัสดิภาพของอาสาสมัครได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสม”
“นักวิจัยมีหน้าที่รับผิดชอบในการลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุด พร้อมทั้งต้องรักษาความลับและความปลอดภัยของอาสาสมัคร” รศ.ดร.สุภาภรณ์ กล่าวย้ำ
นอกจากนี้ การขอความยินยอม (Informed Consent) ถือเป็นหลักจริยธรรมที่ขาดไม่ได้ อาสาสมัครจะต้องตกลงเข้าร่วมด้วยความสมัครใจ ปราศจากการหลอกลวงหรือบีบบังคับ และมีสิทธิถอนตัวจากการวิจัยได้ตลอดเวลาโดยไม่เสียสิทธิประโยชน์ใด ๆ และในช่วงท้ายของการอบรม รศ.ดร.สุภาภรณ์ ได้ฝากข้อคิดแก่นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานวิจัยว่า ขั้นตอนแรกในการออกแบบโครงร่างการวิจัยคือ "การประเมินความเสี่ยงและผลประโยชน์อย่างรอบคอบ”
การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่มอบความรู้และแนวทางปฏิบัติอันทรงคุณค่า แต่ยังตอกย้ำจุดยืนของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ในการเดินหน้าส่งเสริมความซื่อสัตย์ทางวิชาการและการวิจัยอย่างรับผิดชอบ เพื่อก้าวสู่การเป็นสถาบันการศึกษาที่ได้รับการยอมรับในแวดวงวิชาการระดับโลกต่อไป


ข่าวและภาพโดย เศรษฐบุตร อ่อนภักดี/ แปล ชลธิชา ลิมปิติ ส่วนสื่อสารองค์กร