
สำนักวิชาสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกับ Kyoto Tachibana University, Kitasato University จากประเทศญี่ปุ่น และ Vietnam National University เป็นเจ้าภาพจัดค่ายฝึกอบรมเทคนิคการแพทย์ระดับนานาชาติ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 (1st International Medical Technology Training Camp 2026: IMTTC 2026) โดยรวมรวบนักศึกษาและนักวิชาการจากประเทศไทย ญี่ปุ่น และเวียดนาม เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเทคนิคการแพทย์และการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรม
โครงการดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 - 21 มีนาคม 2569 โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ณ โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งตอกย้ำถึงบทบาทที่โดดเด่นยิ่งขึ้นของมหาวิทยาลัยในการสร้างความร่วมมือทางวิชาการระดับนานาชาติ
นอกจากนี้ ยังมีผู้แทนจากแต่ละสถาบันเข้า ได้แก่ Associate Professor Dr. Kohki Okada จาก Kyoto Tachibana University ,Professor Dr. Makoto Kubo จาก the School of Allied Health Sciences at Kitasato University และ Dr. Le Ngoc Anh จาก the Faculty of Basic Sciences in Medicine and Pharmacy at Vietnam National University
ค่ายฝึกอบรมนี้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญ สำรวจนวัตกรรมใหม่ ๆ และพัฒนาทักษะเชิงปฏิบัติการทางเทคนิคการแพทย์ ผ่านการเรียนรู้จากกรณีศึกษา (Case-based learning) และกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ นอกจากนี้ ยังเป็นเวทีในการกระชับความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัยภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่มีอยู่เดิม พร้อมทั้งส่งเสริมความร่วมมือด้านการจัดการเรียนการสอนและการพัฒนาหลักสูตร ทั้งในระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา
รองศาสตราจารย์ ดร.วรวุฒิ สมศักดิ์ คณบดีสำนักวิชาสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กล่าวว่า โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสถาบันพันธมิตรในการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีคุณค่าแก่นักศึกษาด้านเทคนิคการแพทย์ โดยมีนักศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกจำนวนสถาบันละประมาณ 10 คน เข้าร่วมค่ายฝึกอบรมระยะเวลา 1 สัปดาห์ในประเทศไทย และจะมีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องที่ประเทศญี่ปุ่นต่อไป
ตลอดระยะเวลาของโครงการ นักศึกษาจะได้นำเสนอผลงานทางวิชาการ มีส่วนร่วมในการอภิปรายกลุ่ม และทำงานร่วมกันในกรณีศึกษาทางวิชาชีพ อีกทั้งผู้เข้าร่วมยังจะได้ร่วมกิจกรรมลงพื้นที่ชุมชนโดยรอบมหาวิทยาลัย เพื่อเรียนรู้การนำองค์ความรู้ด้านเทคนิคการแพทย์ไปประยุกต์ใช้ในบริบทของโลกแห่งความเป็นจริง
การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของโครงการ โดยนักศึกษาจะได้แบ่งปันและสัมผัสประเพณีของแต่ละประเทศ รวมถึงการรับชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย เช่น การรำมโนราห์ของภาคใต้ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความเข้าใจอันดีและสร้างมิตรภาพที่ยั่งยืนระหว่างประเทศ ทั้งนี้ คาดว่าโครงการดังกล่าวจะนำไปสู่การขยายความร่วมมือด้านการวิจัย การริเริ่มโครงการวิชาการร่วมกัน และการจัดการประชุมวิชาการระดับนานาชาติระหว่างสถาบันพันธมิตรในอนาคตอันใกล้


